ดูแลรถหลังน้ำท่วมจากเซียน ...ข้อควรปฏิบัติเมื่อประสบภัย

ดูแลรถหลังน้ำท่วมจากเซียน ...ข้อควรปฏิบัติเมื่อประสบภัย

ดูแลรถหลังน้ำท่วมจากเซียน ...ข้อควรปฏิบัติเมื่อประสบภัย

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงนี้ ทุกคนคงได้ยินข่าวอุทกภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงอิทธิพลของมรสุมฤดูฝน ที่พัดผ่านเข้าประเทศไทย ก็ทำให้พายุฝนฟ้าคะนองมีให้เห็นเกือบทุกวัน ดังนั้น ในช่วงอากาศแปรปรวนสุดจะคาดเดาเช่นนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย มีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อน รวมถึงให้เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลรักษารถยนต์หลังผ่านช่วงวิกฤติ

 

เตรียมความพร้อม...ก่อนน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วม นับเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ถ้าเราพอจะมีเวลาหลังทราบข่าว ขอแนะนำให้นำรถยนต์ของคุณ ไปจอดไว้ในที่สูง และเก็บสิ่งของมีค่าออกจากรถ ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไฟลัดวงจร

ดูแลรถหลังน้ำท่วมดูแลรถหลังน้ำท่วม

ปฏิบัติตัวอย่างไร...เมื่อน้ำท่วม

สำรวจเส้นทางก่อนการเดินทางให้ดี หากหลีกเลี่ยงได้ ควรขับรถอ้อมเส้นทางปกติที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากจะสามารถลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะน้ำท่วมได้ แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ การขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วม มีข้อควรปฎิบัติ ดังนี้

  • ปิดแอร์ การทำงานของพัดลมระบายความร้อน และสายพานจากคอมเพสเซอร์แอร์ซึ่งปกติมักจะติดตั้งอยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้ตีน้ำเข้าให้ห้องเครื่อง ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับ หรือ ตีเศษขยะ ถุงพลาสติก หรือเศษไม้ขึ้นมาทำความเสียหายให้แก่เครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้ระบบระบายความร้อนควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพราะการปิดแอร์จะทำให้พัดลมระบายความร้อนจากแอร์หยุดทำงาน หากระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์จุดอื่นไม่สมบูรณ์จะส่งผลเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้เช่นกัน

  • ใช้รอบเครื่องต่ำ ใช้เกียร์ต่ำ แนะนำให้ใช้เกียร์ 2 สำหรับรถยนต์ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ (หรือเกียร์ L สำหรับเกียร์ออโต้บางรุ่น) ค่อยๆ ขับรถช้าๆ อย่าเหยียบเบรก หรือเร่งความเร็วโดยไม่จำเป็น

  • อย่าเบิ้ล หรือเร่งเครื่องแรงๆ ผู้ขับหลายๆ ท่านเกรงน้ำจะเข้าเครื่องยนต์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แรงดันจากท่อไอเสียก็เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่ท่อไอเสีย การเร่งเครื่องจะสร้างภาระการทำงานให้เครื่องยนต์ ทำให้เกิดความร้อนที่สูงขึ้น และใบพัดลมระบายความร้อนก็จะตีเอาน้ำหรือเศษขยะเข้าใส่ห้องเครื่องอีกเช่นกัน

  • ค่อยๆ เบรก ซ้ำๆ บ่อยๆ เมื่อพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมขังแล้ว สิ่งอันตรายคือ "เบรกลื่น" วิธีการง่ายๆ ที่จะแก้ไขได้ คือ ค่อยๆ เหยียบเบรก เหยียบย้ำๆ เบาๆ แต่ทำบ่อยๆ การเหยียบเบรกแรงๆ อาจจำให้เกิดการล็อคของระบบเบรก ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ นอกจากนี้การเเหยียบเบรกแรงๆ จะทำให้เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จานเบรกคดจากการขยายตัวและหดตัวของเนื้อเหล็กได้

ดูแลรถหลังน้ำท่วมดูแลรถหลังน้ำท่วม

สิ่งที่ควรทำ...หลังน้ำท่วม

เมื่อระดับน้ำเริ่มลด หนึ่งในสิ่งแรกที่เจ้าของรถส่วนใหญ่มักนึกถึง คือ "รถจะเป็นอย่างไรบ้าง?" ฟอร์ด ประเทศไทย แนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า รถยนต์คันเก่ง จะสามารถกลับมาแล่นฉิวได้ในเวลาไม่นาน

  • เปิดประตูและกระจกออกให้กว้าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และมีอากาศถ่ายเทได้อย่างดีที่สุด เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้น

  • อย่าสตาร์ทรถทันที แนะนำให้เปิดฝากระโปรงรถ เพื่อสำรวจให้มั่นใจว่าไม่มีเศษอะไรมาติดอยู่ในตัวเครื่องยนต์ รวมถึงตรวจเช็คชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในตัวถัง พร้อมทั้งสายไฟในบริเวณต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ หากไม่มั่นใจ แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์บริการโดยใช้รถยก เพื่อป้องความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้

  • อย่าพ่วงไฟ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีระบบไฟฟ้าลัดวงจรที่จะก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบเครื่องยนต์ และระบบไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

  • ทำความสะอาดรถยนต์ โดยเฉพาะภายใน แนะนำให้ทำความสะอาดภายในรถยนต์อย่างละเอียด ตั้งแต่การถอดพรมปูพื้น การซักทำความสะอาดเบาะ (ในกรณีที่เป็นเบาะผ้า) รวมถึงการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคในฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของอากาศที่จะหมุนเวียนในรถเมื่อเราเปิดแอร์

  • นำรถเข้าศูนย์ให้เร็วที่สุด ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาแอร์ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย รวมถึงน้ำมันรถในถัง ที่อาจจะเกิดการเสื่อมคุณภาพจากการถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานานอีกด้วย

ดูแลรถหลังน้ำท่วมดูแลรถหลังน้ำท่วม

หลากเคล็ดลับเหล่านี้คือข้อควรปฏิบัติเมื่อภัยพิบัติไม่อาจจะเลี่ยงได้ แต่อย่างน้อยๆ หากคุณสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ ทำให้รถสุดที่รักไม่เสียหายเยอะ แต่ถ้าคุณอยากได้รถที่ลุยโหดทุกเส้นทางแล้ว ฟอร์ด ฝากมาบอกว่า Ford Ranger ใหม่สามารถลุยน้ำท่วมได้ถึง 80 เซนติเมตร

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก ฟอร์ด ประเทศไทย

 

Advertisement Replay Ad
สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำหรับ รถจมน้ำ!

วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำหรับ รถจมน้ำ!

6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์

6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์

โคมไฟหน้ารถหมอง สาเหตุเกิดจากอะไร?

โคมไฟหน้ารถหมอง สาเหตุเกิดจากอะไร?

หน้าที่และความสำคัญของ แหวนลูกสูบ

หน้าที่และความสำคัญของ แหวนลูกสูบ

จำเป็นหรือไม่? ก่อนดับเครื่องต้องจอดทิ้งไว้สักครู่

จำเป็นหรือไม่? ก่อนดับเครื่องต้องจอดทิ้งไว้สักครู่

รถเกียร์ออโต้ปล่อยไหลเกียร์ 'N' ประหยัดจริงหรือไม่..?

รถเกียร์ออโต้ปล่อยไหลเกียร์ 'N' ประหยัดจริงหรือไม่..?

6 อ็อพชั่นเด็ดในรถที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามี

6 อ็อพชั่นเด็ดในรถที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามี

4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด

4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด

4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์