รีวิว BMW 218i Gran Tourer Luxury รถครอบครัวสำหรับคนใจสปอร์ตหรู

รีวิว BMW 218i Gran Tourer Luxury รถครอบครัวสำหรับคนใจสปอร์ตหรู

รีวิว BMW 218i Gran Tourer Luxury รถครอบครัวสำหรับคนใจสปอร์ตหรู

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หากพูดถึงแบรนด์ยุโรปหรูเก่าแก่สัญชาติเยอรมันอย่าง BMW หลายคนย่อมต้องนึกถึงรถยนต์ที่แฝงไปด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตในทุกอณู แล้วเมื่อบีเอ็มดับเบิ้ลยูหันมาจับกลุ่มรถสำหรับครอบครัว มันจึงกลายเป็นรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังแฝงความหรูเท่ได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับ BMW 218i Gran Tourer ที่เรานำมาทดสอบในครั้งนี้นั่นเองครับ

     BMW 2-Series Gran Tourer นับเป็นรุ่นที่มีตัวถังขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล 2-Series ด้วยกัน มีจุดเด่นอยู่การจัดวางเบาะนั่งภายในห้องโดยสารแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง ตามสไตล์รถเอ็มพีวี ขณะที่รุ่น 2-Series Active Tourer จะมีหน้าตาใกล้เคียงกัน แต่จัดวางห้องโดยสารภายในแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง

 

     คันนี้เรานำมาทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่น Luxury Line ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่ทำตลาดในบ้านเรา

     รูปลักษณ์ภายนอกของ 218i Gran Tourer Luxury ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ตามสไตล์บีเอ็มฯ ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าแบบ Bi-LED ทั้งไฟสูงและไฟต่ำจากโคมโปรเจคเตอร์ชุดเดียวกัน สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติตามสภาพแสง มาพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED สไตล์แองเจิลอายจำนวน 4 ดวง พร้อมคิ้วไฟคาดด้านบนอีกเส้น ช่วยให้ดูโดดเด่นขณะขับขี่ในเวลากลางวัน

     ไฟหน้าชุดนี้ยังติดตั้งระบบ Cornering Light ที่ช่วยส่องสว่างขณะเลี้ยวหรือเข้าโค้งตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

     กระจังหน้าถูกออกแบบในสไตล์ ‘ไตคู่’ ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม โดยในรุ่น Luxury Line จะมีการด้วยแถบโครเมี่ยมบริเวณกรอบไฟตัดหมอกด้านหน้า ช่วยเพิ่มความหรูหรามากขึ้น

     ด้านข้างถูกออกแบบด้วยเส้นสายสไตล์เอ็มพีวี พร้อมตกแต่งขอบประตูด้วยโครเมี่ยมตลอดแนว กระจกมองข้างมาพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED

 

     ตัวถังด้านท้ายถูกออกแบบให้ประตูท้ายมีลักษณะตั้งชันกว่ารุ่น Active Tourer เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 3 ติดตั้งสปอยเลอร์ประตูท้ายพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED มาให้

     ไฟท้ายถูกออกแบบให้ดูสวยงาม ทรงพลัง ตามสไตล์บีเอ็มดับเบิ้ลยู พร้อมแถบไฟหรี่แบบ LED จำนวน 2 เส้น ติดตั้งกรอบป้ายทะเบียนไว้ระหว่างไฟท้ายทั้งสองข้าง พร้อมปุ่มเปิดประตูท้ายออกแบบให้ซ่อนอยู่เหนือกรอบทะเบียน

     นอกจากนั้น ในรุ่น Luxury Line ยังเน้นความหรูหราด้วยแถบโครเมี่ยมบริเวณกันชนอีก 1 เส้น พร้อมแผงทับทิมสะท้อนแสงบริเวณมุมกันชน และปลายท่อไอเสียเดี่ยวแบบโครเมี่ยม

 

     ตัวถังวางอยู่บนล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางรันแฟล็ต Bridgestone Turanza T001 ขนาด 205/55 R17 ซึ่งสามารถวิ่งต่อได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ในกรณีที่ยางรั่วซึม เพื่อไปยังศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด
ด้วยความที่เป็นรถทรงสูงสไตล์เอ็มพีวี ทำให้ห้องโดยสารของ 218i Gran Tourer มีความโปร่งโล่งอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่เหนือศีรษะมีให้อย่างเหลือเฟือ

 

     เบาะนั่งหุ้มหนัง Dakota ถูกออกแบบให้มีรูระบายอากาศ ตัวเบาะคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมเมมโมรี่จำนวน 2 ตำแหน่งมาให้ ฟองน้ำตัวเบาะถูกออกแบบให้ติดแข็งนิดๆแบบเดียวกับบีเอ็มฯรุ่นอื่นๆ แต่ก็ถือเป็นเบาะที่สามารถโดยสารได้ยาวๆ โดยไม่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า

     เบาะนั่งแถวที่สองมีขนาดใหญ่ รองรับผู้โดยสารได้ 3 คนแบบพอดีๆ ตัวเบาะสามารถปรับเลื่อนขึ้นหน้า-หลังได้ ปรับเอนพนักพิงปรับเอนไปด้านหลังได้ รวมถึงยังสามารถปรับพับแยกได้แบบ 40:20:40 ติดตั้งหมอนพิงศีรษะที่สามารถปรับความสูงได้ทั้ง 3 ตำแหน่ง

 

     ตัวพนักพิงเบาะแถวที่ 2 มีระบบ One-touch ที่สามารถดึงก้านเพื่อพับพนักพิงเบาะพร้อมกับเลื่อนไปข้างหน้าได้ทันที สำหรับการขึ้นไปนั่งเบาะแถวที่ 3 เมื่อดึงตัวเบาะกลับมา ก็จะกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกให้เหมือนเดิม

     ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถปรับพับแยกแบบ 50:50 ได้ แต่ไม่สามารถปรับเอนหรือเลื่อนหน้า-หลังได้ มีหมอนพิงศีรษะปรับระดับได้มาให้ 2 ตำแหน่ง ขนาดความกว้างตัวเบาะรองรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ 2 คนแบบพอดีๆ

 

     ส่วนเรื่องพื้นที่วางขานั้น จำเป็นต้องเลื่อนเบาะนั่งแถว 2 ไปข้างหน้า เพื่อให้มีพื้นที่ช่วงขาเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นตัวถังถือว่าสูงพอควร ทำให้ท่านั่งมีลักษณะชันเข่า ถ้าให้ดีน่าจะเหมาะสำหรับเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ที่เดินทางในระยะใกล้ๆ แต่ยืนยันว่าสามารถนั่งได้จริงทั้ง 7 ที่นั่ง เพียงแต่อาจจะไม่สบายเท่าเอ็มพีวีระดับฟูลไซส์ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดด้วยขนาดตัวถังรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     ตัวเบาะแถวที่ 2 และ 3 สามารถปรับพับให้ราบไปกับพื้นห้องเก็บสัมภาระ สามารถขนสัมภาระชิ้นใหญ่ที่มีลักษณะแบนได้ บริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีปุ่มพับเบาะลงอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการพับเบาะนั่งแถวที่ 2 เท่านั้น ขณะที่การพับเบาะนั่งแถวที่ 3 จะใช้วิธีดึงปุ่มหลังตัวเบาะเพื่อปลดล็อค จึงจะสามารถพับเบาะลงได้ ใกล้ปุ่มพับเบาะมีตะขอแขวนแบบพับเก็บได้มาให้ทั้ง 2 ข้าง

 

     ฝั่งผู้ขับขี่ติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่นทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้าน ปุ่มควบคุมฝั่งซ้ายใช้สำหรับระบบควบคุมความเร็ว Speed Limit ด้านขวาสำหรับควบคุมระบบเครื่องเสียง มาพร้อมก้านที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติทางขวามือ

     ชุดมาตรวัดยังคงสไตล์คลาสสิกฉบับบีเอ็มดับเบิ้ลยู มีมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์บอกหน่วยเป็นลิตร/100 กิโลเมตรมาให้

 

     แผงคอนโซลและแผงประตูในรุ่น Luxury Line ตกแต่งด้วยลายไม้ Fineline Stream คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ i-Drive ขนาด 6.5 นิ้วมาให้ สั่งงานผ่านปุ่มบริเวณใกล้กับคันเกียร์ ซึ่งอินเตอร์เฟสระบบ i-Drive ของบีเอ็มดับเบิ้ลยูนั้น ต้องขอชมเชยว่าถึงแม้จะมีฟังก์ชั่นหลากหลาย แต่ก็สามารถใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

 

     เครื่องเสียงของ 218i Gran Tourer สามารถเล่นแผ่น CD ได้ 1 แผ่น มีพอร์ต USB และ AUX มาให้อย่างละ 1 ช่อง ติดตั้งไว้บริเวณใต้กล่องเก็บของข้างเบาะคู่หน้า รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth สำหรับการใช้งานโทรศัพท์ รวมถึงสามารถดึงเพลงจากมือถือขึ้นมาฟังในรถได้ ขับกำลังเสียง 100 วัตต์ ผ่านลำโพงทั้งหมด 6 จุดรอบคัน

     บริเวณปุ่มช็อตคัทที่มีตัวเลขตั้งแต่ 1-8 สามารถตั้งค่าเพื่อไปยังเมนูต่างๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตั้งสถานีวิทยุเพียงอย่างเดียว และหากสัมผัสปุ่มเบาๆ หน้าจอ i-Drive ก็จะแสดงว่าปุ่มนั้นๆ มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
เลื่อนลงมาจะมีช่องเก็บของมาให้ เหมาะสำหรับวางโทรศัพท์มือถือ กุญแจ หรืออะไรก็ตามแต่

 

     ระบบปรับอากาศเป็นแบบกึ่งอนาล็อก มีฟังก์ชั่ฮีทเตอร์มาให้ในตัว ออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถปรับความแรงลมได้ 7 ระดับ ใกล้กันเป็นปุ่มโหมด Sport/Eco PRO ปุ่มปิดการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัว และสวิตซ์เบรกมือไฟฟ้ามาให้

     ด้านระบบความปลอดภัยติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับตอนหน้าและหลัง รวมถึงม่านถุงลมนิรภัย ติดตั้งเบรกเอบีเอส และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

     BMW 218i Gran Tourer ติดตั้งขุมพลังเบนซิน TwinPower Turbo แบบ 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยเคลมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 9.5 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 202 กม./ชม.

     อัตราเร่งของ 218i Gran Tourer คันนี้ แม้ว่าจะใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาดเพียง 1.5 ลิตร แต่การทำงานของเทอร์โบก็ช่วยเรียกแรงบิดกว่า 220 นิวตัน-เมตร ได้อย่างทันใจ ไม่มีจังหวะเทอร์โบแล็กให้เห็นแม้แต่น้อย เรียกว่ายิ่งกดคันเร่งลงไปเท่าไหร่ พละกำลังก็ยิ่งไหลมาเทมามากขึ้นเท่านั้น ประกอบกับการทำงานของเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ที่ลื่นไหลไม่แพ้เกียร์ 8 สปีด ในรุ่นใหญ่ ให้ความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์อยู่ในระดับที่แทบจะใกล้กับเกียร์ซ๊วีที แต่กลับให้ความสนุกเร้าใจกว่ากันเยอะ  ดังนั้น หากใครกังวลว่าถ้านั่งเต็มคันจะอืดหรือไม่ บอกตรงนี้เลยครับว่า เหลือเฟือ…

 

     ด้านช่วงล่างถูกเซ็ทมาให้ค่อนข้างนิ่ม ดูดซับแรงสะเทือนได้ดีพอสมควร เอาใจผู้ที่เดินทางไปไหนมาไหนทั้งครอบครัวบ่อยๆ การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมีอาการโยนให้เห็นบ้าง เนื่องด้วยลักษณะตัวถังที่มีจุดศูนย์ถ่วงค่อนข้างสูงมากกว่ารถซีดาน แต่ก็ยังให้การเกาะถนนดี ให้ความมั่นใจในระดับต้นๆ เมื่อเทียบกับรถสไตล์เอ็มพีวีและเอสยูวีด้วยกัน

     พวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic ของ 218i Gran Tourer ยังคงให้ความเป็นธรรมชาติตามสไตล์บีเอ็มฯ อัตราทดกระชับ น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาโหวงเกินไป ขับง่าย ลัดเลาะไปในเมืองได้อย่างสนุกสนาน แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงก็ให้ความมั่นใจเป็นอย่างดี

 

     ทัศนวิสัยด้านหน้าถือว่าทำได้ดีเช่นกัน ด้วยการออกแบบเสาเอให้มีกระจกบานเล็ก สามารถมองทะลุผ่านเพื่อเพิ่มองศาการมองเห็นได้ดี รวมถึงระดับสายตาที่สูงกว่ารถซีดานทั่วไป ทำให้มองไปข้างหน้าได้ไกลขึ้น ซึ่งจุดนี้คุณผู้หญิงน่าจะชอบ

     อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนอกเมืองที่เราทำได้ ถือว่าน่าประทับใจใช่เล่น โดยเราใช้ความเร็วในระดับ 110 -140 กม./ชม. แต่หน้าจอออนบอร์ดระบุอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ราว 14.9 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดพอตัวหากเทียบกับขนาดตัวและความอเนกประสงค์ระดับนี้

     ความเร็วที่ได้เทียบต่อรอบเครื่องยนต์โดยประมาณ มีดังนี้

  • 80 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 1,700 รอบต่อนาที
  • 90 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 1,950 รอบต่อนาที
  • 100 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 2,200 รอบต่อนาที
  • 110 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 2,400 รอบต่อนาที
  • 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 2,600 รอบต่อนาที

 

     สรุป BMW 218i Gran Tourer ยังคงไว้ซึ่งความเป็นบีเอ็มฯได้อย่างครบถ้วน แต่เพิ่มเติมด้วยความอเนกประสงค์มากขึ้น รองรับการใช้งานในครอบครัวขนาดใหญ่ นั่ง 6-7 คนบ้างเป็นครั้งคราว เบาะแถวที่ 3 รองรับการใช้งานได้จริง แต่น่าจะเหมาะกับเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ที่โดยสารเป็นระยะทางใกล้ๆมากกว่า

     เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังเหลือเฟือ ฉีกแซงรถญี่ปุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรได้สบายๆ ฟีลลิ่งการขับขี่ต่างจากรถบีเอ็มฯตัวถังซีดานอยู่บ้าง ด้วยตัวถังแบบเอ็มพีวีที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่ก็ยังขับสนุก และให้ความมั่นใจที่ความเร็วสูง

     หากใครกำลังมองหารถครอบครัวขับสนุก และยังเปี่ยมด้วยความโก้สไตล์บีเอ็มดับเบิ้ลยู รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน


     ราคาจำหน่าย BMW 218i Gran Tourer Luxury อยู่ที่ 2,699,000 บาท

 

     ขอขอบคุณ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ ลาดพร้าว จำกัด (โชว์รูม BMW Millenium Auto สาขาลาดพร้าว) ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบในครั้งนี้

 

 

Advertisement Replay Ad
รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์