รีวิว BMW 330e M Sport ปลั๊กอินไฮบริดพลังแรงเหนือคาดในราคาคุ้มค่า

รีวิว BMW 330e M Sport ปลั๊กอินไฮบริดพลังแรงเหนือคาดในราคาคุ้มค่า

รีวิว BMW 330e M Sport ปลั๊กอินไฮบริดพลังแรงเหนือคาดในราคาคุ้มค่า

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เทรนด์ของตลาดรถยนต์ในปัจจุบันนี้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซลพลังงานสะอาด เครื่องยนต์เบนซินพ่วงเทอร์โบ ไปจนถึงรถยนต์ไฮบริดและรถพลังงานไฟฟ้า ที่จะมาตอบโจทย์ปัญหาน้ำมันที่กำลังร่อยหรอลงไปทุกที

     บีเอ็มดับเบิ้ลยู เป็นค่ายรถยนต์หรูอีกค่ายหนึ่งที่ถือเป็นผู้นำกระแสรถยนต์ที่ใช้พลังงานรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่หลายคนประทับใจกันมาแล้ว หรือรถสปอร์ตพลังงานไฮบริดดีไซน์ล้ำอย่าง i8 ก็ช่วยให้บีเอ็มฯ กลายเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูของโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

 

     ล่าสุด เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ซึ่งเป็นดีลเลอร์รถยนต์หรูค่ายใบพัด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ได้เชิญทีมงาน Sanook! Auto เข้าร่วมทดสอบรถคอมแพ็คหรูรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ' 330e M Sport' ซึ่งเป็นครั้งแรกของบีเอ็มฯ ที่นำระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไอบริดมาใส่ไว้ในรถยนต์กลุ่มนี้ ด้วยราคาจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้บริหารหนุ่มสาวที่อยากได้รถหรู แรง แต่สามารถประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

     ปัจจุบันบีเอ็มดับเบิ้ลยูในตระกูลซีรี่ย์ 3 ยังคงมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ขณะที่ 330e M Sport ถูกวางให้เป็นรุ่นท็อปสุดในตัวถังแบบซีดาน แทนที่ 328i เดิมที่ถูกตัดออกไปในโฉม LCI นี้

 

     ดีไซน์ภายนอกของ 330e M Sport ถือเป็นโฉมที่ผ่านการปรับไมเนอร์เชนจ์ (LCI) แล้ว มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED ควบคู่ไปกับไฟ Daytime Running Light แบบ LED สไตล์เอกลักษณ์ของบีเอ็มฯ ด้านท้ายมาพรัอมกับไฟแบบ LED ที่ถูกออกแบบเส้นสายภายในใหม่เช่นกัน

     330e มาพร้อมชุดแต่งรอบคันแบบ M Sport ที่เรียกว่าหล่อเสร็จสรรพ ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า กันชนหลัง ที่ตกแต่งให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ติดตั้งล้ออัลลอย M ลาย 5 ก้าน Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว สีเทา Ferric Grey ดีไซน์ลงตัวกับชุดแต่ง

     ล้อคู่หน้าจะมาพร้อมยางขนาด 225/45 R18 ขณะที่ล้อคู่หลังมาพร้อมยางขนาดใหญ่กว่าอยู่ที่ 255/40 R18 ซึ่งเป็นยางแบบรันแฟลตที่สามารถวิ่งต่อได้เป็นระยะทางประมาณหนึ่งเมื่อมีการรั่วไหลของลมยาง

 

     ห้องโดยสารภายในถูกออกแบบอย่างหรูหรา แต่ยังคงความสปอร์ตตามสไตล์บีเอ็มฯ ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Dakota ตัวเบาะคู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ ฝั่งคนขับยังมีระบบเมมโมรี่ที่ทำงานคู่กับกระจกมองข้างมาให้

     ห้องโดยสารในรุ่น 330e M Sport ยังถูกตกแต่งแผงคอนโซลด้วยอะลูมิเนี่ยมลาย Hexagon ตัดด้วยแผงสีดำเงา เหนือแผงคอนโซลติดตั้งหน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ที่ให้ความละเอียดสูง พร้อมฮาร์ดไดร์ฟขนาด 20 กิกะไบต์ ที่สามารถเก็บไฟล์เพลงไว้ฟังภายในรถได้ สามารถควบคุมผ่านปุ่ม iDrive บริเวณใกล้กับหัวเกียร์ ซึ่งรุ่นนี้สามารถรองรับการเขียนด้วยลายมือได้แล้ว ไม่ต้องคอยหมุนหาตัวอักษรเหมือนแต่ก่อน

 

     เครื่องเสียงชุดนี้มาพร้อมแผนที่นำทางรุ่น Professional ที่สามารถแสดงภาพตัวอาคารแบบ 3 มิติได้ รวมถึงยังเป็นระบบนำทางที่ใช้งานง่ายเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ติดตั้งพอร์ต USB และ AUX มาให้เสร็จสรรพ

     ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ (Climate Control) สามารถแยกปรับอุณหภูมิได้ 2 ฝั่ง ขณะที่หน้าต่างประตูคู่หลังยังมีม่านบังแดดในตัวให้ด้วย

     330e M Sport ติดตั้งพวงมาลัย M แบบ 3 ด้านดีไซน์เรียวเล็กหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมปุ่มควบคุมเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งตัวพวงมาลัยออกแบบให้กระชับมือ และให้อารมณ์สปอร์ตในทุกครั้งที่สัมผัส เหนือศีรษะเป็นหลังคาภายในสี Anthracite ดูเข้มๆ ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น M Sport เท่านั้น

 

     หัวเกียร์ของ 330e M Sport เป็นแบบจอยสติ๊ก โดยมาพร้อมปุ่ม ‘eDrive’ ที่มีเฉพาะในรุ่นปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งปุ่มดังกล่าวมีหน้าในสำหรับปรับโหมดการขับขี่แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  • AUTO eDRIVE เป็นโหมดไฮบริดเต็มรูปแบบที่มีการทำงานควบคู่กันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
  • MAX eDRIVE เป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการทำงานของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง 
  • SAVE BATTERY เป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว ควบคู่ไปกับการชาร์จแบตเตอรี่

     จุดเด่นของ 330e M Sport ก็คงหนีไม่พ้นขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด ที่สามารถรองรับการชาร์จไฟภายนอกได้ด้วย โดยรถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ความจุ 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นบล็อกเดียวกับรุ่น 320i ในปัจจุบัน แต่พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไป ทำให้ได้กำลังรวมสูงสุดถึง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร จากที่เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวจะให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร เรียกว่าแรงกว่ากันเห็นๆ

     ติดตั้งระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด ที่ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและลื่นไหล

 

     BMW 330e M Sport ถูกเคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. เรียกว่าอยู่ในระดับน้องๆ ActiveHybrid 3 ที่ทำอัตราเร่งได้ใน 5.3 วินาที เฉือนกันไม่ถึง 1 วินาทีด้วยซ้ำไป ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับ 330e M Sport คันนี้

     ด้านระบบความปลอดภัยของ 330e M Sport ถือว่าครบครันตามมาตรฐานเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมด้านข้าง ม่านถุงลมป้องกันศีรษะ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ระบบเบรก ABS และเสริมแรงเบรก เป็นต้น

     เส้นทางทดสอบในครั้งนี้ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เนื่องจากมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ ปานเทวี รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.สามพราน คิดเป็นระยะทางก็ราว 30 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าแสนสั้นยิ่งนักเมื่อเทียบกับระดับความฟินที่ได้จากการขับ 330e M Sport คันนี้!

 

     เราเดินทางออกจากโชว์รูม Performance Motors สาขาจรัญสนิทวงศ์ มุ่งหน้าออกไปทางถนนบรมราชชนนี สิ่งที่สัมผัสได้คือช่วงล่างที่หนึบหนับมากขึ้นกว่ารุ่น 320i ธรรมดาที่เราเคยสัมผัส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยางที่มีแก้มขนาดเล็ก ช่วยลดอาการโยนตัวในการขับขี่ได้ดีขึ้น แต่ก็แลกมาให้อาการตึงตังให้เห็นบ้างขณะขับขี่บนถนนขรุขระ แต่โดยรวมถือว่าเก็บอาการได้ดี ไม่ได้แข็งจนน่ารำคาญแต่อย่างใด

     เมื่อเราเคลื่อนตัวมาถึงถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี การจราจรยามเช้าก็เริ่มเปิดโล่งมากขึ้น เราลองกดปุ่ม eDrive เพื่อขับขี่ในโหมด MAX eDRIVE ซึ่งจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งอัตราเร่งที่ได้เรียกว่าเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานจริง ขณะที่เครื่องยนต์ไม่มีการผลาญน้ำมันแม้แต่หยดเดียว โดยรถคันนี้เคลมระยะทางการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้ไกลราว 40 กิโลเมตร ซึ่งการใช้งานจริงหากเหยียบคันเร่งแบบปกติ ไม่กระโชกโฮกฮากจนเกินไปนัก ก็น่าจะได้อยู่ราว 30-35 กิโลเมตรสบายๆ

     แต่ในยามฉุกเฉินที่ต้องการอัตราเร่งมากกว่าปกตินั้น หากกดคันเร่งลงไปจนจมมิด เครื่องยนต์จะเข้ามาเสริมการทำงานในทันที ซึ่งจังหวะตัดต่อการทำงานของเครื่องยนต์นั้น เรียกได้ว่าฉับไวทันใจ ไร้รอยต่อ แทบไม่มีอาการกระตุกให้เห็นเลย จะมีก็เสียงเครื่องยนต์ที่ดังคำรามขึ้นมา และอัตราเร่งชนิดหลังติดเบาะ ช่วยให้หลีกหนีสถานการณ์คับขันได้อย่างรวดเร็ว

 

     การขับขี่ในโหมด MAX eDRIVE นั้น สามารถเร่งความเร็วได้จนถึง 120 กม./ชม. โดยไม่มีเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย เรียกว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว

     เสร็จจากแวะพักรับประทานอาหาร จิบกาแฟในบรรยากาศริมแม่น้ำนครชัยศรีกันเป็นที่เรียบร้อย ผู้เขียนพบว่าปริมาณแบตเตอรี่ยังคงเหลือเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ จึงขอลองทดสอบโหมด AUTO eDRIVE ที่เครื่องยนต์จะทำงานแบบไฮบริดเต็มรูปแบบดูบ้าง

     ผลลัพท์ที่ได้คือกำลังเครื่องยนต์ที่ไหลมาเทมาอย่างมหาศาล ช่วยให้ตัวรถพุ่งทะยานแตะความเร็ว 120 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็วทันใจ มันแรงเสียจนเราแอบคิดในใจว่ารถขนาดคอมแพ็คอย่างซีรี่ย์ 3 ในราคาราว 3 ล้านบาทต้นๆนั้น จะต้องแรงอะไรเสียขนาดนี้

 

     จริงอยู่ว่ารถบีเอ็มฯ ตระกูลซีรี่ย์ 3 ถือเป็นรถในฝันของใครหลายคนที่ทั้งชีวิตอาจได้แต่มองตาปริบๆ แต่อีกมุมหนึ่งมันก็คือรุ่นระดับเริ่มต้นของบีเอ็ม ที่คนมีเงินระดับหนึ่งก็สามารถซื้อหามาครอบครองได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ที่อยากซื้อรถให้ลูกที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย หรือสาวๆที่ตั้งใจจะซื้อเป็นรถคันแรกในชีวิต ก็อยากให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่หน่อยก็แล้วกัน

     แต่ถ้ามั่นใจว่าตัวเองจะสามารถควบคุมอารมณ์ในการขับรถคันนี้ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ขับเรื่อยๆไปตามสภาพการจราจรแล้วล่ะก็ 330e M Sport ก็ถือเป็นรถที่ให้ความประหยัดได้อย่างน่าประทับใจ

     ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าราว 30-35 กิโลเมตร ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการขับไปทำงานของใครหลายคน ขากลับถ้ามีแวะเที่ยวกินข้าวช็อปปิ้ง ก็อาจต้องใช้น้ำมันควบคู่ไปด้วย เมื่อกลับถึงบ้านก็ชาร์จไฟทิ้งไว้ ซึ่งกินเวลาราว 3 เพื่อให้เต็มประจุ หากคิดค่าไฟตามเรทบ้านอยู่อาศัยทั่วไป ก็จะตกอยู่ราว 40 บาทเท่านั้น หากสามารถขับไปทำงานด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ก็นับว่าถูกกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วยซ้ำไป

     หากต้องการให้ชาร์จไฟได้รวดเร็วขึ้น ก็สามารถซื้ออุปกรณ์ชาร์จไฟ BMW iWallbox Pure ที่ย่นระยะเวลาชาร์จไฟเหลือเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที เป็นอุปกรณ์เสริมไว้ที่บ้านได้

 

     สรุป BMW 330e M Sport ถือเป็นรถหรูระดับคอมแพ็คที่มีค่าตัวไม่เกินเอื้อม แต่ได้สมรรถนะจัดจ้าน เหนือชั้นกว่าเครื่องยนต์ดีเซลใน 320d อย่างไม่มีข้อกังขา แถมยังได้เรื่องความประหยัด เพราะสามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ด้วยระยะทางที่ใช้งานได้จริง ต่างจากรถไฮบริดทั่วไปที่มีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่ามาก จึงเป็นข้อได้เปรียบของระบบปลั๊กอินไฮบริดเช่นนี้ หากใครกำลังมองหารถยนต์ระดับ 2 ล้านปลายๆ ถึง 3 ล้านบาทอยู่แล้วล่ะก็ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

     ราคาจำหน่าย BMW 330e M Sport อยู่ที่ 3,099,000 บาท

 


     ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร เฟอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 


 

 

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์