5 เทคนิคพิชิต 'หลับใน' ได้ผลแน่นอน..!

5 เทคนิคพิชิต 'หลับใน' ได้ผลแน่นอน..!

5 เทคนิคพิชิต 'หลับใน' ได้ผลแน่นอน..!

Sanook! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     คนทำงานส่วนใหญ่ที่ใช้ร่างกายกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยในช่วงกลางวัน พอตกเย็นขับรถกลับบ้านก็อาจมีอาการง่วงซึมเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าบ้านอยู่ไกล ต้องขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่ประจำแล้วล่ะก็ ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่

     Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 5 เทคนิคพิชิตมาฝากกันครับ

1.หาอะไรเข้าปาก

     อาการของคนมีอาการหลับในส่วนใหญ่จะขยับร่างกายน้อยมาก มือจับพวงมาลัยท่าไหน ก็จะค้างไว้อย่างนั้นตลอด ดังนั้น การหันมาควานหาของกินในรถ จะช่วยกระตุ้นร่างกายได้ในระดับหนึ่ง หากมือมีการหยิบจับอาหารใส่ปากอยู่เรื่อยๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนบ้าง ยิ่งถ้าเป็นอาหารหรือขนมรสชาดเปรี้ยวๆ ด้วยแล้วล่ะก็จะยิ่งสดชื่นขึ้นไปอีก

 

2.คุยกับคนข้างๆ

     การหลับในอาจเกิดได้ในกรณีขับรถเพลินๆ เพ่งสมาธิไปที่การขับรถเพียงอย่างเดียว สายตาก็มองไปแต่ถนนข้างหน้า ต้นไม้น้อยใหญ่ที่เคลื่อนผ่านไปก็ชวนให้ง่วงดีแท้ ดังนั้น หากเริ่มมีอาการหลับใน ให้ลองชวนคนข้างๆคุยดูก็ดี ช่วยให้มีการพูดคุยโต้ตอบ แก้ง่วงได้เหมือนกัน หากขับรถคนเดียวก็ไม่ยาก ลองโทรศัพท์หาใครดูซักคน แล้วอย่าลืมใช้สมอลทอล์ค หรือคุยผ่านลำโพงในรถเพื่อความปลอดภัย

 

3.เหยียบคันเร่งให้มิด....!

     นี่อาจเป็นคำแนะนำที่ดูแปลกไปนิด แต่อย่างที่บอกไปว่าการขับรถขณะหลับใน จะมีการขับขี่ตามคันหน้าไปแบบเรื่อยๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมานั้น ผู้อ่านอาจลองใช้วิธีเหยียบคันเร่งให้มิด จะทำให้ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทีนี้พอกำลังเคลิ้มๆได้ที่อยู่ ก็จะรู้สึกตกใจ ช่วยให้หายง่วงซึมได้เหมือนกัน พอร่างกายเริ่มตื่นแล้วก็ปล่อยคันเร่งแล้วขับต่อไปตามปกติ

     แต่อย่าลืมว่าต้องทำขณะรถโล่งและปลอดภัยเท่านั้นนะครับ รวมถึงต้องไม่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดด้วย

 

4.ปิดแอร์ เปิดกระจก

     บางครั้งแอร์เย็นๆในรถเนี่ยแหละ ก็เป็นตัวการที่ทำให้เรารู้สึกคิดถึงเตียงนุ่มๆที่บ้านเป็นยิ่งนัก ดังนั้น ลองปิดแอร์แล้วลดกระจกคู่หน้าลงขณะขับรถ ก็จะช่วยให้รู้สึกกลับมาสดชื่นได้เหมือนกัน

 

5.ไม่ไหวจริงๆก็งีบซะ

     ถ้าคุณผู้อ่านลองทำตามที่เราแนะนำทั้ง 4 ข้อด้านบนมาแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น ทางออกทางเดียวก็คือการจอดรถแล้วงีบเสียก่อน ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ซึ่งการจอดรถพักผ่อนเอาแรงก็มีเทคนิคเล็กน้อยเช่นกัน เพื่อให้ปลอดภัยต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนี้

  • จอดรถในที่ที่มีคนพลุกพล่าน และมีแสงสว่าง เช่น ปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ, ที่จอดรถมินิมาร์ท เป็นต้น
  • ปิดแอร์ดับเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการไหลเวียนของคาร์บอนมอนออกไซด์ ที่อาจส่งผลให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว
  • ล็อกประตูทุกบาน จากนั้นลดกระจกหน้าต่างคู่หลังลงเล็กน้อย ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วกดปุ่มล็อคกระจกคู่หลังไว้เพื่อความปลอดภัย
  • ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ประมาณ 10-15 นาทีกำลังดี

     ยังไงถ้าคุณผู้อ่านมีอาการง่วงซึมขณะขับรถอยู่บ่อยๆ ก็ลองทำตามที่เราแนะนำดูรับรองได้ผลอย่างแน่นอน

 

 

ซีนอลกับฮาโลเจน เลือกใช้แบบไหนดีกว่ากัน?

ซีนอลกับฮาโลเจน เลือกใช้แบบไหนดีกว่ากัน?

ดูชัดๆ! ติดไฟแดงใส่เกียร์ N หรือ D ประหยัดกว่ากัน

ดูชัดๆ! ติดไฟแดงใส่เกียร์ N หรือ D ประหยัดกว่ากัน

5 สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ 'จีพีเอส'

5 สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ 'จีพีเอส'

รถเสีย สตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร?

รถเสีย สตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร?

5 สัญญาณเตือนจากเพื่อนร่วมทางที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 สัญญาณเตือนจากเพื่อนร่วมทางที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ

5 สิ่งที่ควรทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ

วิธีเลือก กล้องติดรถยนต์ ดูที่อะไรบ้าง?

วิธีเลือก กล้องติดรถยนต์ ดูที่อะไรบ้าง?

4 สิ่งที่ต้องเช็คหลังกลับจากขับรถเดินทางไกล

4 สิ่งที่ต้องเช็คหลังกลับจากขับรถเดินทางไกล

ข้อดี-ข้อเสีย ของคันเร่งไฟฟ้า

ข้อดี-ข้อเสีย ของคันเร่งไฟฟ้า

เช็คด่วน! อาการเกียร์ธรรมดามีปัญหา

เช็คด่วน! อาการเกียร์ธรรมดามีปัญหา

น้ำมันเฟืองท้าย ทำไมต้องเปลี่ยน!!!

น้ำมันเฟืองท้าย ทำไมต้องเปลี่ยน!!!

สิ่งที่ห้ามลืมเวลา จอดรถซ้อนคัน

สิ่งที่ห้ามลืมเวลา จอดรถซ้อนคัน

ก่อนดับเครืองต้องปิดแอร์ทุกครั้งจริงหรือ?

ก่อนดับเครืองต้องปิดแอร์ทุกครั้งจริงหรือ?

เช็ครถให้พร้อมก่อนเดินทางไกลใน 5 นาที

เช็ครถให้พร้อมก่อนเดินทางไกลใน 5 นาที

6 กฎหมายจราจรที่คุณเผลอทำผิดโดยไม่รู้ตัว

6 กฎหมายจราจรที่คุณเผลอทำผิดโดยไม่รู้ตัว

คิดให้ดีก่อนทำประกันรถยนต์ชั้น 2+..!

คิดให้ดีก่อนทำประกันรถยนต์ชั้น 2+..!

รถวิ่งอืด เครื่องสั่น “วาล์ว” เสียหรือเปล่า?

รถวิ่งอืด เครื่องสั่น “วาล์ว” เสียหรือเปล่า?

ทำไมต้อง สลับยางรถยนต์???

ทำไมต้อง สลับยางรถยนต์???

สูญเสียกันมาเท่าไหร่กับการเลือกน้ำมันเครื่องอะไรก็ได้

สูญเสียกันมาเท่าไหร่กับการเลือกน้ำมันเครื่องอะไรก็ได้

5 ของแต่งรถและอะไหล่ที่ไม่ควรซื้อของปลอม-เทียบมาใช้

5 ของแต่งรถและอะไหล่ที่ไม่ควรซื้อของปลอม-เทียบมาใช้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์