รีวิว Mercedes-Benz GLC250d ซิ่งเอสยูวีหรูทัวร์สายบุญไกลถึง จ.พังงา

รีวิว Mercedes-Benz GLC250d ซิ่งเอสยูวีหรูทัวร์สายบุญไกลถึง จ.พังงา

รีวิว Mercedes-Benz GLC250d ซิ่งเอสยูวีหรูทัวร์สายบุญไกลถึง จ.พังงา

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา Sanook! Auto ได้มีโอกาสร่วมทริปทดสอบรถเอสยูวีจากค่ายเมอเซเดส-เบนซ์จำนวนถึง 3 รุ่น บนเส้นทางกรุงเทพฯ-พังงา แถมยังได้ร่วมทำความดีด้วยการปลูกต้นพริกไทยและมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน โรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา อีกด้วย


     การทดสอบครั้งนี้มีชื่อเรียกเต็มๆว่า “Mercedes-Benz Star Charity 2016 #stardrive #suv” ซึ่งแน่นอนว่ารถทุกคันในทริปนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเอสยูวีจากค่ายดาวสามแฉกทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย

     - Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium
     - Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic
     - Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic
     - Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC Exclusive
     - Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic
     - Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD
     - Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic

     จำนวนรวมถึง 15 คันที่ขับตามกันไปถึง จ.พังงา แต่น่าเสียดายที่เรามีโอกาสทดสอบเพียง 3 คันเท่านั้น ก็คือ GLC250d 4MATIC รุ่น AMG Dynamic และ OFF-ROAD, GLA250 AMG Dynamic และอีกคันที่เราได้ขับกันสั้นๆ แต่มันส์เป็นบ้า! ก็คือ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic นั่นเอง

     เริ่มต้นการทดสอบในครั้งนี้ รถคันแรกที่เรามีโอกาสสัมผัสก็คือ GLC250d 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งเรียกว่าเป็นคันที่อยู่กับเราซะเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะจะสลับกับผู้สื่อข่าวท่านอื่นกี่ครั้ง ก็มักจะได้รุ่นนี้ตลอด แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็ก (แต่ไม่เล็กสุด) ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย เพราะสมรรถนะที่ได้จาก GLC250d 4MATIC คันนี้ เราแทบอยากจะเรียกว่าเป็นเมอเซเดส-เบนซ์ที่ขับสนุกที่สุดที่เราเคยสัมผัสมาในปี 2559 นี้เลยก็ว่าได้!

     ดีไซน์ภายนอกของ GLC250d 4MATIC AMG Dynamic ถูกตกแต่งด้วยกันชนหน้า-หลังสไตล์ AMG พร้อมปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียมแบบคู่, บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต พร้อมล้ออัลลอย Multi-spoke จาก AMG ขนาด 20 นิ้ว และยางขนาด 255/45 R20

     ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ติดตั้งระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adative Highbeam Assist) มาให้ด้วย

     ในรุ่น AMG Dynamic ยังติดตั้งหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มีม่านกรองแสงยามขับขี่ในเวลากลางวันมาให้ มาพร้อมกุญแจแบบ Keyless-GO ทำงานคู่กับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ขณะที่ประตูท้ายเป็นแบบไฟฟ้า โดยในรุ่น AMG Dynamic จะมีระบบ Hands-free Access ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ใต้กันชน หากต้องการเปิดประตูท้าย ก็เพียงแต่แกว่งเท้าใต้กันชน ประตูก็จะค่อยๆเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

     ดีไซน์ภายนอกของ GLC250d AMG Dynamic ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นเอสยูวีที่ออกแบบได้ลงตัวที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดขณะนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งไฟหน้าที่ออกแบบให้ดูดุดัน สัดส่วนหน้าหลังที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี ไฟท้ายแบบ LED ดูโดดเด่นยามค่ำคืน ยิ่งได้ชุดแต่ง AMG กับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วแล้วด้วยล่ะก็ มันดูมีเสน่ห์เย้ายวนน่าหลงใหล เมื่อเวลาผ่านไป มันจะกลายเป็นความคลาสสิกสไตล์เบนซ์ที่น้อยแบรนด์นักจะเทียบได้

     ห้องโดยสารภายในติดตั้งเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Artico สามารถปรับด้วยไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบเมมโมรี่ 3 ตำแหน่ง ที่รองขาสามารถยืดไปข้างหน้าได้ โดยในรุ่น AMG Dynamic ยังสามารถปรับพนักพิงศีรษะระบบไฟฟ้าได้ด้วย

     เบาะนั่งโดยสารด้านหลังสามารถปรับพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 สามารถปรับองศาพนักพิงหลังได้ 1 ระดับ (ปรับระดับด้วยมือ) ซึ่งพื้นที่ภายในห้องโดยสารด้านหลังก็ถือว่าเหมาะสมกับขนาดบอดี้ พื้นที่วางขาเหลือพอประมาณ ไม่กว้างมากมาย แต่ก็ไม่อึดอัด พื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือตามสไตล์รถเอสยูวี แม้ว่าจะเป็นหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ ที่จำเป็นต้องมีกลไลพับเก็บม่านกรองแสงและชุดกระจกก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี รุ่น OFF-ROAD ที่ไม่มีซันรูฟจะมีพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

     GLC250d 4MATIC AMG Dynamic ติดตั้งเครื่องเสียง MB Audio 20 สามารถควบคุมผ่านปุ่มแบบหมุนขนาดใหญ่ รวมถึงแป้นสัมผัส Touchpad ที่รองรับการเขียนด้วยลายมือได้ ขับกำลังเสียงผ่านระบบเซอร์ราวด์จาก Burmester ที่พบได้ในรถเบนซ์หลายรุ่น ซึ่งให้เสียงระดับไฮเอนด์เหมาะสำหรับหูเทพทั้งหลาย โดยไม่ต้องไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติมให้วุ่นวาย

     ด้านระบบความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของรถยุโรปสมัยนี้ ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยมาให้รอบคัน ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว Speedtronic, ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist), ระบบเตือนนำรถเข้าศูนย์บริการ, ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยจอดรอบคัน, มีกล้องแสดงภาพรอบทิศทางมาให้ เป็นต้น

     ขุมพลังของ GLC250d ทั้งรุ่น OFF-ROAD และ AMG Dynamic เป็นบล็อกเดียวกัน นั่นคือ ดีเซลแถวเรียง 4 สูบเทอร์โบคู่ ความจุ 2,143 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC

     จุดหมายปลายทางของวันแรกอยู่ที่ จ.ชุมพร โดยเราเดินทางออกจากโรงแรม Mode Sathorn เพื่อไปขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปยังถนนพระราม 2 ที่คุ้นเคยดี ซึ่งแน่นอนว่าการจราจรช่วงเช้ามีรถหน้าแน่นพอควร แต่ GLC250d AMG Dynamic สามารถลัดเลาะไปตามการจราจรได้อย่างคล่องตัว ด้วยขนาดบอดี้ที่กำลังพอดี ไม่ใหญ่โตเทอะทะ อัตราทดพวงมาลัยค่อนข้างกระชับ และให้น้ำหนักที่ดีมาก ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นรถสไตล์เอสยูวี แต่ก็สามารถขับในเมืองได้ไม่แพ้รถเก๋งเลย

     เมื่อพ้นด่านจ่ายเงินทางด่วนเป็นที่เรียบร้อย ขุมพลังดีเซลที่มีแรงบิดกว่า 500 นิวตัน-เมตรก็เริ่มแสดงศักยภาพออกมาให้เห็นทันที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ GLC ถือเป็นเอสยูวีในกลุ่มคอมแพ็ค น้ำหนักตัวไม่มากเท่ากับรุ่นใหญ่อย่าง GLE หรือ GLS ดังนั้น จึงมีแรงดึงให้เห็นทันทีที่กดคันเร่งลงไป เรียกว่าแรงหายห่วง มีพลังให้เค้นอย่างเหลือเฟือโดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง

     เมื่อเข้าสู่ช่วงถนนพระราม 2 ที่พอจะทำความได้นั้น สิ่งที่เราประทับใจอีกอย่างก็คือความนุ่มนวลของช่วงล่าง ที่ซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้เป็นอย่างดี จะมีอาการตึงตังให้เห็นเล็กๆบ้างในบางจังหวะ เนื่องจากรถคันนี้ติดตั้งล้อขนาด 20 นิ้ว พร้อมแก้มยางซีรี่ย์ 45 แต่โดยรวมก็ถือว่านุ่มนวลตามเอกลักษณ์ของเมอเซเดส-เบนซ์

     ขณะเดียวกัน แม้ว่าช่วงล่างจะให้ความนุ่มนวลนั่งสบายแบบนี้ แต่การขับขี่ที่ความเร็วสูงกลับให้ความมั่นใจได้อย่างน่าเหลือเชื่อ การเปลี่ยนเลนสามารถทำได้อย่างมั่นคง มีอาการโยนให้เห็นนิดๆ ตามสไตล์รถที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงเช่นนี้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าใกล้เคียงกับรถเก๋งช่วงล่างเยี่ยมๆอย่างมากแล้ว ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำเราประทับใจ และลืมภาพช่วงล่างรถเอสยูวีแบบเดิมๆไปเลย

     การเก็บเสียงนั้น ในช่วงความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. เรียกได้ว่าเงียบสนิท ทั้งเสียงลมปะทะ เสียงจากพื้นถนน รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่อยู่ในระดับกับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป จะมีให้ได้ยินบ้างช่วงที่กดคันเร่งเพื่อคิกดาวน์จนรอบตวัดขึ้นสูง แต่ในการขับขี่ปกติแทบจะไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำไป

     แต่เมื่อใช้ความเร็วระดับ 120 กม./ชม.ขึ้นไป จะเริ่มมีเสียงลมเข้ามาทางประตูด้านข้างบ้างแล้ว และได้ยินชัดเจนที่ความเร็ว 140 กม./ชม.ขึ้นไป ขณะที่เสียงจากพื้นถนนยังคงเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารในระดับต่ำจนไม่ถือว่าเป็นปัญหา

GLC250d OFF-ROAD

 

     หลังจากเราแวะพักผ่อนที่ จ.ชุมพร เป็นที่เรียบร้อย ในวันที่ 2 เราเตรียมมุ่งหน้าไปจังหวัดกระบี่ อันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ โดยช่วงเช้าเราได้ขับ GLC250d เช่นเดิม แต่เป็นรุ่น OFF-ROAD ซึ่งถือเป็นรุ่นรองจาก AMG Dynamic ที่เราทดสอบไปเมื่อวาน

     GLC250d 4MATIC OFF-ROAD จะมีอุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้น้อยกว่ารุ่น AMG Dynamic เช่น หลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่ตัดออกไป, ไม่มีระบบ KEYLESS-GO แต่ยังมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์มาให้, เบาะนั่งไม่มีเมมโมรี่, ไม่มีระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Burmester, กล้องมองภาพรอบทิศทางแทนที่ด้วยกล้องมองหลังปกติ รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งภายในที่ต่างกันไป เป็นต้น

     ขณะที่ภายนอกตกแต่งกันชนด้วยโครเมียม, ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/55 R19 รวมถึงช่วงล่างที่ถูกเซ็ทแบบ Comfort ต่างจากรุ่น AMG Dynamic ที่เป็นแบบ Sport

     ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ ในด้านสมรรถนะการขับขี่แทบไม่ต่างกัน จะมีก็ช่วงล่างที่เซ็ทมาให้นุ่มนวลกว่ารุ่น AMG Dynamic เล็กน้อย ซึ่งหากไม่สังเกตก็แทบไม่รู้สึก เพราะเอาเข้าจริงๆ ช่วงล่างของรุ่น AMG ก็ถูกเซ็ทมาเน้นความนุ่มนวลเหมือนกัน ดังนั้น หากลังเลว่าจะเลือกรุ่น AMG Dynamic หรือ OFF-ROAD ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและอ็อพชั่นที่ต่างกันอยู่พอสมควร

 

     หลังจากที่แวะพักทานกาแฟกันสักครู่ ต่อมาเราได้มีโอกาสสลับไปขับรุ่นใหญ่อย่าง GLE500e 4MATIC Exclusive ดูบ้าง ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้นั่นเอง

     GLE500e 4MATIC ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 ความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-4,000 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดอีกกว่า 340 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตโนมัติ 7G-TRONIC แบบ Direct Select พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย   ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC มาให้

     ถึงแม้ว่ารถ GLE500e คันนี้จะอยู่กับเราเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่ก็ได้สัมผัสสมรรถนะของเครื่องยนต์วี6 ที่ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ผลที่ได้คืออัตราเร่งที่แรงชนิดหน้าหงาย แรงจริงๆครับ เพราะแม้เราจะไม่ได้ทดสอบอัตราเร่งกันอย่างจริงจัง แต่ตามสเป็คของรถคันนี้ระบุอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 5.3 วินาทีเท่านั้นเอง เรียกว่าแรงยิ่งกว่ารถกลุ่มคูเป้ 2 ประตูหลายรุ่นในปัจจุบันเสียอีก

     จุดต่างสำคัญหลังจากที่กระโดดจาก GLC มาควบ GLE ขุมพลังไฮบริดคันนี้ ก็คือบอดี้ที่มีขนาดใหญ่กว่า นุ่มนวลกว่า มีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่กว่า รับรู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้มีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากพูดถึงความคล่องตัวก็อาจจะเสียเปรียบ GLC250d ที่บอดี้มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็ได้สมรรถนะจากเครื่องยนต์ที่แรงเสียจนสามารถสั่งสอนกระบะดันรางบ้าพลังตามท้องถนนได้อย่างสบายๆ

     GLE500e 4MATIC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออนความจุ 8.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ติดตั้งไว้ที่เพลาขับด้านหลัง สามารถชาร์จไฟให้เต็มด้วยปลั๊กบ้านธรรมดาราว 4 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อชาร์จเต็ม จะสามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV) เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ดังนั้น หากเป็นการใช้งานในเมืองประเภทขับไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียน หรือขับไปทำงานเป็นประจำ ก็จะช่วยลดค่าน้ำมันลงอย่างเห็นได้ชัด

     ดังนั้น หากใครงบถึงและอยากได้เอสยูวีสำหรับครอบครัว ที่เดินทางไปไหนเต็มคันอยู่บ่อยๆ GLE500e ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง ช่วงล่างนุ่มนวลนั่งสบาย และกำลังเครื่องยนต์ที่มีให้เค้นอย่างเหลือเฟือ แถมยังได้ความประหยัดจากมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย

     ในวันที่ 3 ของการเดินทาง เรามุ่งหน้าออกจากโรงแรมที่ จ.กระบี่ เพื่อไปยังโรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา เพื่อร่วมทำความดีช่วยปลูกต้นพริกไทยอ่อน ซึ่งอนาคตจะกลายเป็นรายได้ของนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ รวมถึงยังร่วมมอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่นี่ด้วย

     โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงที่โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่เพียงเงินทุนสนับสนุนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แต่ยังรวมไปถึงการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสเพื่อให้พวกเขาได้มีศักยภาพในการใช้ชีวิตและประกอบอาชีพการงานที่ดีในอนาคต ซึ่งเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมของ เมอเซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มาโดยตลอด

     สำหรับวันที่ 3 นี้ เราได้สัมผัสกับรถอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นเล็กที่สุดของทริปในครั้งนี้ นั่นคือ GLA250 AMG Dynamic ซึ่งถือว่าเป็นน้องเล็กที่จิ๊ดที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยรถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT

     ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุดในกลุ่ม แต่สมรรถนะก็ไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย ด้วยแรงบิดกว่า 350 นิวตัน-เมตร ที่ดูเหมือนไม่เยอะนัก แต่ GLA ก็เป็นรถที่มีน้ำหนักตัวเบาที่สุด คล่องตัวมากที่สุด มีกำลังให้เค้นเหลือเฟือในทุกย่านความเร็ว แม้จะใช้ความเร็วมากถึง 120 กม./ชม. แต่เมื่อต้องการจะแซง เพียงกดคันเร่งลงไปประมาณ 3 ใน 4 แรงบิดก็ไหลมาเทมาอย่างมหาศาล เรียกวารถรุ่นใหญ่ก็หนีกันไม่ออกตลอดทาง

     สรุป

     Mercedes-Benz GLC250d AMG Dynamic ถือเป็นรถที่ผู้เขียนได้มีโอกาสอยู่ด้วยมากที่สุด ซึ่งตัวรถเองก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย กำลังจากเครื่องยนต์ดีเซลมีให้เล่นแทบทุกย่านความเร็ว ช่วงล่างให้ความคล่องตัว กระชับ ไม่โยนเหมือนเอสยูวีรุ่นอื่นๆที่เคยสัมผัสมา ขับสนุกประดุจรถเก๋งช่วงล่างเยี่ยมหนึ่งคัน ดีไซน์ภายนอกหล่อตามสไตล์ AMG แต่ห้องโดยสารภายในอาจจำกัดบ้าง โดยเฉพาะพื้นที่โดยสารด้านหลัง แต่ไม่ถึงกับน่าเป็นห่วงอะไร ลองไปสัมผัสคันจริงน่าจะตอบโจทย์คุณผู้อ่านได้

     Mercedes-Benz GLE500e 4MATIC Exclusive สมรรถนะเครื่องยนต์จี๊ดจ๊าดสะใจ อัตราเร่งดีที่สุดเท่าที่สัมผัสในทริปนี้ ช่วงล่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับใช้เป็นรถรถครอบครัว ได้ความประหยัดจากมอเตอร์ไฟฟ้า ถ้างบถึงจัดไปได้เลย

     Mercedes-Benz GLA250 AMG Dynamic ครอสโอเวอร์รุ่นเล็กแต่สมรรถนะไม่เป็นรอง เครื่องยนต์แรงกว่าที่คิด มีกำลังให้เล่นเหลือเฟือทุกย่านความเร็ว  ขับสนุก ให้ความคล่องตัวสุดในกลุ่ม แต่ก็แลกมาด้วยห้องโดยสารภายในที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เหมาะสำหรับใช้งาน 1-2 คนเป็นหลัก

 

     ราคาจำหน่าย

     - Mercedes-Benz GLA250 AMG Dynamic ราคา 2,440,000 บาท
     - Mercedes-Benz GLC250d 4MATIC Exclusive ราคา 3,240,000 บาท
     - Mercedes-Benz GLC250d 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,690,000 บาท
     - Mercedes-Benz GLE500e Exclusive ราคา 4,490,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เมอเซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทริปในครั้งนี้เป็นอย่างสูง

 

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์