เทคนิคนอนงีบในรถไม่ให้ขาดอากาศหายใจ

เทคนิคนอนงีบในรถไม่ให้ขาดอากาศหายใจ

เทคนิคนอนงีบในรถไม่ให้ขาดอากาศหายใจ

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว หลายคนมีแผนเดินทางกลับภูมิลำเนายังต่างจังหวัด ซึ่งการเดินทางพร้อมๆกันของคนส่วนใหญ่ มักจะทำให้การจราจรหนาแน่นเสมอ โอกาสที่ผู้ขับขี่จะเหนื่อยล้าย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

     เทคนิคที่ดีที่สุดในการรับมืออาการง่วงซึมจากการขับขี่ ก็คือ การแวะงีบหลับนั่นเอง หากใช้เวลาเพียง 15-20 นาที ก็จะช่วยให้กลับมากระปรี้กระเปร่า พร้อมเดินทางต่อไปได้อย่างสดชื่นและปลอดภัย แต่ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจภายในรถเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสตาร์ทเครื่องยนต์เปิดแอร์ทิ้งไว้เพื่องีบหลับ จนกลายเป็นเหตุสลดอย่างคาดไม่ถึง

     Sanook! Auto จึงขอแนะนำเทคนิคการนอนพักในรถไม่ให้ขาดอากาศหายใจมาฝากกันครับ

1.เลือกจุดจอดรถให้เหมาะสม

     ควรจอดรถในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านสักเล็กน้อย เช่น ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ หากจอดรถในเวลากลางคืน ควรเลือกจุดที่มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันเหตุมิดีมิร้าย ไม่ควรจอดรถในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท ซึ่งอาจทำให้ควันพิษจากรถคันอื่นเล็ดลอดเข้ามาในรถได้

2.ล็อครถให้เรียบร้อย

     เพื่อความปลอดภัยควรล็อครถให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครขึ้นรถขณะที่เราหลับได้

3.ดับเครื่องยนต์แล้วแง้มกระจก

     ปิดแอร์ดับเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้มีไอเสียเล็ดลอดเข้ามายังห้องโดยสาร จากนั้นจึงแง้มกระจกสักเล็กน้อยทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ เพื่อความปลอดภัยสามารถดึงกุญแจรถออกเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือจุดที่มั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถล้วงเข้ามาหยิบไปได้ โดยอุณหภูมิภายในรถที่ค่อยๆอุ่นขึ้นจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตื่นในเวลาที่เหมาะสมได้ด้วย

4.ตั้งนาฬิกาปลุกทิ้งไว้

     เพื่อป้องกันการงีบหลับนานเกินไป ควรตั้งนาฬิกาปลุกบนโทรศัพท์มือถือไว้ประมาณ 15-20 นาที ซึ่งเพียงพอในการขจัดความง่วงซึมออกไปได้

5.เพิ่มความสดชื่นก่อนออกเดินทาง

     หลังจากตื่นแล้ว อย่าลืมล้างหน้าล้างตา ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ กระตุ้นความกระปรี้กระเปร่า แค่นี้ก็พร้อมสำหรับเดินทางต่อไปแล้ว

     อย่าลืมนะครับ หากใครต้องการแวะงีบเพื่อพักผ่อนระหว่างเดินทาง อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์ทิ้งไว้ เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าลมที่เป่าออกมาจากช่องแอร์นั้น มีมลพิษที่เป็นอันตรายจนทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่นั่นเอง

 

Advertisement Replay Ad
สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำหรับ รถจมน้ำ!

วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำหรับ รถจมน้ำ!

6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์

6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์

โคมไฟหน้ารถหมอง สาเหตุเกิดจากอะไร?

โคมไฟหน้ารถหมอง สาเหตุเกิดจากอะไร?

หน้าที่และความสำคัญของ แหวนลูกสูบ

หน้าที่และความสำคัญของ แหวนลูกสูบ

จำเป็นหรือไม่? ก่อนดับเครื่องต้องจอดทิ้งไว้สักครู่

จำเป็นหรือไม่? ก่อนดับเครื่องต้องจอดทิ้งไว้สักครู่

รถเกียร์ออโต้ปล่อยไหลเกียร์ 'N' ประหยัดจริงหรือไม่..?

รถเกียร์ออโต้ปล่อยไหลเกียร์ 'N' ประหยัดจริงหรือไม่..?

6 อ็อพชั่นเด็ดในรถที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามี

6 อ็อพชั่นเด็ดในรถที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามี

4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด

4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด

4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์