รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เดิมที Mazda2 โฉมปัจจุบันก็ถือเป็นรถเล็กระดับ B-Segment ที่ขับสนุกมากที่สุดคันหนึ่งในตลาดอยู่แล้ว แต่การปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งล่าสุดที่มาพร้อมระบบ G-Vectoring Control จากรุ่นพี่อย่าง Mazda3 ก็ทำให้กลายเป็นรถที่ขับสนุกยิ่งขึ้นไปอีก

237

     มาสด้า2 โฉมล่าสุดนี้ ถูกเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งดีไซน์ภายนอกอาจดูไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่าใดนัก แต่จุดสำคัญคือการนำเอาเทคโนโลยี G-Vectoring Control มาติดตั้งไว้ในรถรุ่นเล็กคันนี้ ทำให้ Mazda2 กลายเป็นรถรุ่นที่ 2 ในตลาดบ้านเราที่ติดตั้งระบบที่ว่านี้มาให้

     Mazda2 2017 ใหม่ มีการปรับไลน์รุ่นย่อยบางส่วนด้วย โดยยังคงมีให้เลือกทั้งตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ซึ่งแต่ละเวอร์ชั่นจะมีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นเครื่องยนต์เบนซินจำนวน 4 รุ่น และเครื่องยนต์ดีเซลจำนวน 3 รุ่น ซึ่งสเป็คระหว่างเวอร์ชั่นซีดานและแฮทช์แบ็คจะเหมือนกันแทบทั้งหมด โดยในรุ่นแฮทช์แบ็คจะพ่วงคำว่า Sports เข้ามาในชื่อรุ่นย่อยด้วย

185

     รุ่นย่อยของ Mazda2 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดังนี้

     รุ่นซีดาน
1.3 Standard
1.3 High
1.3 High Connect
1.3 High Plus
XD
XD High Connect
XD High Plus L

     รุ่นแฮทช์แบ็ค
1.3 Sports Standard
1.3 Sports High
1.3 Sports High Connect
1.3 Sports High Plus
XD Sports
XD Sports High Connect
XD Sports High Plus L

138
     ดีไซน์ภายนอกของ Mazda2 รุ่นปี 2017 ใหม่ ในรุ่นท็อปสุด (XD High Plus L/XD Sports High Plus L) ติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อม Daytime Running Light แบบ LED ออกแบบรับกับกระจังหน้าสี Gun Metallic ดีไซน์เอกลักษณ์ของมาสด้า ขณะที่กันชนหน้ายังคงดีไซน์เดิม แต่เพิ่มคิ้วโครเมียมบริเวณไฟตัดหมอก ซึ่งในรุ่นที่ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ก็จะได้ไฟตัดหมอกแบบ LED ด้วย

193

     ด้านข้างมีการปรับดีไซน์ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้างใหม่ให้มีลักษณะเรียวยาว จากเดิมที่จะออกแบบให้กลืนไปกับกรอบกระจกมองข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วสีทูโทนในรุ่น High Connect ขึ้นไป ส่วนตัวรองลงมาเป็นล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วสีเทาดำ ส่วนรุ่นล่างสุด (Standard/XD Standard) จะเป็นกระทะล้อขนาด 15 นิ้วพร้อมฝาครอบ ขณะที่ด้านท้ายของทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็คไม่มีการเปลี่ยนแปลง

108

     ภายในห้องโดยสารยังคงเน้นความหรูหรา ประณีต ซึ่งโดยรวมยังคงดีไซน์เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า แต่มีการปรับโทนสีจากดำ-แดง มาเป็นดำ-น้ำตาลเพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก ตัวเบาะนั่งในรุ่นท็อปสุด (High Plus L) เป็นแบบหุ้มหนังสีดำ ขณะที่ตัวกลางเบาะเป็นหนังสักหลาดเทียม Grand Luxe ที่ช่วยประคองร่างกายได้ดียิ่งขึ้นในขณะเข้าโค้ง

     พวงมาลัยเป็นแบบหุ้มหนัง 3 ก้านดีไซน์ใหม่ที่ยกมาจากเอสยูวีรุ่นล่าสุดอย่าง CX-9 โดยยังคงเป็นพวงมาลัยที่มีขนาดเส้นรอบวงกำลังดี ตัวก้านจับให้ความโอบกระชับ ถนัดมือ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถมาสด้ายุคใหม่ที่เน้นการขับขี่เป็นสำคัญ

112

     ปุ่มควบคุมฝั่งซ้ายสำหรับควบคุมเครื่องเสียง, โทรศัพท์ และหน้าจอ MID ขณะที่ปุ่มควบคุมฝั่งขวาสำหรับควบคุมระบบ Cruise Control (เฉพาะรุ่น High Plus L) ด้านหลังพวงมาลัยเป็นแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift เพิ่มขึ้นมา

100

     มาตรวัดความเร็วในรุ่น High Connect ขึ้นมา (ยกเว้น High Connect รุ่นดีเซล) เป็นแบบอนาล็อกกึ่งดิจิตอล โดยมาตรวัดรอบเครื่องยนต์จะเป็นแบบเข็มปกติ พร้อมจอแสดงความเร็วแบบดิจิตอล ประกบด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลทั้งคู่ เหนือแผงคอนโซลเป็นหน้าจอ Active Driving Display ที่มีการปรับปรุงให้มีความสวยงามมากขึ้น แสดงผลด้วยตัวเลขสีขาว (จากเดิมที่เป็นสีเขียว) และยังสามารถแสดงข้อมูลจากระบบนำทางได้

113

     แผงคอนโซลและแผงประตูถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ-น้ำตาล ติดตั้งหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถสั่งงานระบบสัมผัสหรือผ่านปุ่ม Center Commander บริเวณใกล้กับคันเกียร์ได้ ซึ่งการใช้ระบบสัมผัสจะทำได้ต่อเมื่อรถหยุดนิ่งเท่านั้น

     เครื่องเสียงใน Mazda2 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ รองรับแผ่น CD/MP3 ได้ 1 แผ่น รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth มีพอร์ต USB ให้จำนวน 2 ช่อง และช่องใส่ SD Card จำนวน 1 ช่อง (สำหรับระบบนำทาง) และช่อง AUX อีกจำนวน 1 ช่อง ขณะที่ช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์มีเพียงช่องเดียวเท่านั้น

106

     มิติภายในห้องโดยสารยังคงเท่าเดิมเป๊ะทั้งในรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ค ตัวเบาะคู่หน้าออกแบบรับกับสรีระได้ดี แต่ขนาดพนักพิงเบาะยังคงมีขนาดเล็ก ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าใจว่าวิศวกรคงต้องการเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้โปร่งขึ้น ไม่อึดอัดคับแคบจนเกินไปนัก ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังถูกออกแบบมาได้ดีเช่นกัน มีเว้ารองรับสะโพกสำหรับผู้โดยสาร 2 คนอย่างพอดีๆ ขณะที่เบาะช่วงกลางมีพนักพิงศีรษะให้ด้วย

     แต่อย่างไรก็ดี ห้องโดยสารด้านหลังของ Mazda2 ไมเนอร์เชนจ์ถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ช่วงขา พื้นที่เหนือศีรษะ และความกว้างของตัวห้องโดยสาร หากเดินทางเต็มคัน 5 คนอยู่บ่อยๆ ก็อาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก แต่ถ้าเดินทางแบบ 4 คน โดยมีผู้โดยสารด้านหลังที่รูปร่างไม่สูงใหญ่นัก ก็ถือว่ากำลังดี

105

     ด้านระบบความปลอดภัยยังคงอัดแน่นมาให้เช่นเคย โดยในโฉมไมเนอร์เชนจ์มีการเพิ่มฟีเจอร์ i-ACTIVSENSE ซึ่งประกอบด้วย 2 ระบบหลัก ได้แก่

  • ระบบเตือนมุมอับสายตา ABSM – Advanced Blind Spot Monitoring พร้อมสัญลักษณ์สีส้มบริเวณกระจกมองข้าง ซึ่งจะสว่างขึ้นเมื่อมีรถขึ้นมาเทียบด้านข้างในมุมอับสายตาที่มองไม่เห็น
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA – Rear Cross Traffic Alert ซึ่งจะทำงานขณะถอยออกจากที่จอดรถ ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีถอยออกจากซอง หากมีรถเคลื่อนที่ผ่านด้านหลัง จะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบให้ทราบ

     ขณะที่ระบบความปลอดภัยพื้นฐานมีให้ครบครัน ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลื่นไถล TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA, ระบบเบรก ABS และ EBD, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS, เข็มขัดนิรภัย ELR แบบ 3 จุดทั้ง 5 ที่นั่ง รวมถึงเซ็นเซอร์กะระยะด้านท้ายแบบ 4 จุด พร้อมกล้องมองหลัง

196

     ขุมพลังถูกยกมาจากรุ่นที่แล้วทั้งหมด โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นเบนซินและดีเซล ที่โดดเด่นในเรื่องความประหยัดทั้งคู่

     เริ่มต้นที่เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G แบบ 4 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด พร้อมโหมดสปอร์ต สามารถปรับแมนนวลได้ รองรับเชื้อเพลิงทางเลือกสูงสุดคือ E20

     ขณะที่ไฮไลท์เด็ดอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด สามารถปรับแมนนวลได้เช่นกัน ซึ่งใน 2 รุ่นท็อปสุดของเครื่องยนต์ดีเซลจะได้เบรกแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อด้วย นอกนั้นเป็นหน้าดิสก์หลังดรัมทั้งหมด

144

     จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของ Mazda2 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ คือการติดตั้งระบบ G-Vectoring Control ในทุกรุ่นย่อย ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยลดแรงบิดยังล้อข้างที่เหมาะสม เพื่อทำให้รถเข้าโค้งได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยจะทำงานทันทีที่ผู้ขับขี่เริ่มหมุนพวงมาลัย ซึ่งระบบที่ว่านี้ถูกติดตั้งใน Mazda3 ไมเนอร์เชนจ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     นอกจากนั้น ยังมีการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแดมเปอร์หน้าและหลัง บูชช่วงล่าง รวมถึงการปรับปรุงน้ำหนักและการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้า EPAS ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งโดยรวมจะช่วยให้รถมีความนุ่มนวลมากขึ้น แต่ยังคงให้การเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมตามฉบับมาสด้า

176

     การทดสอบ Mazda2 2017 ไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้ เป็นเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยาซึ่งถือว่าไม่ไกลมากนัก และเป็นเส้นทางที่คุ้นเคยกันดี

     แรกเริ่มเราออกเดินทางด้วย Mazda2 เวอร์ชั่นเบนซิน รุ่น 1.3 High Plus ซีดาน สิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกคืออัตราเร่งที่ยังคงเหมือนรุ่นที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน แรงม้า 93 ตัว และแรงบิด 123 นิวตัน-เมตร ยังถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แต่ก็ถือว่าดีกว่ารถตระกูลอีโคคาร์แท้ๆ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร

175

     แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ Mazda2 รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนานกว่าคู่แข่ง ก็คือเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ที่ช่วยให้สามารถเล่นกับแรงบิดได้อย่างสนุกสนาน ช่วงจังหวะคิกดาวน์จนกระทั่งมีการปรับลดเกียร์ลงมานั้น มีแรงกระชากให้ได้สัมผัสกันพอหอมปากหอมคอ

     ในด้านช่วงล่างนั้น ยังคงเน้นความหนึบนุ่ม นั่งสบาย ซับแรงสะเทือนได้ดี แต่เมื่อถึงช่วงเข้าโค้ง เห็นได้ชัดเจนเลยว่าตัวรถมีอาการโคลงน้อยลง และยังมีอาการจิกโค้งมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของระบบ G-Vectoring Control นั่นเอง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าโค้งได้ดี แถมยังเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ได้มากขึ้น

189

     ในช่วงขากลับกรุงเทพฯ เราได้สลับมาขับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล XD High Plus L โฉมแฮทช์แบ็ค ซึ่งสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนของรถคันนี้ คืออัตราเร่งที่มีมาให้มหาศาล ช่วยพารถคันเล็กๆ คันนี้พุ่งทะยานไปแตะความเร็ว 100 กม./ชม. ได้อย่างทันใจ นับได้ว่าเป็นรถที่มีความคล่องตัวสูงมาก ทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง หากว่าเป็นคนที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อย ขอแนะนำเครื่องยนต์ดีเซลไปเลย รับรองว่าเหยียบหนีรถประเภทกระบะเจ้าถิ่นบ้าพลังได้อย่างสบายๆ แถมยังได้ความประหยัดชนิดที่อีโคคาร์เครื่องพันสองยังต้องยอมให้

     ซึ่งนอกเหนือจากอัตราเร่งและความประหยัดของรุ่นดีเซลนั้น ส่วนอื่นแทบไม่มีอะไรต่างจากรุ่นเบนซินเลย ทั้งสมรรถนะการเข้าโค้ง, ช่วงล่าง, ความเงียบภายในห้องโดยสาร ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงจังหวะเร่ง พอจะมีเสียงเครื่องยนต์ดีเซลให้ได้ยินบ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพราะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับรถดีเซลจากฝั่งยุโรป เอาเป็นว่าขึ้นกับงบประมาณในการซื้อรถคันใหม่ของคุณก็แล้วกัน หรือใครบางคนรับไม่ได้กับเสียงเครื่องยนต์แบบดีเซล อันนั้นก็ว่ากันไป

190

     สรุป Mazda2 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แม้ว่าภายนอกจะดูไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนมากนัก แต่ทีเด็ดสำคัญอยู่ที่การติดตั้ง G-Vectoring Control ใหม่ ที่ช่วยให้ขับสนุกขึ้นโดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นโค้ง ห้องโดยสารภายในปรับปรุงให้หรูหรามากขึ้น เพิ่มฟีเจอร์เยอะขึ้นพอสมควร หากงบถึงแนะนำให้เล่นเครื่องยนต์ดีเซลที่มีพละกำลังเหลือเฟือ แรงบิดมาในรอบที่ใช้งานจริง แถมยังได้ความประหยัดชนิดไม่อยากกลับไม่ขับเครื่องยนต์เบนซินเดิมๆอีกเลย แต่หากงบจำกัด ไปคบเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรก็พอฟัดพอเหวี่ยง เหมาะสำหรับใช้งานในเมือง แต่ยังคงได้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดที่ช่วยให้ขับสนุกกว่าเกียร์ CVT เยอะ

177

ราคาจำหน่าย Mazda2 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดังนี้

- 1.3 Standard ราคา 530,000 บาท
- 1.3 High ราคา 590,000 บาท
- 1.3 High Connect ราคา 620,000 บาท
- 1.3 High Plus ราคา 670,000 บาท
- XD ราคา 680,000 บาท
- XD High Connect ราคา 750,000 บาท
- XD High Plus L ราคา 789,000 บาท

ขอขอบคุณ ผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

รีวิว Suzuki Swift RX-II 2017 ใหม่ จัดเต็มครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉม

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

ทดสอบขับ Mazda CX-5 ความลงตัวกับการขับขี่ในเมืองในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Triumph Street Cup และ Bonneville T100 ใหม่ จับสายคลาสสิคและคาเฟ่ ลุยเขาค้อ-ภูทับเบิก

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Mazda 3 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่ G-Vectoring Control

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว Honda City 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พรีเมี่ยมขึ้นในราคาเท่าเดิม

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

รีวิว 2016 Toyota Innova Crysta 2.8V ใหม่ ปรับหรูยิ่งกว่า-นั่งสบายยิ่งขึ้น

รีวิว Mercedes-Benz GLC250d ซิ่งเอสยูวีหรูทัวร์สายบุญไกลถึง จ.พังงา

รีวิว Mercedes-Benz GLC250d ซิ่งเอสยูวีหรูทัวร์สายบุญไกลถึง จ.พังงา

รีวิว 2016 Toyota Camry 2.5G ใหม่ ตัวท็อปรุ่นเบนซิน เพิ่มอ็อพชั่นคุ้มค่าน่าใช้

รีวิว 2016 Toyota Camry 2.5G ใหม่ ตัวท็อปรุ่นเบนซิน เพิ่มอ็อพชั่นคุ้มค่าน่าใช้

รีวิว 2017 Chevrolet Trailblazer ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ปรับหรู เพิ่มอ็อพชั่น คุ้มราคา

รีวิว 2017 Chevrolet Trailblazer ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ปรับหรู เพิ่มอ็อพชั่น คุ้มราคา

ทดลองขับ 2016 Toyota Prius และ Mirai ใหม่ เข้าไทยเถอะขอร้อง...!

ทดลองขับ 2016 Toyota Prius และ Mirai ใหม่ เข้าไทยเถอะขอร้อง...!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์