ลองของจริง! ระบบขับขี่อัตโนมัติ Honda Accord และ Legend ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ลองของจริง! ระบบขับขี่อัตโนมัติ Honda Accord และ Legend ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ลองของจริง! ระบบขับขี่อัตโนมัติ Honda Accord และ Legend ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     รีวิวทดสอบระบบขับขี่อัตโนมัติใน Honda Accord และ Legend จากสนามทดสอบของฮอนด้าประเทศญี่ปุ่น ก่อนติดตั้งในรถวางจำหน่ายจริงเร็วๆนี้

     ปฎิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีที่ติดตั้งในรถยนต์ปัจจุบันก้าวล้ำไปกว่าแต่ก่อนมาก หากมองย้อนไปในอดีตเมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว ใครจะคิดว่าระบบขับขี่อัตโนมัติที่เห็นอยู่แต่ในภาพยนตร์ไซไฟ จะกลายเป็นจริงขึ้นมาในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งปัจจุบันฮอนด้าก็เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังวิจัยเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดเมื่อออกสู่ถนนจริง

105

     ปัจจุบันเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของฮอนด้า (Honda Automated Drive) อยู่ระหว่างการวัจัยและพัฒนา โดยฮอนด้าประเทศญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายรถยนต์ที่ติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับลูกค้าภายในปี 2020 ที่จะถึงนี้ หรืออีกเพียง 3 ปีข้างหน้าเท่านั้น โดยมีจุดประสงค์หลักคือให้ผู้คนรู้สึกอิสระและสนุกสนานกับการเดินทางที่ไร้อุบัติเหตุนั่นเอง

     การจะไปถึงจุดนั้นได้ ฮอนด้าได้ตั้งคอนเซ็พท์สำหรับรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Automated Drive) เอาไว้ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

     1. จะต้องเป็นรถที่ผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจขณะโดยสาร สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายได้อย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกันผู้ร่วมทางคนอื่นจะต้องรู้สึกปลอดภัยเช่นกัน

     2. จะต้องเป็นรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบเดียวกับการขับขี่โดยมนุษย์ เพื่อให้เจ้าของรถสนุกสนานกับการขับขี่จนรู้สึกว่าอยากจะเดินทางบ่อยๆ

     ซึ่งฮอนด้าระบุว่าหากสามารถบรรลุแนวทางทั้ง 2 ประการเบื่องต้นนี้ได้ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติก็จะกลายเป็นที่นิยมในคนทั่วไป และปรารถนาที่จะซื้อรถยนต์ที่ติดตั้งระบบดังกล่าวมาเพื่อใช้งานโดยปราศจากข้อกังขา

108

     ทั้งนี้ ฮอนด้าตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องวางจำหน่ายรถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติสำหรับถนนไฮเวย์ให้ได้ภายในปี 2020 จากนั้นจึงค่อยขยายไปยังระบบที่รองรับถนนเขตเมือง ที่มีความซับซ้อนยุ่งยากในการพัฒนาระบบมากกว่า

     สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติบนถนนไฮเวย์ของฮอนด้า จะไม่เป็นเพียงการขับขี่ตามรถยนต์คันหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตัวรถยังสามารถตัดสินใจเปลี่ยนเลนได้เองตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้ขับขี่ ซึ่งแปลว่าผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยพะวงกับการขับขี่ใดๆทั้งสิ้น แม้ว่ากำลังเคลื่อนที่ผ่านจุดที่มีการจราจรหนาแน่นก็ตาม

109

     ปัจจุบันระบบขับขี่อัตโนมัติถูกแบ่งออกเป็นระดับ 0-5 ซึ่งผู้ที่กำหนดมาตรฐานของแต่ละระดับก็คือ สำนักงานดูแลความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ US Department of Transportation's National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) โดยแต่ละระดับจะมีคุณลักษณะของรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติแตกต่างกันไป ดังนี้

     ระดับ 0 คือ ผู้ขับขี่เป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนที่ของรถทั้งหมด ทั้งคันเร่ง, เบรก และพวงมาลัย

     ระดับ 1 คือ ตัวรถจะคอยควบคุมอุปกรณ์ในการขับขี่อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พวงมาลัยหรือคันเร่ง โดยที่ผู้ขับขี่ยังคงเป็นผู้ควบคุมหลัก

     ระดับ 2 คือ ทั้งระบบพวงมาลัยและคันเร่งจะถูกควบคุมอัตโนมัติ โดยอาศัยสภาพแวดล้อมและการจราจรในขณะนั้น (ยกตัวอย่าง เช่น ระบบ Adaptive Cruise Control ที่สามารถทำงานคู่กับระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปล่อยพวงมาลัยและแป้นคันเร่งพร้อมกันได้เป็นบางจังหวะ และต้องพร้อมควบคุมรถทันทีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

     ระดับ 3 คือ ผู้ขับขี่จำเป็นต้องอยู่ในรถเพื่อเข้าควบคุมในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องติดตามสภาพจราจรภายนอกตลอดเวลา

     ระดับ 4 เป็นระดับที่เรียกว่า ‘Fully Autonomous’ หรือขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ มีระบบตรวจจับสภาพการจราจรตลอดการเดินทาง ซึ่งตัวรถสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้เองโดยอัตโนมัติ สามารถเลียนแบบการขับขี่ของมนุษย์ได้เกือบทั้งหมด

     ระดับ 5 คือ ระดับที่รถสามารถขับเคลื่อนได้แบบเดียวกับที่มนุษย์เป็นผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ (เช่น การขับขี่บนถนนลูกรัง, ออฟโรด ฯลฯ ซึ่งยังไม่มีรถขับเคลื่อนอัตโนมัติค่ายไหนสามารถทำได้ในเร็ววันนี้)

     เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นว่า ฮอนด้าตั้งเป้าจะไปถึงเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 4 ได้ภายในปี 2025 หรือในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้านี้เท่านั้น

114

     สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติฮอนด้าที่นำมาสาธิต ณ สนามทดสอบของฮอนด้าสำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ทีมวิศวกรได้ค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นรถต้นแบบที่ให้เราได้ร่วมทดสอบในครั้งนี้ โดยถูกติดตั้งไว้ในรถ 2 รุ่น ได้แก่ Hybrid โฉมญี่ปุ่นและ Honda Legend โฉมปัจจุบันที่ไม่มีวางจำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งขอย้ำว่าทั้งสองคันเป็นเพียงต้นแบบในการพัฒนาเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า Accord และ Legend โฉมต่อไป จะถูกติดตั้งระบบดังกล่าวนี้มาให้แต่อย่างใด

121

     ระบบขับขี่อัตโนมัติใน Honda Accord Hybrid จะเป็นการจำลองการขับขี่บนถนนในเมือง ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าการขับขี่บนถนนไฮเวย์ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวโค้งไปตามถนน, การหยุดหลังเส้นทึบก่อนสี่แยก, การขับผ่านแยกอย่างปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงมีสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเกิดขึ้นเยอะกว่านี้มาก

125

     ซึ่งการทดสอบเผยให้เห็นว่าตัวรถสามารถแล่นไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ได้อย่างปลอดภัย โดยอาศัยกล้องจำนวน 3 ตัว ที่ติดตั้งไว้บริเวณกระจกบังลมด้านหน้า โดยกล้องตัวแรกจะจับภาพด้านหน้าทั้งหมด กล้องตัวที่สองจะจับภาพด้านขวาสำหรับการเลี้ยวขวา และกล้องตัวที่สามจะจับภาพด้านซ้ายสำหรับการเลี้ยวซ้าย

     คอนโซลกลางจะถูกติดตั้งหน้าจอแสดงผลสำหรับการขับขี่อัตโนมัติโดยเฉพาะ (อย่างที่บอกว่ารถคันนี้เป็นรถต้นแบบ ดังนั้นการเก็บงานทั้งกล้อง, หน้าจอ และเสาอากาศจึงยังไม่เรียบร้อยแบบรถผลิตจริง) ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่ได้จากกล้องที่ผ่านการประมวลผลเรียบร้อยแล้วให้เราได้ชมกัน โดยตัวรถสามารถจับข้อมูลที่จำเป็น เช่น เส้นทางเดินรถ, ป้ายจราจร, เส้นจราจร ฯลฯ เพื่อให้รถสามารถขับขี่ตามทิศทางที่กำหนดได้อย่างปลอดภัย ตามที่ท่านได้เห็นในคลิปวีดีโอสาธิตต่อไปนี้

 

      ต่อมาเป็นเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติบนไฮเวย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในรถ Honda Legend โฉมปัจจุบัน ซึ่งคราวนี้เรามีโอกาสได้นั่งบนตำแหน่งผู้ขับขี่ด้วย ซึ่งรถคันนี้ประกอบด้วยกล้อง, เรดาร์เซ็นเซอร์ รวมถึง LiDAR เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้รอบคันเช่นกัน

110

100

     แม้ว่าการขับขี่อัตโนมัติบนไฮเวย์จะมีความซับซ้อนน้อยกว่า เพราะส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง แต่ฮอนด้าก็เพิ่มฟีเจอร์ให้สามารถเปลี่ยนเลนได้อัตโนมัติตามความเหมาะสมโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องสั่งงานใดๆทั้งสิ้น

     นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งหลังของคลิปยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ขับขี่สามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นในขณะที่การจราจรหนาแน่นได้ ซึ่งจุดนี้เองจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ไม่ต้องเสียเวลามาควบคุมรถอยู่ตลอดเวลา สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ระหว่างที่รถถูกควบคุมการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น คุยโทรศัพท์, ตอบอีเมล์, พูดคุยกับคนอื่นบนรถ เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘การเดินทางปลอดอุบัติเหตุ’ ตามเป้าหมายของฮอนด้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

     อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติยังคงต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่บริษัทรถเองไม่สามารถควบคุมได้ เช่น เส้นถนนที่ต้องชัดเจน, ป้ายจราจรที่สามารถอ่านง่ายและเห็นได้ชัด รวมถึงระเบียบวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยเราเองยังคงต้องพัฒนากันอีกมาก จนกว่าจะได้สัมผัสเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบและมีความปลอดภัยมากที่สุด

107

     ในอีกมุมหนึ่งก็หวังว่าฮอนด้าจะเป็นผู้นำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ มาปรับใช้ให้คนไทยได้สัมผัสอย่างทั่วถึงในอนาคตอันใกล้ด้วยเช่นกัน

 

Nissan Leaf 2018 ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทยที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Nissan Leaf 2018 ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทยที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

เผยโฉม “รถแข่งอายุ 104 ปี” ราคา 236 ล้าน!

เผยโฉม “รถแข่งอายุ 104 ปี” ราคา 236 ล้าน!

ยลโฉม Toyota C-HR 2018 สีแดง Red Pearl ก่อนเปิดตัวในไทยปลายเดือนนี้

ยลโฉม Toyota C-HR 2018 สีแดง Red Pearl ก่อนเปิดตัวในไทยปลายเดือนนี้

Mercedes-Benz CLS 2018 ใหม่ เผยภาพทีเซอร์ก่อนเปิดตัวปลายเดือนนี้

Mercedes-Benz CLS 2018 ใหม่ เผยภาพทีเซอร์ก่อนเปิดตัวปลายเดือนนี้

ยลโฉม “ลัมโบร์กินี่” รุ่นพระสันตะปาปา

ยลโฉม “ลัมโบร์กินี่” รุ่นพระสันตะปาปา

Tesla เผยภาพทีเซอร์รถกระบะขุมพลังไฟฟ้าใหม่ล่าสุด

Tesla เผยภาพทีเซอร์รถกระบะขุมพลังไฟฟ้าใหม่ล่าสุด

MG6 Plug-in Hybrid 2018 ใหม่ รถพลังงานไฮบริดรุ่นแรกเตรียมขายจริงที่จีน

MG6 Plug-in Hybrid 2018 ใหม่ รถพลังงานไฮบริดรุ่นแรกเตรียมขายจริงที่จีน

BMW X3 xDrive 20d 2018 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ราคา 3,699,000 บาท

BMW X3 xDrive 20d 2018 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ราคา 3,699,000 บาท

MINI JCW Countryman 2018 ใหม่ เตรียมเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

MINI JCW Countryman 2018 ใหม่ เตรียมเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ เผยทีเซอร์ก่อนเปิดตัวจริงที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ เผยทีเซอร์ก่อนเปิดตัวจริงที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

MG ZS 2018 ใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ราคาตัวท็อปเพียง 789,000 บาท

MG ZS 2018 ใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ราคาตัวท็อปเพียง 789,000 บาท

Toyota Hilux Revo Rocco 2018 ใหม่ รุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่ง ราคารุ่นท็อป 1,189,000 บาท

Toyota Hilux Revo Rocco 2018 ใหม่ รุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่ง ราคารุ่นท็อป 1,189,000 บาท

Toyota Hilux Revo 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะราคารุ่นท็อป 1,199,000 บาท

Toyota Hilux Revo 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะราคารุ่นท็อป 1,199,000 บาท

เปิดสเป็ค Mazda CX-5 2018 ใหม่ ทั้ง 5 รุ่นย่อย รุ่นไหนน่าซื้อที่สุด?

เปิดสเป็ค Mazda CX-5 2018 ใหม่ ทั้ง 5 รุ่นย่อย รุ่นไหนน่าซื้อที่สุด?

Mazda CX-5 2018 ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,290,000 บาท เปิดตัวแล้วในไทย

Mazda CX-5 2018 ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,290,000 บาท เปิดตัวแล้วในไทย

Nissan Paladin 2018 เผยภาพตัดต่อบั้นท้ายคู่แข่ง 'ฟอร์จูนเนอร์'

Nissan Paladin 2018 เผยภาพตัดต่อบั้นท้ายคู่แข่ง 'ฟอร์จูนเนอร์'

เสียงไม่ดังพอ! “ลัมโบร์กินี่” ไม่กล้าขายซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า

เสียงไม่ดังพอ! “ลัมโบร์กินี่” ไม่กล้าขายซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า

บันไดข้างอัตโนมัติ KAZER ลดระยะการก้าวขึ้นลง สะดวกสบาย และปลอดภัยทุกย่างก้าวการเดินทาง

บันไดข้างอัตโนมัติ KAZER ลดระยะการก้าวขึ้นลง สะดวกสบาย และปลอดภัยทุกย่างก้าวการเดินทาง

Volkswagen Golf R 2018 พร้อม Performance Pack ใหม่ เพิ่มสมรรถนะแรงสุดขีด

Volkswagen Golf R 2018 พร้อม Performance Pack ใหม่ เพิ่มสมรรถนะแรงสุดขีด

Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 1.15 ล้านบาทที่ออสเตรเลีย

Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 1.15 ล้านบาทที่ออสเตรเลีย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์