ง่วงไม่ขับ! 20 เทคนิคสร้างความกระปรี้กะเปร่าตื่นรู้เมื่อต้องขับรถกลางดึก เพิ่มโอกาสการรอดตาย!

ง่วงไม่ขับ! 20 เทคนิคสร้างความกระปรี้กะเปร่าตื่นรู้เมื่อต้องขับรถกลางดึก เพิ่มโอกาสการรอดตาย!

ง่วงไม่ขับ! 20 เทคนิคสร้างความกระปรี้กะเปร่าตื่นรู้เมื่อต้องขับรถกลางดึก เพิ่มโอกาสการรอดตาย!

Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

     ง่วงแล้วขับ ถ้ายังไม่หาวิธีแก้ไขและยังคงฝืนขับต่อไป เพียงเสี้ยววินาทีข้างหน้าอาจทำให้ชีวิตของคุณไม่ตายก็อาจพิการได้ ถ้ารู้ตัวว่าง่วงขณะขับรถให้รีบ ๆ จอดข้างทางเพื่อพักฟื้นสภาพเสียก่อนเป็นดีที่สุด การรีบไปให้ถึงจุดหมายแบบง่วง ๆ อาจถึงนรกก่อนถึงปลายทางก็เป็นได้ และนี่เป็น 20 ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะช่วยให้คุณพ้นภาวะง่วงขณะขับ และพ้นเงื้อมือของมัจจุราชไปได้

 

1. จอดหลับ 20 นาที

     สละเวลาจอดพัก 20 นาทีเพื่องีบ เป็นการชาร์ตพลังร่างกายที่ดีที่สุด จากนั้นร่างกายคุณจะเฟรชขึ้นพร้อมไปต่อได้อีกยาว

2. เปิดเพลงให้ดัง

     เปิดเพลงในรถให้กระหึ่มเข้าไว้ ผลจากการทดลองหลายเสียงบอกว่า การถูกรบกวนด้วยเสียงดัง ๆ จะช่วยปลุกให้คุณตื่นได้ดีขึ้นขณะขับรถ แต่..ต้องระวังอย่าให้ดังจนเกินไปล่ะ หูจะแตกได้!!

3. ขนมเบา ๆ

     มีผลวิจัยบอกว่าการกินอาหารปริมาณ 100 แคลอรี่ จะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวได้เป็นอย่างดี และขนมขบเคี้ยวชั้นดีที่เหมาะในการช่วยปลุกคุณให้ตื่นขณะขับรถก็คือ เมล็ดทานตะวันนั่นเอง

4. หลังตื่นต้องกินดี ๆ

     เมื่อรู้ว่าต้องขับรถยาว ๆ คุณควรต้องทำร่างกายตัวเองให้พร้อม นอนหลับให้เพียงพอ พร้อมกับเลือกกินอาหารให้ดีให้ถูก โดยอาหารที่เหมาะแก่การรีเฟรชร่างกายให้พร้อมขับรถได้ยาวได้อึดก็คือ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ และอาหารที่อุดมด้วยวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นนั่นเอง

5. ขับเมื่อพร้อมเท่านั้น !!

     Safety First ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ การใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น ควรต้องมีความรับผิดชอบในส่วนของตัว หากรู้ว่าร่างกายมีสภาพไม่พร้อมควรหยุดขับทันที อย่าคิดแค่ว่าไหว ง่วงนิดหน่อยอีกนิดก็ได้นั้นไม่ควรเลย เพราะที่บาดเจ็บที่ตายกันมากก็มาจากง่วงจากนี่ล่ะ และช่วงเวลาตี 2 - ตี 5 นี่ไม่ควรขับรถ เพราะเค้าบอกกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายไม่ตื่นตัวเอาซะเลย

201

6. กาแฟสักถ้วย

     แวะดื่มกาแฟสักถ้วย คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นให้คุณตื่นมีแรงขับรถต่อไปได้อีกกว่า 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ไม่ควรดื่มเกิน 4 ถ้วย เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะเป็นอันตรายต่อการขับรถได้ และสำหรับผู้ไม่อินไม่ดื่มกาแฟชาเขียวแก้วโต ๆ ก็พอจะแทนกันได้

7. เคี้ยวน้ำแข็ง

     อีกเทคนิคนึงที่ช่วยแก้ง่วงได้ ก็คือการเคี้ยวน้ำแข็ง ย้ำว่าต้อง "เคี้ยว" อย่าปล่อยให้ละลายในปากไปเฉย ๆ ทั้งความเย็นและการออกแรงเคี้ยวจะช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยปลุกคุณจากความง่วงได้เป็นชั่วโมง ๆ เลยทีเดียว

8. รักษาความชุ่มชื้นไว้เสมอ

     ถ้าคุณรู้ตัวว่าต้องขับรถทางไกล หาน้ำดื่มเตรียมไว้เยอะ ๆ เลย เพราะการรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายไว้ได้เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า และอาการง่วงนอนได้ หากรู้สึกร้อน เหนื่อยล้า เหมือนจะง่วงขณะขับรถ ก็จิบดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ จะช่วยคลายง่วงได้

9. ยืดเส้นยืดสายกันหน่อย

     เวลารถติดแล้วเริ่มง่วง การขยับร่างกายบ้าง สะบัดไม้สะบัดมือเพื่อให้เลือดไหลเวียน พอจะช่วยแก้อาการง่วงนอนได้บ้าง แต่หากพอจะจอดพักได้ก็จอดแล้วลงมายืนยืดเส้นยืดสายสักพักก็ช่วยปลุกร่างกายให้ตื่นได้เป็นอย่างดี

10. เช็ดหน้าเช็ดตา

     ผ้าเย็น..ทิชชู่เปียก หรือ ผ้าชุบน้ำ จะสะดวกแบบไหนก็แล้วแต่ นำมาเช็ด ๆ ลูบ ๆ ให้ทั่วหน้า ต้นคอ และแขน ความเย็นชุ่มชื้นจะช่วยปลุกให้คุณตื่นและมีสติในการขับรถได้อีกนิด

volvos90t8_resize

11. งดน้ำตาล

     ก่อนขับรถอย่ากินหวานมากนัก น้ำตาลอาจทำให้รู้สึกดีมีพลังขึ้นก็จริง แต่ก็แค่ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น หากนานไปน้ำตาลจะทำให้คุณเซื่องซึมและง่วงนอน เพราะฉะนั้นงดขนมหวาน อาหารหวาน ๆ ก่อนขับรถได้จะดี

12. อากาศบริสุทธิ์

vหนึ่งในการช่วยเพิ่มสติในการขับรถของคุณ ปลุกคุณให้ตื่นจากอาการเหนื่อยล้าและง่วงนอน นั่นก็คือการสูดรับกาศบริสุทธิ์ หากถนนที่คุณไปมันเอื้ออำนวยก็ลดกระจกลงให้ลมประทะหน้าดูบ้าง เทคนิคนี้ง่ายแถมเวิร์คดีทีเดียว

13. งดกินยาที่ทำให้ง่วงซึม

     ไม่ว่าจะขับรถใกล้หรือไกลแค่ไหนก็ตาม คุณต้องไม่ควรรับประทานยาที่มีผลทำให้เซื่องซึมและง่วงนอน หากคุณป่วยและจำเป็นต้องทานยาเหล่านั้นก็ไม่ควรขับรถเลย !

14. เปิดเสียงที่ชอบ

     ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ อัดเสียงเพลง เสียงพูดเล่าเรื่องต่าง ๆ เสียงนกร้อง ฝนตก หรือใด ๆ ก็ตามแต่ที่คุณโปรด แล้วนำมาเปิดในรถระหว่างการขับ ความสุนทรีย์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินและขับรถได้ไม่น่าเบื่อชวนง่วงอีกต่อไป

15. สูดหายใจลึก ๆ แค่ 4 ครั้ง

     การหายใจเข้าปอดผ่านทางจมูกแบบลึก ๆ และผ่อนออกช้า ๆ เพียง 4 ครั้ง เป็นเทคนิคที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความง่วงได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นการดึงสติทำสมาธิให้แน่วแน่อยู่กับการขับรถที่ดีอีกด้วย

200

16. อย่าเปิดแอร์แรง !!

     อากาศเย็นสบาย ๆ มักชวนเคลิ้มชวนง่วงเสมอ การขับรถในบรรยากาศเย็นสบายก็จะไม่ต่างอะไรกับการนั่งชิว ๆ เย็น ๆ พร้อมจะหลับไปทุกเมื่อ คุณควรปรับความอุณหภูมิในรถให้ไม่ต้องเย็นสบายมาก เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบประสาทสามารถตื่นตัวได้ดี

17. วางแผนการเดินทาง

     เมื่อคุณต้องขับรถไกล ๆ การวางแผนที่ดีรอบคอบจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาการง่วงขณะขับ หรือการหลับในได้ เพราะคุณจะรู้ดีว่าคุณขับได้ทนแค่ไหน กี่ชั่วโมงควรพัก เพื่อไม่เป็นการฝืนร่างกายให้เหนื่อยล้าจนอาจเกิดเป็นอุบัติเหตุได้

18. ฟังเพลงเร็ว ๆ 10 นาที

     เมื่อความง่วงมาเยือนระหว่างขับรถแถมรถยังติดหนึบอีก ลองเทคนิคนี้ดูหาเพลงเร็ว ๆ จังหวะหนัก ๆ ตื๊ด ๆ หรือเพลงที่คุณไม่ค่อยจะชอบฟังมันเท่าไรนั่นล่ะ เปิดฟังให้กระหึ่มดูประมาณ 10 นาที มันจะเข้าไปมีผลต่อการทำงานในระบบสมอง มันจะส่งสัญญาณเข้าไปกระตุ้นส่วนที่ไม่เป็นมิตรให้ตื่นตัว และนี่ล่ะมันจะทำให้คุณตื่นตัวขึ้น

19. วิตามินซี 500 Mg ช่วยได้ !

     หากขับรถไปได้จนรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า เริ่มจะอ่อนแรงและอยากนอนหลับ กระตุ้นความสดชื่อนให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยการ กินวิตามินซีขนาด 500 Mg เพียง 1 เม็ด เท่านั้น ความเหนื่อยอ่อนจะค่อย ๆ เบาบางไป ใครเหนื่อยง่ายง่วงง่ายมีความเสี่ยงสูงต่อการหลับใน ซื้อมาติดรถด่วน ๆ กันเลย

20. เคี้ยวหมากฝรั่ง

     ออกแรงเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ปากว่างขณะขับรถ ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยปลุกคุณจากความง่วงได้ขณะหนึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยให้ปากขยับไปกับการเคี้ยวแทนการขยับไปกับการหาว

Advertisement Replay Ad
4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

แนะนำ 3 เทคนิคเด็ดช่วยให้ไฟหน้ารถสว่างยิ่งขึ้น

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

หัวฉีดตัน เครื่องสั่น ต้องแก้ยังไง

หัวฉีดตัน เครื่องสั่น ต้องแก้ยังไง

ขับไปเบรกไป มีผลเสียมากกว่าที่คิด!!!

ขับไปเบรกไป มีผลเสียมากกว่าที่คิด!!!

หน้าที่และความสำคัญของ วาล์วน้ำรถยนต์!!!

หน้าที่และความสำคัญของ วาล์วน้ำรถยนต์!!!

'ไฟไอติม' ไม่เท่แถมผิดกฎหมาย-มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

'ไฟไอติม' ไม่เท่แถมผิดกฎหมาย-มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

4 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อขับรถขณะฝนตก

4 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อขับรถขณะฝนตก

ขับ 'อีโคคาร์' ทางไกลอย่างไรให้ปลอดภัยหายห่วง

ขับ 'อีโคคาร์' ทางไกลอย่างไรให้ปลอดภัยหายห่วง

6 อ็อพชั่นพื้นฐานที่ควรมีในรถใหม่ทุกคัน มีอะไรบ้าง?

6 อ็อพชั่นพื้นฐานที่ควรมีในรถใหม่ทุกคัน มีอะไรบ้าง?

ทำอย่างไรดี? หากเกิดสนิมขึ้นที่หม้อน้ำ!!!

ทำอย่างไรดี? หากเกิดสนิมขึ้นที่หม้อน้ำ!!!

เข็มความร้อนขึ้นผิดปกติ สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง?

เข็มความร้อนขึ้นผิดปกติ สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง?

4 ผลเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ รุนแรงกว่าที่คิด...!

4 ผลเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ รุนแรงกว่าที่คิด...!

5 วิธีถนอมเกียร์ออโต้แบบง่ายๆไม่ให้พังเร็ว

5 วิธีถนอมเกียร์ออโต้แบบง่ายๆไม่ให้พังเร็ว

5 เทคนิคใช้ 'กล้องติดรถยนต์' ที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 เทคนิคใช้ 'กล้องติดรถยนต์' ที่คุณอาจไม่เคยรู้

6 อุปกรณ์เสริมและของแต่งรถน่าซื้อติดไว้ใช้งาน

6 อุปกรณ์เสริมและของแต่งรถน่าซื้อติดไว้ใช้งาน

4 ข้อดีของ 'ซันรูฟ' ที่ใครหลายคนคิดไม่ถึง..!

4 ข้อดีของ 'ซันรูฟ' ที่ใครหลายคนคิดไม่ถึง..!

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 'เบรกแตก-คันเร่งค้าง' รับรองรอดชัวร์...!

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 'เบรกแตก-คันเร่งค้าง' รับรองรอดชัวร์...!

ไดสตาร์ทเสีย มีอาการแบบไหน?

ไดสตาร์ทเสีย มีอาการแบบไหน?

9 ทริคการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

9 ทริคการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์