5 เหตุผลที่ควรซื้อรถไฮบริดมากกว่ารถไฟฟ้า

5 เหตุผลที่ควรซื้อรถไฮบริดมากกว่ารถไฟฟ้า

5 เหตุผลที่ควรซื้อรถไฮบริดมากกว่ารถไฟฟ้า

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หลายคนมองว่ารถไฮบริดในปัจจุบันเป็นเพียงทางผ่านไปสู่ล้วนในอนาคต จึงเลือกที่จะมองข้ามไปแล้วรอให้ถึงวันที่รถไฟฟ้าสามารถทำตลาดในเชิง Mass production แบบเดียวกับรถเครื่องยนต์สันดาปภายในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วรถยนต์ไฮบริดยังมีข้อดีที่เหนือกว่ารถไฟฟ้าด้วยซ้ำไป

     Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 5 ข้อดีของรถไฮบริดที่เหนือกว่ารถไฟฟ้าในปัจจุบันมาฝากกัน

203

1.ไร้ปัญหาเรื่องการชาร์จไฟ

     รถยนต์แบบไฮบริด (Hybrid) และปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) มีจุดเด่นที่เหนือกว่ารถไฟฟ้าล้วน (EV) ตรงที่ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟเป็นประจำ เนื่องจากเครื่องยนต์ที่ติดตั้งในรถไฮบริดและรถปลั๊กอินไฮบริดสามารถสร้างกระแสไฟเพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้อยู่แล้ว ซึ่งในกรณีรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดปกตินั้น หากไม่ทำการชาร์จประจุไฟ ก็ยังคงสามารถใช้งานได้เหมือนกับรถไฮบริดปกติทุกประการ

     แต่หากขยันชาร์ทไฟเป็นประจำ ก็จะได้ความประหยัดเพิ่มขึ้นมา ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่จำเป็นต้องชาร์จไฟเป็นประจำ แถมยังต้องใช้ระยะเวลาชาร์จค่อนข้างนาน หากวันไหนกลับบ้านแล้วเผลอลืมชาร์จ อาจไม่มีประจุไปเพียงพอสำหรับใช้งานในวันต่อไปก็เป็นได้

2.ไม่ต้องหยุดชาร์จไฟระหว่างทาง

     รถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดสามารถเดินทางไปได้ทุกที่โดยไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟระหว่างทาง แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV หากต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลมากๆ ก็จำเป็นต้องหยุดชาร์จไฟเพื่อให้ขับขี่ต่อไปได้
แม้ว่าปัจจุบันในต่างประเทศจะมีสถานีชาร์จด่วนสำหรับรถไฟฟ้า แต่ก็ยังต้องใช้เวลา 30-40 นาทีในการชาร์จแต่ละครั้ง เพื่อให้ปริมาณไฟเพียงพอสำหรับเดินทางต่อไป

200

3.ชาร์จไฟเต็มเร็วกว่า

     รถยนต์ประเภทประเภท Plug-in Hybrid ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่ารถไฟฟ้า EV มาก จึงสามารถชาร์จไฟได้เร็วกว่าอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมง ด้วยไฟบ้านปกติเท่านั้น

4.ราคาจำหน่ายเข้าถึงได้ง่าย

     ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดในปัจจุบันถูกปรับลดลงมาจนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า ยกตัวอย่างรถยนต์ไฮบริดระดับ D-segment จากญี่ปุ่น สามารถซื้อหาได้ในราคาราว 1 ล้านบาทกลาง ขณะที่รถปลั๊กอินไฮบริดจากฝั่งยุโรปในปัจจุบันก็มีราคาเริ่มต้นราว 2 ล้านบาทกลางเท่านั้น

     ส่วนรถไฟฟ้าแม้ว่าจะยังไม่มีผู้ผลิตรายใดทำตลาดในบ้านเราอย่างจริงจัง แต่ก็เคยมีค่ายยุโรปหรูนำเอาซิตี้คาร์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายด้วยราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทเลยทีเดียว

202

5.บำรุงรักษาไม่ต่างจากเครื่องยนต์ปกติ

     การบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดมีรายละเอียดไม่ต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในเท่าใดนัก ศูนย์บริการในบ้านเรามีความรู้ความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงราคาแบตเตอรี่ในอนาคตก็มีแนวโน้มลดลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นการเลือกรถยนต์ไฮบริดจึงไม่เป็นที่น่ากังวลเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

     แม้ว่ารถยนต์ Hybrid และ Plug-in Hybrid จะยังคงต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงน้ำมันเหมือนกับรถยนต์สันดาปภายใน แต่ก็ให้ความประหยัดแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในเมืองและนอกเมือง แถมยังขับได้สบายใจกว่ารถไฟฟ้า เพราะไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง

     อย่างไรก็ดี กระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดรถยนต์บ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง และเมื่อนั้นรถยนต์ไฮบริด ก็อาจค่อยๆเสื่อมความนิยมลง จนสูญหายไปจากตลาดเหมือนกัน แต่หากมองเฉพาะปัจจุบันที่เราอยู่นี้ ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นก็ถือเป็นข้อได้เปรียบของรถไฮบริดที่ควรพิจารณาไว้ครับ

 

Advertisement Replay Ad
Nissan Kicks 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์รุ่นเล็กเปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ

Nissan Kicks 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์รุ่นเล็กเปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ

Mitsubishi Eclipse Cross 2018 ประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นในสหรัฐฯ เพียง 7.59 แสนบาท

Mitsubishi Eclipse Cross 2018 ประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นในสหรัฐฯ เพียง 7.59 แสนบาท

Holden Colorado SportsCat 2018 รุ่นพิเศษเผยโฉมที่ออสเตรเลีย

Holden Colorado SportsCat 2018 รุ่นพิเศษเผยโฉมที่ออสเตรเลีย

MG ZS 2018 ใหม่ พร้อมอ็อพชั่นพิเศษเผยโฉมที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

MG ZS 2018 ใหม่ พร้อมอ็อพชั่นพิเศษเผยโฉมที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

รวม 8 รถใหม่เปิดตัวพร้อมขายจริงในงานมอเตอร์เอกซ์โป 2017

รวม 8 รถใหม่เปิดตัวพร้อมขายจริงในงานมอเตอร์เอกซ์โป 2017

Toyota Yaris และ Yaris ATIV 2018 ใหม่ ถูกจัดแสดงที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Toyota Yaris และ Yaris ATIV 2018 ใหม่ ถูกจัดแสดงที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Mitsubishi GT-PHEV Concept เผยโฉมที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

Mitsubishi GT-PHEV Concept เผยโฉมที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

รวมโปรโมชั่นรถใหม่ทุกรุ่น-ทุกยี่ห้อในงาน Motor Expo 2017

รวมโปรโมชั่นรถใหม่ทุกรุ่น-ทุกยี่ห้อในงาน Motor Expo 2017

Jaguar F-Type 400 Sport 2018 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย ราคา 11,999,000 บาท

Jaguar F-Type 400 Sport 2018 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย ราคา 11,999,000 บาท

BMW X3 xDrive20d 2018 ใหม่ เผยโฉมที่มอเตอร์เอ็กซ์โป ราคา 3,699,000 บาท

BMW X3 xDrive20d 2018 ใหม่ เผยโฉมที่มอเตอร์เอ็กซ์โป ราคา 3,699,000 บาท

10 อันดับรถยนต์-บิ๊กไบค์ที่มีคนจองมากที่สุดในงาน Motor Expo 2017

10 อันดับรถยนต์-บิ๊กไบค์ที่มีคนจองมากที่สุดในงาน Motor Expo 2017

Hyundai Ioniq EV 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คพลังงานไฟฟ้าที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Hyundai Ioniq EV 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คพลังงานไฟฟ้าที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Lamborghini Urus 2018 ใหม่ เอสยูวีค่ายกระทิงดุเปิดตัวจริงครั้งแรกในโลก

Lamborghini Urus 2018 ใหม่ เอสยูวีค่ายกระทิงดุเปิดตัวจริงครั้งแรกในโลก

GPX Demon 150 GR 2018 ใหม่ เคาะราคา 63,800 บาทที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

GPX Demon 150 GR 2018 ใหม่ เคาะราคา 63,800 บาทที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

Volvo XC60 2018 ใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาทที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

Volvo XC60 2018 ใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาทที่มอเตอร์เอ็กซ์โป

Ducati Panigale V4 2018 ใหม่ เคาะราคา 949,000 บาท ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

Ducati Panigale V4 2018 ใหม่ เคาะราคา 949,000 บาท ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป

เปิดสเป็ค Toyota C-HR 2018 เวอร์ชั่นไทยมีอ็อพชั่นอะไรให้บ้าง?

เปิดสเป็ค Toyota C-HR 2018 เวอร์ชั่นไทยมีอ็อพชั่นอะไรให้บ้าง?

ซูมเน้นๆ! พริตตี้มอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ปีนี้สวยแซ่บไม่เบา

ซูมเน้นๆ! พริตตี้มอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ปีนี้สวยแซ่บไม่เบา

รวม 8 ไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

รวม 8 ไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

Chevrolet Colorado Centennial Edition 2018 ใหม่ เคาะราคา 814,000 บาท

Chevrolet Colorado Centennial Edition 2018 ใหม่ เคาะราคา 814,000 บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์