รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Toyota Yaris 2017 ใหม่ นับเป็นการเปลี่ยนโฉมระดับบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ ที่ไม่เพียงแค่ปรับรูปลักษณ์หน้าตาเท่านั้น แต่ด้านการขับขี่ยังดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดด้วยเช่นกัน เป็นโอกาสอันดีที่ Sanook! Auto ได้รับเชิญเข้าร่วมทดสอบ Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถคันนี้ว่าดีขึ้นขนาดไหน

123

     Toyota Yaris 2017 โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นย่อยเช่นเดิม ประกอบด้วย J ECO, J, E และ G ทุกรุ่นถูกติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT โดยไม่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก

     ปกติการปรับไมเนอร์เชนจ์โดยทั่วไป อย่างมากก็เปลี่ยนไฟหน้า-ไฟท้าย เปลี่ยนลวดลายล้อแม็ก เพิ่มอ็อพชั่นภายในเล็กน้อย เท่าที่ก็เพียงพอที่จะยืดอายุตลาดไปอย่างน้อยๆ สัก 2 ปี

118

     แต่สำหรับ ยาริส 2017 เป็นการปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ ที่เปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิม (เกือบจะ) สิ้นเชิง เพื่อให้เข้ากับ Yaris Ativ 2017 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าไม่นาน ทำให้โตโยต้าสามารถป้อนรถอีโคคาร์ลงสู่ตลาดได้ถึง 2 รุ่น ทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ค เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มองหารถราคาประหยัดไว้ใช้งาน

     สำหรับ Toyota Yaris 2017 ที่เราทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่น 1.2 G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบครันมากที่สุดในรุ่น

100

     ดีไซน์ภายนอกของ Toyota Yaris รุ่น 1.2 G มีการปรับดีไซน์ด้านหน้าเหมือนกับ Yaris Ativ มีการออกแบบฝากระโปรงหน้าใหม่ เพื่อให้เข้ากับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป

101

     รุ่น 1.2 G ติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน พร้อมไฟหรี่ LED Light Guiding มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบส่องนำทาง Follow-me-home ขณะที่ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟตัดหมอกหน้าถูกแยกติดตั้งไว้กับกันชน

     ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีอยู่ในเฉพาะรุ่น G เท่านั้น ส่วนรุ่นรองลงมาทั้งหมดจะเป็นไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์และไม่มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันมาให้

102

     ดีไซน์ด้านข้างมีการปรับเปลี่ยนชัดเจนตั้งแต่ช่วงประตูหลังเป็นต้นไป ด้วยการเส้นสายขอบหน้าต่างให้ดูอ่อนช้อยมากขึ้น มีการเปลี่ยนดีไซน์กระจกสีดำปิดเสา C-pillar เพื่อให้รับกับไฟท้าย LED Light Guiding ดีไซน์แนวนอนใหม่ ที่ช่วยให้นึกถึง Toyota Auris ในยุโรปยังไงยังงั้น ขณะที่เหนือหลังคาถูกติดตั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม

120

     ส่วนกระจกมองข้างติดตั้งไฟเลี้ยวใน 2 รุ่นบน (G และ E) ส่วนมือจับประตูด้านนอกแบบโครเมียมมีเฉพาะรุ่น G เท่านั้น เสริมความเงียบในห้องโดยสารด้วยกระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ในรุ่น G และ E

     กระจกมองข้างสามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในรุ่น G และ E เสริมความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ใน 2 รุ่นบนเท่านั้น

107

     ในรุ่น G และ E ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 185/60 R15 ขณะที่รุ่น J เป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบล้อขนาด 15 นิ้ว ติดตั้งยางขนาดเดียวกัน ส่วนรุ่น J ECO ที่เป็นรุ่นล่างสุดติดตั้งล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว ไม่มีฝาครอบล้อ พร้อมยางขนาด 175/65 R14

110

     ขณะที่ Yaris 2017 ทุกรุ่นย่อยจะไม่มียางอะไหล่มาให้ แต่จะเป็นชุดซ่อมยางฉุกเฉินพร้อมปั๊มลมแทน ซึ่งกรณีที่ยางรั่วซึมเนื่องจากถูกของแหลมตำ จะช่วยเพิ่มความสะดวกมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ แต่หากเกิดเหตุการณ์ยางระเบิดหรือแก้มยางฉีกขาดจนไม่สามารถใช้ชุดซ่อมฉุกเฉินได้นั้น ก็คงต้องเรียกรถยกกันบ้างล่ะ

115

     ภายในห้องโดยมีการปรับดีไซน์ยกใหญ่เช่นกัน ซึ่งจะว่ายกชุดมาจาก Yaris Ativ ก็ว่าได้ โดยยังคงเน้นความสปอร์ตขรึมด้วยโทนสีเทาดำตัดกับสีเงินบริเวณแผงคอนโซลหน้าและกรอบช่องแอร์

     เบาะนั่งโดยสารหุ้มวัสดุผ้าทุกรุ่นย่อย โดยที่รุ่น G จะเป็นผ้าที่ดูดีขึ้นมานิดนึง และมีลวดลายตัวเบาะต่างกับรุ่นอื่นๆ ทั้งหมด และเป็นรุ่นเดียวที่ได้พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง

115_1

     ตัวเบาะนั่งเป็นแบบปรับมือ สามารถปรับสูง-ต่ำได้เฉพาะฝั่งผู้ขับขี่ ในรุ่น G มาพร้อมกระเป๋าเก็บของหลังเบาะนั่งคู่หน้า เบาะนั่งแถวหลังมาพร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง ดีไซน์พนักพิงค่อนข้างดี ด้วยการออกแบบให้มีความเว้าลึกพอประมาณ ช่วยเพิ่มความกระชับสำหรับผู้โดยสารฝั่งซ้ายและขวา

114

     Yaris 2017 ทุกรุ่นย่อยถูกติดตั้งไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าและไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแยกมาให้ต่างหาก ติดตั้งราวมือจับให้ทั้ง 4 ตำแหน่ง ในรุ่น G และ E ติดตั้งกระจกแต่งหน้าบริเวณแผงบังแดดมาให้ ขณะที่รุ่น J ลงมาไม่มีกระจกให้เลยทั้งสองข้าง

113

     ระหว่างเบาะนั่งคู่หน้าถูกติดตั้งกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่มีความลึกพอสมควร สามารถเก็บแผ่นซีดีหรือกล้องมิลเรอร์เลสได้อย่างสบายๆ ใกล้กันถูกติดตั้งช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์มาให้ 1 จุด ขณะที่ช่องวางแก้วน้ำมีให้อย่างล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแผงประตูคู่หน้าข้างละ 1 ตำแหน่ง และบริเวณใกล้กับคันเกียร์สามารถวางได้อีก 2 ตำแหน่ง

104

     Yaris 2017 รุ่น G และ E ติดตั้งมาตรวัดแบบเรืองแสงขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยแถบสีฟ้า ดีไซน์ตัวเลขอ่านง่ายชัดเจน มีหน้าจอ MID พร้อมแสดงตำแหน่งเกียร์มาให้ ขณะที่รุ่น G เป็นเพียงรุ่นเดียวที่ติดตั้งกุญแจแบบ Keyless Entry ทำงานคู่กับปุ่ม Push Start

116

     บริเวณคอนโซลกลางถูกติดตั้งเครื่องเสียงรองรับ CD/MP3 แต่น่าเสียดายที่ไม่มีหน้าจอสัมผัสมาให้เหมือนกับ Yaris Ativ โดยที่เครื่องเสียงชุดนี้รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth สามารถรองรับการโทรศัพท์และฟังเพลงจากตัวเครื่องได้ มีพอร์ต USB และ AUX ให้อย่างละ 1 ช่อง โดยทั้งคู่ถูกติดอยู่บนฟร้อนท์เครื่องเสียง ดังนั้น หากมีการเสียบสายเข้ากับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์เครื่องต่างๆ อาจมีสายระโยงระยางให้เกะกะอยู่เหมือนกัน รองลงมาเป็นสวิตช์ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่มีให้เฉพาะรุ่น G และ E เท่านั้น

     พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้านดีไซน์อวบกระชับมือ ถูกติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงไว้ทางฝั่งซ้าย และปุ่มควบคุมโทรศัพท์ไว้ทางฝั่งขวา ขณะที่แผงคอนโซลฝั่งขวาของพวงมาลัยถูกติดตั้งปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, ปุ่มปิดการทำงานระบบ VSC และปุ่มปิดการทำงานเซ็นเซอร์กะระยะท้าย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าช่องแอร์ทั้ง 4 ช่องไม่มีปุ่มปิดลมแอร์เลยแม้แต่ช่องเดียว

112

     ด้านระบบความปลอดภัยถือเป็นจุดขายของ Yaris เลยก็ว่าได้ เพราะทุกรุ่นย่อยตั้งแต่ J ECO จนถึงรุ่น G จะถูกติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้ 7 ใบ ประกอบด้วย คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม และถุงลมหัวเข่าฝั่งผู้ขับขี่ ติดตั้งระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC และ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC เป็นต้น ขณะที่เซ็นเซอร์กะระยะท้ายมีเฉพาะรุ่น G และ E เท่านั้น

111

     ด้านขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC พร้อมระบบ Dual VVT-i ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ทุกรุ่นย่อย พร้อมระบบเบรกแบบหน้าดิสก์หลังดรัมทุกรุ่นเช่นกัน

     เส้นทางทดสอบครั้งนี้เรามุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปยัง จ.กาญจนบุรี ทำให้เราได้สัมผัสรถคันนี้กันพอประมาณ

131

     ด้านอัตราเร่งนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิม กำลังสูงสุดเท่าเดิม ดังนั้น บุคลิกการตอบสนองของเครื่องยนต์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์เลย อัตราเร่งในช่วงตีนต้นจำเป็นต้องเค้นคันเร่งกันเล็กน้อย บวกกับบุคลิกของเกียร์ซีวีทีที่ทำให้รถดูเฉื่อยๆ แต่เมื่อความเร็วได้ที่ ก็สามารถไหลไปได้เรื่อยๆ  โดยที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ประมาณ 2,700-2,800 รอบต่อนาทีเท่านั้น จึงเป็นรถอีโคคาร์ที่สามารถขับต่างจังหวัดได้อย่างสบาย อย่างไรก็ดี เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ของโตโยต้าก็ถือว่าให้สมรรถนะอยู่ในระดับแนวหน้าของอีโคคาร์เครื่องยนต์เบนซินในตลาดขณะนี้

     จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Yaris 2017 ใหม่ ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนปรับไมเนอร์เชนจ์อย่างชัดเจน ก็คือช่วงล่างที่เฟิร์มและแน่นหนึบมากขึ้น จากสมัยก่อนที่ต้องยอมรับว่าช่วงล่างของรถโตโยต้าหลายรุ่นอาจสู้คู่แข่งไม่ได้ ถ้ารุ่นไหนถูกเซ็ทให้นิ่ม ก็จะนิ่มยวบซะจนขาดความสนุกในการขับขี่ไป แต่หากรุ่นไหนถูกเซ็ทมาแข็ง ก็มักจะแข็งกระด้างจนขาดความสบายในการโดยสารเช่นกัน

125

     แต่สำหรับ Yaris 2017 ใหม่ กลับถูกเซ็ทให้ช่วงล่างออกมาอย่างพอเหมาะพอเจาะ ให้ความนุ่มนวลเวลาขับผ่านหลุมหรือฝาท่อได้ดีทีเดียว แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความหนึบหนับ ทำให้สามารถขับด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

     ขณะที่ประสิทธิภาพการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ถูกพัฒนาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากช่วงล่าง พื้นถนน หรือเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาห้องโดยสารอยู่ในระดับต่ำจนน่าประหลาดใจ ขณะที่เสียงจากเครื่องยนต์ทำได้ดีเช่นกัน จะเริ่มมีเสียงคำรามเล็ดลอดเข้ามาตั้งแต่ช้วง 2,700 รอบต่อนาทีขึ้นไป และจะได้ยินชัดเจนตั้งแต่ 3,000 รอบต่อนาที แต่กระนั้นก็ถือว่าค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน

135

     ความกว้างขวางของห้องโดยสารถือเป็นจุดขายของยาริสโฉมปัจจุบันมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลังที่มีพื้นที่วางขาให้อย่างเหลือเฟือ สามารถนั่งไขว้ห้างได้อย่างสบายๆ อีกทั้งยังสามารถนั่งโดยสารได้ 3 คนแบบไม่เบียดกันจนเกินไปด้วย

141

     สรุป Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ถูกปรับปรุงไม่เพียงแต่รูปลักษณ์หน้าตาเท่านั้น แต่ยังพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้อยู่ในระดับต้นๆ ของอีโคคาร์ในปัจจุบัน

     เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ให้สมรรถนะเพียงพอทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ช่วงล่างแน่นหนึบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเก็บเสียงที่ทำได้ดีไม่แพ้รถรุ่นใหญ่ กับความกว้างขวางของห้องโดยสาร จึงทำให้รถคันนี้ค่อนข้างครบเครื่องในราคาที่จับต้องได้ง่าย และกลายเป็นรถที่น่าถวิลหาอีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียวครับ



ราคาจำหน่าย Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดังนี้

- 1.2 G ราคา 619,000 บาท (รุ่นที่ใช้ทดสอบ)
- 1.2 E ราคา 569,000 บาท
- 1.2 J ราคา 539,000 บาท
- 1.2 J ECO ราคา 489,000 บาท

ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

รีวิว BMW 330e M Sport 2017 แรงเกินคาด-หล่อเกินใครกับกิจกรรม BMW Driving Experience

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว BMW 530i M Sport และ 520d Luxury ใหม่ รถหรูขับสนุกพ่วงฟังก์ชั่นสุดล้ำ

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Foton Tunland 2017 ใหม่ มีดีกว่าที่คิด.. แต่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Jaguar F-Pace 2017 ใหม่ เอสยูวีเล็กระดับหรูกับสมรรถนะเหนือคาด

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Honda Civic Hatchback 2017 ใหม่ แฮทช์แบ็คหล่อแรงฟังก์ชั่นครบเครื่อง

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Nissan Note 2017 ใหม่ อีโคคาร์ฟังก์ชั่นล้ำในราคาคุ้มค่า

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Mazda2 2017 ใหม่ เพิ่ม G-Vectoring Control รถเล็กขับสนุกยิ่งกว่าเดิม

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

Exclusive Preview: MINI Countryman 2017 ใหม่ ความอเนกประสงค์ที่ยังคงความ ‘มินิ’

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว MG GS 1.5 เทอร์โบใหม่ คล่องตัวขึ้น อ็อพชั่นเพียบ ในงบไม่ถึงล้าน

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

รีวิว Volvo S90 D4 Inscription ใหม่ นี่คือวอลโว่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา..!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์