รีวิว Honda HR-V คอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่ลงตัวสุด ณ จุดนี้

รีวิว Honda HR-V คอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่ลงตัวสุด ณ จุดนี้
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Honda HR-V ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในชื่อ ‘Vezel’ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ปี 2013 ซึ่งการเปิดตัวครั้งนั้นคือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยยอดจำหน่ายสูงกว่าที่ตั้งเป้าถึง 6 เท่า!  โดยมียอดจองสูงถึง 24,900 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 25 วันนับจากเปิดตัว จากเป้าที่วางไว้ 4,000 คันต่อเดือน ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ


     จากการเปิดตัวดังกล่าว ก็สร้างกระแสความนิยมกระจายไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จนทำให้กลายเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งยอดจองรวมในปัจจุบันในไทยนับจากเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ก็ทะลุ 7 พันคันเข้าไปแล้ว

     Sanook! Auto จึงไม่พลาดโอกาสที่จะร่วมทดสอบ ‘Honda HR-V’ ใหม่ กับคณะสื่อมวลชนจากทั่วประเทศ เพื่อมาบอกเล่าให้คุณผู้อ่านฟังว่า ‘Premium Sport Crossover’ คันนี้ มันมีดีขนาดไหนกันนักเชียว!



     Honda HR-V เป็นรถยนต์แบบครอสโอเวอร์ ซึ่งหมายถึงรถอเนกประสงค์ยกสูงที่มีพื้นฐานมาจากรถเก๋ง ซึ่งรถยนต์กลุ่มนี้มักโดดเด่นด้วยการเกาะถนนที่ดีกว่ากลุ่มที่ใช้พื้นฐานจากรถกระบะ รวมถึงทัศนวิสัยที่ดีกว่ารถเก๋งทั่วไป เนื่องจากตัวถังที่สูงกว่า ซึ่ง HR-V ถูกพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ ‘Honda Jazz’ เจเนอเรชั่นล่าสุดนั่นเอง

     โดยคันที่เราได้รับมอบหมายทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่นท็อปสุดซึ่งก็คือ ‘Honda HR-V 1.8 EL’



     รูปลักษณ์ภายนอกของ Honda HR-V ใหม่ ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับรถคูเป้สองประตู จะสังเกตเห็นได้จากมือเปิดประตูด้านหลังถูกซ่อนไว้กับกรอบหน้าต่าง รวมถึงหลังคาที่ลาดเทมาทางด้านหลัง ด้านหน้าถูกออกแบบตามแนวคิด ‘Solid Wing Face’ เช่นเดียวกับรถฮอนด้ารุ่นอื่นๆ ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อม Daytime Running Light แบบ LED เช่นกัน ออกแบบรับกับกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยม ด้านล่างติดตั้งไฟตัดหมอกล้อมด้วยกรอบสีดำ ด้านหลังติดตั้งไฟท้าย LED แบบ Tube ดูทันสมัย ตัวถังถูกวางอยู่บนล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/55 R17

 

     ห้องโดยสารภายในออกแบบตามแนวคิด 'Man Maximum, Machine Minimum' ที่เน้นความกว้างขวางเป็นพิเศษ คอนโซลกลางติดตั้งเครื่องเสียงแบบ Advanced Touch หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, HDMI และพอร์ต USB จำนวน 2 ช่อง รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri (ต้องเชื่อมต่อผ่าน iPhone 4S ขึ้นไป)

     ขยับลงมาเป็นแผงควบคุมแอร์อัตโนมัติแบบสัมผัสสีดำเงา ดูสวยงาม ทันสมัย ตัดด้วยกรอบโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา แปลกตาด้วยช่องแอร์บริเวณคอนโซลด้านหน้าคนนั่งถึงสามช่อง

 

     เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าหุ้มด้วยหนังแท้สีดำปรับด้วยมือ พร้อมปีกเบาะขนาดใหญ่เพิ่มความกระชับขณะเข้าโค้ง ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์แบบปุ่มสั่งงาน Siri โดยตัวพวงมาลัยสามารถปรับด้วยมือได้ 4 ทิศทาง

 

     ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์สีแดงติดตั้งบริเวณคอนโซล ทำงานคู่กับกุญแจ Smart Key ขณะที่เบรกมือเป็นแบบไฟฟ้าสั่งงานด้วยปลายนิ้วสัมผัส มาพร้อมระบบ Auto Brake Hold ที่ช่วยรักษาแรงดันน้ำมันเบรกไว้ขณะจอดติดไฟแดง โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกเอง และจะคลายเบรกให้อัตโนมัติเมื่อผู้ขับเหยียบคันเร่ง

 

     Honda HR-V ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร 4 สูบ SOHC i-VTEC ที่ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ทุกรุ่น รองรับเชื้อเพลิง E85 ติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

     ขณะที่ระบบความปลอดภัยก็คือว่าจัดเต็มไม่แพ้กัน  อาทิเช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมถุงลมด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA), ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HAS), สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ (ESS) เป็นต้น รวมถึงกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (ไม่มีเซ็นเซอร์ถอยหลัง) เป็นต้น

 

     ทันทีที่ก้าวเข้ามานั่งอยู่ภายในห้องโดยสารของ Honda HR-V ใหม่ ก็สัมผัสได้ถึงความกว้างขวางของห้องโดยสาร แม้ว่าจะมีพื้นฐานมาจากรถระดับ B-Segment ก็ตาม ขณะที่พื้นที่ Legroom ของผู้โดยสารตอนหลังเรียกได้ว่าเหลือเฟือ ไม่อึดอัด เบาะหลังสามารถบรรทุกผู้โดยสารไซส์มาตรฐาน 3 คนได้อย่างสบายๆ แถมตัวพนักพิงยังสามารถปรับเอนลงได้อีก 1 ระดับ ช่วยเพิ่มความสบายเมื่อต้องเดินทางไกล

 

     ตัวเบาะนั่งคู่หน้าเลือกใช้วัสดุค่อนข้างแข็งที่ให้สัมผัสคล้ายรถยุโรปหรู ช่วยไม่ให้ตัวผู้โดยสารจมลงไปในเบาะ ปีกเบาะถูกดีไซน์ให้โอบกระชับร่างกายขณะเข้าโค้ง เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวมากนัก ตำแหน่งของเบาะนั่งที่สูงกว่ารถเก๋ง ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การซอกแซกฝ่ารถติดในเมืองทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมองเห็นรถคันหน้าได้ไกลกว่า

 

     อัตราเร่งของ Honda HR-V ทำได้ดี ตัวเลขคร่าวๆจากการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.อยู่ที่ราว 11 วินาที ซึ่งถือว่าไม่เลวสำหรับรถครอสโอเวอร์เครื่องยนต์ความจุ 1.8 ลิตร ที่ต้องแบกรับน้ำหนักเยอะกว่ารถเก๋ง แถมยังมีขนาดล้อและยางที่ใหญ่กว่า โดยส่วนหนึ่งมาจากเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่องแบบ CVT ที่ให้กำลังแรงต่อเนื่อง ไม่สูญเสียกำลังจากการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งช่วงอัตราเร่งระหว่าง 0-60 กม./ชม. เป็นช่วงที่รถมีพละกำลังมากที่สุด ทำให้มั่นใจว่าการขับขี่ในเมืองไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

 

     ในตำแหน่งเกียร์ ‘D’ นั้น หากต้องการจังหวะเร่งแซง หรือ Engine Brake (แรงเบรกจากเครื่องยนต์) ก็สามารถกดแป้น Paddle Shift ฝั่งเครื่องหมายลบ (-) เพื่อลดอัตราทดเกียร์ลงมาได้ทันที ช่วยให้รถมีกำลังเพิ่มขึ้น โดยเกียร์ซีวีทีจะถูกซอยอัตราทดออกเป็น 7 จังหวะ ตำแหน่งเกียร์จะขึ้นอยู่กับความเร็วรถในขณะนั้น จากนั้นไม่นานเกียร์จะกลับมาอยู่ในโหมด ‘D’ ตามปกติ

 

     แต่หากต้องการขับขี่ในโหมด 'Manual 'หรือเกียร์ธรรมดานั้น ให้ดันคันเกียร์ไปตำแหน่ง ‘S’ แล้วจึงกด Paddle Shift ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง สมองกลจะเข้าสู่โหมดเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะในทันที ให้อารมณ์สปอร์ตไปอีกแบบ แต่หากไม่กด Paddle Shift ก็จะกลายเป็นโหมด 'Sport' แต่ยังคงเปลี่ยนเกียร์ให้อัตโนมัติคล้ายกับตำแหน่ง 'D' แต่ลากรอบเครื่องยนต์ให้ขึ้นสูงกว่า เพื่อการตอบสนองที่ทันใจกว่า

     ส่วนน้ำหนักพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์กำลังดี ให้ความรู้สึกกระชับขณะเข้าโค้ง การควบคุมค่อนข้างแม่นยำ ขณะที่ความเร็วสูงพวงมาลัยกลับไวไปนิด ต้องใช้สมาธิในการควบคุมขึ้นพอควร

 

     ช่วงล่างถูกเซ็ทมาค่อนข้างแข็งในความเร็วต่ำ อาจมีอาการตึงตังให้เห็นบ้างเมื่อขับผ่านพื้นถนนที่ขรุขระ ซึ่งก็สมกับบุคลิคสไตล์สปอร์ตของ HR-V ขณะที่การเกาะถนนถือว่าทำได้ดี แม้ว่าจะเป็นรถครอสโอเวอร์ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถเก๋งทั่วไป  โดยเส้นทางที่ใช้ทดสอบช่วงวังน้ำเขียวนั้น เป็นถนนสองเลนสวนกัน ซึ่งมีโค้งเนินให้เล่นพอหอมปากหอมคอ ในช่วงความเร็วราว 60-80 กม./ชม. ตัวรถสามารถเข้าโค้งแต่ละโค้งได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งหากเป็นโค้งแคบๆหักศอก อาจมีอาการหน้าดื้อเล็กๆให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

     แต่หากใช้ความเร็วตั้งแต่ 120 กม./ชม.ขึ้นไป ตัวรถจะออกอาการโคลงอยู่พอสมควร ทางดีที่แนะนำว่าควรใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนดนั่นแหละดีที่สุดแล้ว



     ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้น ทางฮอนด้าได้เคลมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของน้ำมันชนิด E85 ไว้ที่ 10.8 กม./ลิตร ขณะที่น้ำมัน E20 อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ 15 กม./ลิตร ซึ่งไม่เลวเลยสำหรับรถประเภทนี้

 

     สรุป Honda HR-V ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกด้วยราคารุ่นท็อป 1.045 ล้านบาท ซึ่งหลายคนบ่นอุบเป็นเสียงเดียวกันว่าแพงเกินไป แต่หลังจากลองสัมผัสตัวเป็นๆดูแล้วก็พบว่า HR-V ถือเป็นรถที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยบุคลิคแบบ Versatile ที่ลงตัวกับหลายๆโอกาส ทั้งขับในเมืองก็ดี เที่ยวนอกเมืองก็เหมาะ สมรรถนะใกล้เคียงรถเก๋งเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร แต่ได้ความอเนกประสงค์ตามสไตล์ครอสโอเวอร์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณผู้อ่านแล้วว่า คุณกำลังมองหารถในสไตล์ไหนอยู่นั่นเอง

 

     รุ่นและราคาจำหน่าย Honda HR-V มีดังนี้

  • 1.8 S ราคา 890,000 บาท
  • 1.8 E ราคา 975,000 บาท
  • 1.8 EL ราคา 1,045,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ

 

     เรื่องโดย: หน้าหล่อ

     ขอขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญทีมงามเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

 

Advertisement Replay Ad
เจ๋ง! นักขับไทยคว้ารางวัลตรวจเช็ครถยอดเยี่ยม UD Extra Mile Challenge 2018

เจ๋ง! นักขับไทยคว้ารางวัลตรวจเช็ครถยอดเยี่ยม UD Extra Mile Challenge 2018

ของจริง! MG E ZS 2019 ใหม่ เวอร์ชั่นไฟฟ้าใหม่ วิ่งไกลถึง 428 กิโลเมตร

ของจริง! MG E ZS 2019 ใหม่ เวอร์ชั่นไฟฟ้าใหม่ วิ่งไกลถึง 428 กิโลเมตร

“รถนำเข้า กับ รถประกอบไทย” แบบไหนดีกว่ากัน?

“รถนำเข้า กับ รถประกอบไทย” แบบไหนดีกว่ากัน?

ชำระภาษีรถยนต์ปี 2561-2562 ได้ที่ไหนบ้าง?

ชำระภาษีรถยนต์ปี 2561-2562 ได้ที่ไหนบ้าง?

Lamborghini Urus 2019 ใหม่ ประกาศเตรียมเปิดตัวจริงในไทย 26 พ.ย.นี้

Lamborghini Urus 2019 ใหม่ ประกาศเตรียมเปิดตัวจริงในไทย 26 พ.ย.นี้

Triumph Scrambler 1200 XC และ 1200 XE 2019 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

Triumph Scrambler 1200 XC และ 1200 XE 2019 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

Toyota Camry TRD 2019 เผยโฉมในสหรัฐฯ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Toyota Camry TRD 2019 เผยโฉมในสหรัฐฯ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ไขปริศนา! ทำไมชุดแต่งรถจึงทำให้ไอเสียเข้ามาในห้องโดยสารได้

ไขปริศนา! ทำไมชุดแต่งรถจึงทำให้ไอเสียเข้ามาในห้องโดยสารได้

สยอง! Nissan Frontier โฉมเก่าได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 0 ดาว

สยอง! Nissan Frontier โฉมเก่าได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 0 ดาว

ของจริง! Toyota Altis 2019 ปล่อยทีเซอร์คันจริงก่อนเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

ของจริง! Toyota Altis 2019 ปล่อยทีเซอร์คันจริงก่อนเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

ชุดแต่ง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

ชุดแต่ง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

Toyota Corolla Twin Engine E+ 2019 ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

Toyota Corolla Twin Engine E+ 2019 ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

MG E ZS 2019 ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้าล้วนเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

MG E ZS 2019 ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้าล้วนเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

เทียบสเป็ค Mitsubishi Triton กับ Toyota Revo 2019 ใหม่ รุ่นท็อปทั้งคู่ สเป็คใครดีกว่า?

เทียบสเป็ค Mitsubishi Triton กับ Toyota Revo 2019 ใหม่ รุ่นท็อปทั้งคู่ สเป็คใครดีกว่า?

Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ซิงเกิ้ลแค็บขับสี่ใหม่ ราคา 654,000 บาท

Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ซิงเกิ้ลแค็บขับสี่ใหม่ ราคา 654,000 บาท

Mazda CX-5 2019 ใหม่ พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 2.5 ลิตร เผยโฉมในสหรัฐฯ

Mazda CX-5 2019 ใหม่ พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 2.5 ลิตร เผยโฉมในสหรัฐฯ

ทีเซอร์ Toyota Corolla Altis 2019 ใหม่ ก่อนเปิดตัวจริง 16 พ.ย.นี้

ทีเซอร์ Toyota Corolla Altis 2019 ใหม่ ก่อนเปิดตัวจริง 16 พ.ย.นี้

ชมคันจริง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ สวยยิ่งกว่างานเปิดตัว

ชมคันจริง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ สวยยิ่งกว่างานเปิดตัว

เปิดราคา Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะรุ่นท็อป 1,099,000 บาท

เปิดราคา Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะรุ่นท็อป 1,099,000 บาท

Mitsubishi Triton 2019 รุ่นพิเศษพร้อมตัวถังสีส้มใหม่เผยโฉมในงานเปิดตัว

Mitsubishi Triton 2019 รุ่นพิเศษพร้อมตัวถังสีส้มใหม่เผยโฉมในงานเปิดตัว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์