รีวิว Mazda 2 2015 SKYACTIV-D ตัวเล็กทรงพลัง ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Mazda 2 2015 SKYACTIV-D ตัวเล็กทรงพลัง ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Mazda 2 2015 SKYACTIV-D ตัวเล็กทรงพลัง ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Mazda 2 SKYACTIV-D ใหม่ ถือเป็นการพลิกโฉมรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพ็คในไทย เพราะมาพร้อมเครื่องยนต์คลีนดีเซลที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและประหยัดน้ำมันควบคู่กันไป ซึ่งจากการทดสอบในครั้งนี้ เราต้องยอมรับเลยว่า นี่คือซับคอมแพ็คที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลาดเมืองไทย! ยังไม่เชื่อใช่ไหม? งั้นตามผู้เขียนมาเลยครับ


     ก่อนหน้านี้ Sanook! Auto เคยได้มีโอกาสเข้าร่วมทดสอบ 2015 Mazda 2 SKYACTIV-D ใหม่ บนสนามแข่งโบนันซ่าเซอร์กิตมาแล้ว ถึงแม้จะเป็นการทดลองขับสั้นๆ แต่ก็สร้างความประทับใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งความแรงสมคำคุยของมาสด้า และความหรูหราของห้องโดยสารภายในที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด

     คราวนี้ ทีมงานได้รับเกียรติเข้าร่วมทดสอบไกลถึงจังหวัดเชียงราย บนเส้นทาง เชียงราย-ดอยตุง เพื่อให้สัมผัสสมรรถนะกันแบบยาวๆ รวมถึงคุณสมบัติอันดีงามทั้งหลายที่ผสานกันอย่างลงตัวใน Mazda 2 เจเนอเรชั่นใหม่คันนี้

     ก่อนจะเล่าถึงการขับขี่นั้น เราไปดูกันว่า Mazda 2 โฉมใหม่ มีลูกเล่นอะไรมาให้บ้าง?



     Mazda 2 2015 ใหม่ มีตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ค 5 ประตู เช่นเคย รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็พท์ KODO ที่ดูเปี่ยมไปด้วยพลังรอใครสักคนมาปลดปล่อย (ขนาดนั้นเชียว...) ติดตั้งไฟหน้ามัลติรีเฟลคเตอร์ฮาโลเจน ออกแบบต่อเนื่องกับกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยม ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมช่วยให้ดูมีมิติ ติดตั้งไฟตัดหมอกคู่หน้า (ในรุ่น XD High Plus)

 

     รูปลักษณ์ด้านท้ายทั้งในเวอร์ชั่นซีดานและแฮทช์แบ็ค ถูกออกแบบอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นซีดาน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบและการใช้งานของแต่ละบุคคล ขณะที่มิติตัวถังในรุ่นซีดานอยู่ที่ 4,320 x 1,695 x 1,470 มิลลิเมตร (ยาวxกว้างxสูง ) ส่วนรุ่นแฮทช์แบ็คอยู่ที่ 4,060 x 1,695 x 1,495 มิลลิเมตร (ยาวxกว้างxสูง ) ระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,570 มิลลิเมตร ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว (ในรุ่น XD High Plus)

     นอกจากนั้น ยังติดตั้งกระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวน และกระจกกรองแสงรอบคัน ให้ครบทุกรุ่นย่อย

 

     ห้องโดยสารภายในถูกตกแต่งดูดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างผิดหูผิดตา จากเดิมที่เต็มไปด้วยพลาสติกแข็งๆรอบห้องโดยสาร ในรุ่นใหม่นี้มีการติดตั้งวัสดุอ่อนนุ่มในจุดที่สัมผัสกับร่างกายบ่อยๆ เช่น แผงประตู, แผงคอนโซล ฯลฯ รวมถึงตกแต่งด้วยลายเคฟล่าและเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มอารมณ์พรีเมี่ยมและสปอร์ตขึ้นเยอะ

     ขณะที่เบาะโดยสารหุ้มด้วยหนังสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง สามารถปรับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะฝั่งคนขับ) ส่วนเบาะหลังถูกติดตั้งพนักพิงศีรษะปรับสูง-ต่ำสำหรับผู้โดยสารตรงกลางมาให้ด้วย รองรับการพับแบบ 60:40 ผ่านปุ่มภายในห้องเก็บสัมภาระท้าย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

 

     คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอสีแบบสัมผัส Center Display ขนาด 7 นิ้ว ควบคุมการสั่งงานด้วยปุ่ม Center Commander แบบหมุนบริเวณเบรกมือ พร้อมคีย์ลัดเข้าสู่เมนูต่างๆ ซึ่งหน้าจอดังกล่าวใช้ควบคุมทั้งระบบเครื่องเสียง, ระบบนำทาง (อ็อพชั่นเสริม), ระะบบโทรศัพท์, การตั้งค่าตัวรถ รวมถึงใช้ตรวจสอบการทำงานของระบบ i-ELOOP และ i-stop ได้อีกด้วย

     เหนือคอนโซลฝั่งผู้ขับถูกติดตั้งด้วยหน้าจอ Active Driving Display สำหรับบอกความเร็ว, พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่งหน้า-หลัง, แผงบังแดดพร้อมกระจกส่องหน้ามีฝาปิด ฯลฯ

 

     ขณะที่เครื่องเสียงสามารถเล่น CD/MP3 จำนวน 1 แผ่น รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth พร้อมปุ่มรับ-วางสายที่พวงมาลัย ติดตั้งช่องเสียบ USB มาให้ 2 ช่อง พร้อม AUX อีก 1 ช่อง รวมถึงช่องใส่ SD Card สำหรับระบบนำทาง (อุปกรณ์เสริม) ขับพลังเสียงผ่านลำโพงภายในรถ 6 ตัวด้วยกัน

     ด้านขุมพลังของ Mazda 2 2015 ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบ พร้อมเทอร์โบแปรผัน มาให้ทุกรุ่น ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,500 – 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด ซึ่งยังคงให้ความรู้สึกสไตล์สปอร์ตต่างจากคู่แข่งที่หันไปคบเกียร์ CVT กันเป็นส่วนใหญ่แล้ว

 

     ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระพร้อมทอร์ชั่นบีม พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ติดตั้งดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (เฉพาะรุ่น XD High Plus)

     นอกเหนือจากเทคโนโลยี SKYACTIV ทั้งในเครื่องยนต์, เกียร์อัตโนมัติ, โครงสร้าง และช่วงล่าง ยังถูกติดตั้งระบบ i-stop และ i-ELOOP เป็นครั้งแรกของมาสด้าในเมืองไทย โดยระบบ i-stop ก็คือระบบดับเครื่องยนต์ชั่วคราวขณะจอดติดไฟแดงเพื่อหยุดการซดน้ำมัน

     ขณะที่ไฮไลท์เด็ดก็คือระบบ i-ELOOP ที่ช่วยเก็บประจุไฟจากการเบรกไปไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถ ทำให้ลดภาระเครื่องยนต์ ช่วยลดการใช้น้ำมันได้อีกทางหนึ่ง

 

     เส้นทางการขับขี่ครั้งนี้ มีให้ทดสอบทั้งทางเรียบ ทางขึ้นเขา และทางโค้งให้ได้ทดสอบสมรรถนะกันแบบเต็มๆ โดยคันที่เราได้มีโอกาสทดสอบเป็นรุ่น ซีดาน 4 ประตู XD High Plus อันเป็นรุ่นท็อปสุดในตัวถังซีดานนั่นเอง

     เมื่อเข้ามานั่งอยู่ภายในตัวรถ แม้ว่าภายนอกจะดูมีขนาดกะทัดรัด แต่การโดยสารบนเบาะนั่งคู่หน้าก็ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังถูกปรับให้เอนมากกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ช่วยให้นั่งได้สบายขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ขณะที่การตกแต่งภายในช่วยให้ตัวรถดูพรีเมี่ยมขึ้นพอสมควร ขณะที่เบาะโดยสารคู่หน้ามีขนาดเล็กไปนิด แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

     เริ่มออกเดินทางจากโรงแรม เลอ เมอริเดียน มุ่งหน้าสู่ดอยตุง จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีคืออัตราเร่ง ด้วยแรงบิดกว่า 250 นิวตัน-เมตร บนตัวถังขนาดเล็ก ทำให้ตัวรถไต่ทะยานความเร็วได้อย่างรวดเร็ว เผลอแป๊ปเดียวความเร็วขึ้นมา 120 กม./ชม.ได้อย่างสบายๆ โดยใช้รอบเครื่องยนต์ราว 2,100 รอบต่อนาทีเท่านั้น

 

     ช่วงล่างถูกเซ็ทมาแบบนุ่มหนึบ ลงตัวระหว่างความนุ่มของสปริงและการยึดเกาะถนน กล่าวคือ ให้ความมั่นใจที่ความเร็วสูง แต่เมื่อผ่านพื้นผิวขรุขระบนถนนก็ไม่รู้สึกตึงตังเหมือนในรุ่นก่อน รวมถึงการดูดซับแรงสะเทือนในช่วงความเร็วต่ำก็ทำได้ดีกว่าที่คิด (ขณะที่รุ่นเดิมค่อนข้างแข็งตามเอกลักษณ์ของมาสด้า)

     โดยรวมแล้วคาแร็คเตอร์เหมือนเรากำลังขับรถระดับ C-Segment ที่มีช่วงล่างนุ่มๆหนึบๆยังไงยังงั้น จนแทบอยากจะเรียกว่ามันเป็นช่วงล่างที่ดีที่สุดของรถระดับเดียวกันในท้องตลาดขณะนี้เลยทีเดียว

 

     ฟีลลิ่งของพวงมาลัยถูกเซ็ทคล้ายกับรถยุโรป ซึ่งให้ความแม่นยำดี ระยะฟรีน้อย กระชับ แต่ยังให้ความรู้สึกมั่นใจที่ความเร็วสูง ขณะที่การเบรกสามารถลดความเร็วลงได้ทันใจ ระยะแป้นเบรกค่อนข้างตื้น แต่ก็ให้การตอบสนองในการชะลอความเร็วได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการหน้าทิ่มให้เห็น

     เมื่อมาถึงช่วงขาขึ้นดอยตุงนั้น แรงบิดจากขุมพลัง SKYACTIV-D ก็แสดงให้เห็นถึงความดีงามอีกครั้ง เพราะการขึ้นทางลาดนั้น สามารถใช้รอบราว 2,000 รอบไต่เนินชันได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องลากรอบสูงๆให้เสียงเครื่องยนต์รบกวนประสาทหูเหมือนในเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก

 

     เมื่อมาถึงจุดพักแรกบริเวณสวนแม่ฟ้าหลวง เราลองดูอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าจอที่ถูกรีเซ็ทมาจากจุดปล่อยตัว หน้าจอแสดงตัวเลข 6.6 ลิตร/ 100 กิโลเมตร ซึ่งเท่ากับใช้น้ำมันราว 15.15 กม./ลิตรเท่านั้น! ตลอดระยะทางกว่า 53 กิโลเมตร ที่เร่งออกตัวแบบไม่บันยะบันยัง รวมถึงทำความเร็วระดับ 140-150 กม./ชม.กันบ้าง แล้วไหนจะขึ้นดอยอีก ตัวเลขนี้จึงทำให้เรารู้สึกทึ่งในอัตราสิ้นเปลืองของ Mazda 2 ใหม่จริงๆ

     ส่วนในขากลับเราได้มีโอกาสเป็นผู้โดยสาร ในรุ่นตัวถังแฮทช์แบ็ค 5 ประตู XD High ซึ่งยังคงสมรรถนะไว้แทบไม่ต่างกับรุ่นท็อป เพียงแต่ถูกตัดอ็อพชั่นบางอย่างออกไป เช่น หน้าจอขนาด 7 นิ้วพร้อมปุ่มควบคุม, ช่อง USB เหลือเพียง 1 ช่อง, ไม่รองรับระบบนำทาง, ลำโพงจาก 6 จุดเหลือ 4 จุด ฯลฯ รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งภายในห้องโดยสารเล็กๆน้อยๆ

 

     สรุป Mazda 2 ใหม่ ถูกเปิดตัวในไทยด้วยราคาที่ฉีกไปจากคู่แข่งอย่างน่าตกใจ นั่นอาจทำให้ใครหลายคนรีบเบือนหน้าหนีไปเสียก่อน แต่อย่าเพิ่งครับ! เพราะหลังจากเราได้ทดสอบสมรรถนะกันในทริปนี้ กลับทำให้เห็นคุณงามความดีของ Mazda 2 มากกว่าที่ตาเห็นขึ้นอีกเยอะ

     ไม่ว่าจะเป็นฟีลลิ่งโดยรวมที่ใกล้เคียงกับรถยุโรปหรู สมรรถนะการขับขี่ที่ ‘ซูม-ซูม’ อย่างที่ไม่มีวันพบเห็นในรุ่นที่แล้ว  รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันยอดเยี่ยม สิ่งเหล่านี้แทบจะทำให้เรามองข้ามราคาค่าตัวสูงลิบลิ่วของมันไปได้อย่างง่ายดาย


  • สิ่งที่ชอบ เครื่องยนต์แรง, เกียร์ SKYACTIV-DRIVE ให้ฟีลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์ดี.ห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีต ให้พื้นผิวสัมผัสที่ดี, ช่วงล่างที่บาลานซ์กันพอดีทั้งความนุ่มและหนึบ, ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอันยอดเยี่ยม
  • สิ่งที่ไม่ชอบ ห้องโดยสารอึดอัดไปนิด, เบาะนั่งคู่หน้ามีขนาดค่อนข้างเล็ก, เสียงเครื่องยนต์ที่รอบสูงเข้ามาในห้องโดยสารชัดเจน, ไม่มีไฟโปรเจคเตอร์มาให้
  • ความเห็นของเรา แม้ว่าราคาอาจจะสูงไปนิด แต่เทียบกับสิ่งที่ได้มันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน หากใครกำลังมองหารถยนต์ที่เน้นความสนุกสนานในการขับขี่แล้วล่ะก็ Mazda 2 ใหม่ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดแล้วในเวลานี้

 

        

         ราคา Mazda 2 2015 SKYACTIV-D ใหม่ มีดังนี้

         แฮทช์แบ็ค 5 ประตู

    • XD Sports – 675,000 บาท
    • XD Sports High – 735,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ
    • XD Sports High Plus – 790,000 บาท

         ซีดาน 4 ประตู

    • XD – 675,000 บาท
    • XD High – 735,000 บาท
    • XD High Plus – 790,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ

     

         ขอขอบคุณบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติเชิญทีมงานเข้าร่วมทดสอบ Mazda 2 ใหม่ ในครั้งนี้

     

     

    Advertisement Replay Ad
    Honda N-Box Slash 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เคาะเริ่ม 3.9 แสนบาท

    Honda N-Box Slash 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เคาะเริ่ม 3.9 แสนบาท

    Suzuki Swift 2018 ใหม่ เปิดรับจองแล้วที่อินเดียพร้อมขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร

    Suzuki Swift 2018 ใหม่ เปิดรับจองแล้วที่อินเดียพร้อมขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร

    Datsun Cross 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ราคาประหยัดเปิดตัวแล้วที่อินโดฯ

    Datsun Cross 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ราคาประหยัดเปิดตัวแล้วที่อินโดฯ

    ซูบารุเปิดตัวระบบ EyeSight คาดเตรียมติดตั้งใน Forester 2019 พร้อมขายจริงในไทย

    ซูบารุเปิดตัวระบบ EyeSight คาดเตรียมติดตั้งใน Forester 2019 พร้อมขายจริงในไทย

    Nissan Road Trip ราชบุรี Let's go for a ride

    Nissan Road Trip ราชบุรี Let's go for a ride

    Mitsubishi Eclipse Cross 2018 คว้าคะแนนเต็ม 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

    Mitsubishi Eclipse Cross 2018 คว้าคะแนนเต็ม 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

    ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติ

    ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติ

    โหดจัด! Toyota Vellfire Pickup จับแวนหรูแต่งเป็นรถกระบะที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน 2018

    โหดจัด! Toyota Vellfire Pickup จับแวนหรูแต่งเป็นรถกระบะที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน 2018

    BMW X2 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ดีไซน์คูเป้รุ่นล่าสุดเปิดตัวแล้ว

    BMW X2 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ดีไซน์คูเป้รุ่นล่าสุดเปิดตัวแล้ว

    Honda Civic Hatchback 2018 มีเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรให้เลือกแล้วที่อังกฤษ

    Honda Civic Hatchback 2018 มีเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรให้เลือกแล้วที่อังกฤษ

    Toyota Avalon 2018 ใหม่ ปรับดีไซน์เฉียบหรูพร้อมลุยตลาดมะกัน

    Toyota Avalon 2018 ใหม่ ปรับดีไซน์เฉียบหรูพร้อมลุยตลาดมะกัน

    Mercedes-Benz G-Class 2018 ใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

    Mercedes-Benz G-Class 2018 ใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

    Nissan Xmotion Concept 2018 ใหม่ ต้นแบบเอสยูวีดีไซน์สุดล้ำเผยโฉมแล้ว

    Nissan Xmotion Concept 2018 ใหม่ ต้นแบบเอสยูวีดีไซน์สุดล้ำเผยโฉมแล้ว

    Volkswagen Jetta 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คขายดีรุ่นล่าสุดเปิดตัวในสหรัฐฯ เริ่มเพียง 5.91 แสนบาท

    Volkswagen Jetta 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คขายดีรุ่นล่าสุดเปิดตัวในสหรัฐฯ เริ่มเพียง 5.91 แสนบาท

    ‘ฟอร์ด’ จ่อลงทุนหมื่นล้านดอลลาร์ทำรถยนต์ไฟฟ้า

    ‘ฟอร์ด’ จ่อลงทุนหมื่นล้านดอลลาร์ทำรถยนต์ไฟฟ้า

    Toyota C-HR Sonic Emotion 2018 ใหม่ เผยโฉมที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน

    Toyota C-HR Sonic Emotion 2018 ใหม่ เผยโฉมที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน

    Honda Gold Wing 1800 รุ่นปี 2018 ใหม่ ปรับโมเดลเชนจ์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี เคาะเริ่ม 7.82 แสนบาท

    Honda Gold Wing 1800 รุ่นปี 2018 ใหม่ ปรับโมเดลเชนจ์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี เคาะเริ่ม 7.82 แสนบาท

    Ford Ranger 2018 ใหม่ เปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ พร้อมขุมพลังเบนซิน 2.3 ลิตรเทอร์โบ

    Ford Ranger 2018 ใหม่ เปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ พร้อมขุมพลังเบนซิน 2.3 ลิตรเทอร์โบ

    Suzuki Swift 2018 ใหม่ เคาะวันเปิดตัวในไทย 8 กุมภาพันธ์นี้

    Suzuki Swift 2018 ใหม่ เคาะวันเปิดตัวในไทย 8 กุมภาพันธ์นี้

    Vespa 946 Red 2018 รุ่นพิเศษเพื่อการกุศล ราคา 599,000 บาท

    Vespa 946 Red 2018 รุ่นพิเศษเพื่อการกุศล ราคา 599,000 บาท

    ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

    ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

    ส่งอีเมล์