มาดูแลภายในห้องโดยสารกันเถอะ

มาดูแลภายในห้องโดยสารกันเถอะ

มาดูแลภายในห้องโดยสารกันเถอะ

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าพูดถึงรถยนต์แล้วการดูแลรักษารถยนต์แล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีบริการรับล้างรถผุดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ดจนหลายๆคนเลิกที่จะทำความสะอาดรถด้วยตัวเอง ทว่าหลายคนคงลืมไปว่านอกจากการล้างสีที่ทำให้รถดูเงางามประทับใจยามขับผ่านแล้ว เราควรจะต้องดูแลรักษาภายในห้องโดยสาร ให้มีสุขอนามัยที่ดีในการใช้โดยสาร ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยากแต่ต้องทำให้ติดเป็นนิสัย

การดูแลรักษาห้องโดยสารนั้นนับว่าเป็นเรื่องยากมากกว่าการดูแลรักษารถทางภายนอก เนื่องจากการดูแลภายในให้ดูสะอาดเอี่ยม และมีลักษณะที่ดีนั้นจำเป็นต้องเริ่มดูแลตั้งแต่วันที่รถออกมาจากศูนย์บริการ ทั้งยังต้องทำสม่ำเสมอเป็นประจำเพื่อขจัดสิ่งที่เรียกว่า “ความสกปรก” ต้นเหตุของเชื้อโรคที่นำมาสู่โรคภัยไข้เจ็บ

การดูแลภายในห้องโดยสารการดูแลภายในห้องโดยสาร

ฟังดูมันอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็คงรู้ดีกันอยู่แล้ว ทว่าความจริงการที่เราจะรักษาสภาพห้องโดยสารที่มีการใช้งานมากกว่าทางภายนอก แต่มีความทนทานน้อยกว่ามากนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก และหากเป็นไปได้ 5 วิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้ ควรจะเริ่มปฏิบัติทันทีหากอยากให้ห้องโดยสารรถของท่านสะอาดและช่วยให้มีราคาขายต่อที่ดี เมื่อยามปลดประจำการ

 

1.งดเครื่องหอมทุกชนิดและสูบบุหรีในรถ... เพียงข้อแรกนี่หลายคนก็คงทำยากแล้ว เพราะน้ำหอมหรือการสูบบุหรี่เป็นอะไรที่หลายคนติดมากๆ โดยเฉพาะสุภาพสตรี ที่ต้องการให้ห้องโดยสารมีกลิ่นที่พึ่งประสงค์และดับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หรือท่านชายสิงห์อมควันที่ขาดไม่ได้ยามเดินทาง

หลายคนอาจจะถามว่าทำไมต้องงดเครื่องหอมและบุหรี่ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า เจลและควันที่ละลายเป็นไอในห้องโดยสารนั้นมันจะลอยไปกับระบบปรับอากาศและท้ายสุดไปอยู่กับชุดคอยย์เย็นหรือตู้แอร์ โดยจับเป็นคราบขาว ซึ่งเมื่อนานไปจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และทำให้ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งในที่สุดจะทำให้คุณมีปัญหาสุขภาพ

2. หมั่นทำความสะอาดภายใน แน่นอนการจะรักษาความสะอาดที่ดีที่สุด คือต้องขยันขจัดคราบสกปรกต่างๆ นานา ซึ่งคุณควรจะทำเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พร้อมขัดเคลือบน้ำยารักษาภายใน กับชุดพลาสติก และเบาะหรือชิ้นส่วนที่เป็นหนังภายในรถ ซึ่งโดยปกติ น้ำยาพวกนี้จะมีกลิ่นบ้าง ดังนั้น เมื่อทางน้ำยาแล้วควรเปิดกระจกให้อากาศระบายสักนิด

3. งดการทานอาหารบนรถ สิ่งสำคัญที่สุด คือพยายามอย่าทานอาหารในรถ เพราะอาหาร แม้จะไม่มีกลิ่น แต่การที่มีเศษอาหารร่วงในห้องโดยสาร โดยเฉพาะสมัยนี้ที่โดยมากรถมักจะมาพร้อมชุดพรมนั้น มักจะเป็นแหล่งสะสมความสกปรกอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศษอาหารเล็กๆเหล่านี้ เป็นแหล่งเชื้อเชิญสัตว์ ไม่พึงประสงค์ด้วย ทางที่ดีเลี่ยงเสียดีกว่า

 

4. เก็บขยะเป็นประจำ เราปฏิเสธๆไม่ได้ว่า รถเราจะไม่มีขยะเลย แต่สิ่งที่ทำได้คือต้องทำให้มันมีน้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้รถดูสะอาดสะอ้านตามากยิ่งขึ้น การเก็บสิ่งของต่างๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะท่านผู้หญิงทั้งหลาย ที่ชอบเปลี่ยนรถเป็นบ้าน

5. ใช้บริการซักเบาะ-ซัพพรมบ้าง สิ่งที่มักสกปรกที่สุดในรถของพวกเรานั้น คือ พรมและเบาะ โดยเฉพาะรถเบาะผ้านั้น มันเป็นตัวดูดฝุ่นและความสกปรกอย่างดี ทำให้กลายเป็นความหมักหมมและบ่อเกิดของเชื้อโรค แน่นอน ทางที่ดีที่สุดคือเราต้องนำรถเข้ารับการทำความสะอาดใหญ่กันบ้าง โดยใช้บริการ ซักเบาะและชุดพรมปูพื้น ซึ่งต้องพึ่งร้านล้างรถชั้นนำต่างๆ และควรทำเป็นประจำปีละครั้ง เพื่อที่รถจะได้ดูสะอาดใหม่เสมอ

นี่เป็นเพียง 5 ข้อควรปฏิบัติ เมื่อคุณต้องการให้ห้องโดยสาร แต่ที่สำคัญคือควรหมั่นทำกันเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย เพื่อให้ความสะอาดนั้นคงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน

 

Sanook! Auto Comment

 

มีคนจำนวนไม่น้อยรู้ว่าการักษาความสะอาดควรทำอย่างไรแต่พวกเขาก็ละเลยที่จะปฏิบัติมันอย่างเป็นประจำ การทำความสะอาดในห้องโดยสารให้มีสุขอนามัยที่ดีล้วนเป็นสิ่งควรปฏิบัติ โดยเฉพาะใครที่ใช้รถเป็นประจำทุกวัน เพราะการที่เราหมั่นทำความสะอาดนั้นจะช่วยให้ห้องโดยสารมีอนามัยที่ดี เช่นเดียวกับสุขภาพของเราที่ต้องอาศัยรถในการเดินทาง ...”ถ้าคุณคิดว่ารถเหมือนบ้าน ก็อย่าลืมทำความสะอาดเสียบ้างล่ะ”

 

Advertisement Replay Ad
"ลมยางอ่อน" เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด

"ลมยางอ่อน" เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด

รวม 7 อะไหล่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ

รวม 7 อะไหล่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ

แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว สาเหตุเกิดจากอะไร?

แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว สาเหตุเกิดจากอะไร?

กรองน้ำมันเครื่องตัน จะส่งผลเสียอะไรบ้าง?

กรองน้ำมันเครื่องตัน จะส่งผลเสียอะไรบ้าง?

สายพานเสียงดัง แก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้!

สายพานเสียงดัง แก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้!

แบบไหนดีกว่ากันระหว่าง ดิสก์เบรก กับ ดรัมเบรก?

แบบไหนดีกว่ากันระหว่าง ดิสก์เบรก กับ ดรัมเบรก?

หัวเทียน Iridium ดีกว่าของธรรมดายังไง?

หัวเทียน Iridium ดีกว่าของธรรมดายังไง?

ยางรถยนต์บวม เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?

ยางรถยนต์บวม เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?

รวมวิธีผ่านด่านเป่าแอลกอฮอล์สุดแป้ก!

รวมวิธีผ่านด่านเป่าแอลกอฮอล์สุดแป้ก!

รถมีเสียงดังผิดปกติแบบนี้ รีบตรวจเช็กด่วน!

รถมีเสียงดังผิดปกติแบบนี้ รีบตรวจเช็กด่วน!

เสร็จไว! DIY เปลี่ยนไส้กรองอากาศแค่ 2 นาที

เสร็จไว! DIY เปลี่ยนไส้กรองอากาศแค่ 2 นาที

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์