รีวิว Mazda CX-3 ใหม่ ครอสโอเวอร์ขับสนุก คุ้มค่าน่าโดน

รีวิว Mazda CX-3 ใหม่ ครอสโอเวอร์ขับสนุก คุ้มค่าน่าโดน

รีวิว Mazda CX-3 ใหม่ ครอสโอเวอร์ขับสนุก คุ้มค่าน่าโดน

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หลังจากที่ Mazda CX-3 ถูกเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน ก็สามารถกวาดยอดจองไปได้แล้วถึง 2,000 คัน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 วัน แสดงให้เห็นถึงกระแสตอบรับของรถครอสโอเวอร์รุ่นเล็กน้องใหม่ล่าสุดนี้ได้เป็นอย่างดี


     หลังจากที่ CX-3 ถูกเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน ก็สามารถกวาดยอดจองไปได้แล้วถึง 2,000 คัน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 วัน แสดงให้เห็นถึงกระแสตอบรับของรถครอสโอเวอร์รุ่นเล็กน้องใหม่ล่าสุดนี้ได้ เป็นอย่างดี Sanook! Auto จึงไม่รอช้าตบเท้าเข้าร่วมทดสอบ CX-3 ใหม่ ไกลถึงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาบอกเล่าประสบการณ์การขับขี่สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์รุ่นนี้อยู่ครับ

     มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เป็นรถในกลุ่มบี-เซ็กเมนต์ครอสโอเวอร์ พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ 'มาสด้า 2' ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นเครื่องการันตีสมรรถนะการขับขี่ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งคุณงามความดีทั้งหลายใน Mazda 2 ก็ถูกยกมาใส่ไว้ใน CX-3 อย่างครบถ้วน แถมยังพัฒนาให้ดีต่อยอดขึ้นไปอีกด้วยความอเนกประสงค์แบบครอสโอเวอร์ บวกกับการไม่ต้องยึดติดกับข้อจำกัดรถอีโคคาร์แบบ Mazda 2 ทำให้มาสด้าสามารถพัฒนาครอสโอเวอร์รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่

 

     Mazda CX-3 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย แบ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G จำนวน 4 รุ่น และดีเซล SKYACTIV-D อีก 1 รุ่น แต่การทดสอบในครั้งนี้มีเพียงรุ่นเครื่องยนต์เบนซินให้เราได้สัมผัสกันเท่านั้น
แต่ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ก็เป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร บล็อกเดียวกับ Mazda3 ตั้งแต่รุ่นล่างสุดขึ้นมา เมื่อมารวมร่างกับครอสโอเวอร์ไซส์เล็ก จึงทำให้กลายเป็นจุดขายสำคัญของ CX-3 ใหม่ ด้วยตัวเลขสมรรถนะที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกับทุกรุ่นในตลาดขณะนี้

 

     Mazda CX-3 เบนซินใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเร็คอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด รองรับพลังงานทางเลือกสูงสุดคือ E85

     มาสด้าเลือกใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (EPAS) ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ทั้งสี่ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน

     ตัวถังของ CX-3 มีความยาวตลอดแนวอยู่ที่ 4,275 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,765 มิลลิเมตร ความสูง 1,495 มิลลิเมตร และความยาวฐานล้ออยู่ที่ 2,570 มิลลิเมตรเท่ากับ Mazda2 ระยะห่างใต้ท้องรถอยู่ที่ 160 มิลลิเมตร

 

     เรามาเริ่มกันที่อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกของ CX-3 ใหม่กันก่อน ในรุ่นท็อปสุดของเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งก็คือ 2.0 SP นั้น ติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED รวมถึงไฟตัดหมอกหน้าและไฟท้ายแบบ LED เช่นกัน ซึ่งไฟหน้าชุดนี้ยังมีระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ Auto Levelling System รวมถึงระบบไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Control ที่คอยปรับระดับไฟสูง-ต่ำให้เองเมื่อมีรถสวนมา

     ตัวถังยังคงยึดหลักออกแบบ 'KODO Design' เช่นเดียวกับมาสด้ารุ่นอื่นๆอย่างเหนียวแน่น โดยตัวรถมีเส้นสายที่ดูบึกบึนแฝงด้วยความปราดเปรียว กระจกสีดำบริเวณเสาหลังถูกออกแบบให้ดูต่อเนื่องไปยังประตูหลัง ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะช่วยให้ตัวรถดูมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ในรุ่น 2.0 S ขึ้นไป เลือกใส่ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50 R18 ส่วนรุ่นรองลงมาเป็นล้อขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 R16

 

     ส่วนด้านหลังติดตั้งไฟท้ายหน้าตาโฉบเฉี่ยว ซึ่งตั้งแต่รุ่น 2.0 S ขึ้นไปจะเป็นแบบ LED ที่ดูมีเส้นสายคาแร็คเตอร์ชัดเจน สวยงามเวลาวิ่งกลางคืน ส่วนประตูบานหลังเป็นแบบยกเปิดชิ้นเดียว พร้อมปุ่มสวิตช์เปิดแบบไฟฟ้า

     แต่จะมีจุดสังเกตอย่างหนึ่งก็คือพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องเสียพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับซุ้มเก็บยางอะไหล่ ทำให้เวลาขนสัมภาระหนักๆอาจจะลำบากเวลายกขึ้นลง

 

     การดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ถือเป็นจุดขายของมาสด้ารุ่นหลังๆมานี้ เนื่องจากมาสด้าเป็นรถที่พัฒนาเพื่อเน้นการขับขี่เป็นสำคัญ ดังนั้น ทีมออกแบบจึงใส่ใจตำแหน่งและท่านั่งของผู้ขับขี่เป็นพิเศษ ทำให้เบาะนั่งของ CX-3 สามารถโดยสารได้อย่างสะดวกสบายตลอดทริป

     ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ-แดง ส่วนตัวเบาะในรุ่น 2.0 S ขึ้นมานั้น เป็นเบาะหนังสลับด้วยผ้า Lux Suede สีดำเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง น่าจะถูกใจคนรักความสปอร์ต ถ้าถามว่าผ้า Lux Suede มีลักษณะเป็นอย่างไร? ก็ตอบได้ว่าลักษณะคล้ายกับหนังประเภท Alcantara หรือไม่ก็หนังกลับนั่นแหละครับ ซึ่งจุดเด่นของวัสดุประเภทนี้ คือ จะช่วยยึดให้ร่างกายให้ขยับน้อยลงเวลาที่เข้าโค้งแรงๆ เนื่องจากมีความมีความสากมากกว่าหนังทั่วไปนั่นเอง

 

     ตัวเบาะเองมีขนาดใหญ่กว่าในรุ่น Mazda2 นิดหน่อย มาพร้อมปีกเบาะที่ช่วยยึดร่างกายให้ขยับได้น้อยลง แต่ก็ยังสามารถโดยสารได้อย่างไม่อึดอัดเลย จะมีก็พนักพิงศีรษะที่รู้สึกว่าดันออกมามากไปหน่อย ถ้าให้ดีมาสด้าน่าจะออกแบบให้ปรับโยกได้ด้วย นอกเหนือจากการปรับสูง-ต่ำเพียงอย่างเดียว

     ขณะที่เบาะโดยสารด้านหลังสามารถขึ้น-ลงได้สะดวก มาพร้อมหมอนพิงศีรษะทั้ง 3 ตำแหน่ง แต่น่าสังเกตว่ารถมาสด้าแทบทุกรุ่นมักมีจุดอ่อนในเรื่องพื้นที่โดยสารด้านหลัง หากนั่งกัน 2 คนก็น่าจะพอดีๆ แต่ถ้า 3 คนจะเริ่มเบียดอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงพนักพิงหลังที่ไม่สามารถปรับระดับความเอนได้เลย แต่ระดับที่ให้มาก็ไม่ถือว่าตั้งชันจนน่าเกลียดแฅ่อย่างใด

 

     พื้นที่ศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหลังนั้น สำหรับผู้เขียนที่มีส่วนสูง 173 ซม.ถือว่าโปร่งสบาย แต่พื้นที่ช่วงขายังค่อนข้างจำกัด หากคนนั่งหน้าด้านหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่มากๆ อาจรู้สึกอึดอัดอยู่เหมือนกัน ซึ่งจุดนี้เองทางวิศวกรระบุว่า เป็นผลมาจากการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหลักเสียมากกว่า ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารกลายเป็นเรื่องรองลงไป ดังนั้น CX-3 จึงดูเหมาะสำหรับการโดยสาร 1-2 คนด้านหน้า ส่วนด้านหลังน่าจะเหมาะสำหรับเด็ก-วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ที่มีรูปร่างไม่สูงใหญ่มากนัก

     แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่ามันจะเล็กมากจนนั่งไม่ได้นะครับ เพียงแต่มันอาจไม่ใหญ่โต โอ่อ่า สะดวกสบายอย่างที่หลายคนคิดเอาไว้แค่นั้นเอง ทางที่ดีควรชวนพ่อแม่พี่น้องที่ต้องโดยสารบ่อยๆไปลองที่โชว์รูมดูก่อนครับ เพราะอย่างไรมาตรฐานคนของแต่ละคนก็เทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว

 

     แผงคอนโซลถูกยกมาจาก Mazda 2 เกือบทั้งหมด ซึ่งเน้นความ Minimal และใช้งานง่าย ติดตั้งหน้าจอ Center Display ขนาด 7 นิ้วไว้บนแผงคอนโซล สามารถควบคุมได้ทั้งระบบสัมผัสและผ่านปุ่ม Center Commander บริเวณเบรกมือ สามารถเล่นวิทยุ CD/MP3 ได้ 1 แผ่น รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, มีระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition, ระบบนำทางในตัว, พอร์ตเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง และช่อง AUX อีก 1 ช่อง ขับกำลังเสียงผ่านลำโพงทั้งหมด 6 ตัว

     หน้าจอตัวนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อโซเชียลอย่าง Facebook, Twitter รวมถึงสถานีวิทยุแบบดิจิตอลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือด้วย

     ขณะที่ปุ่ม Center Commander นั้น จะรวบรวมเอาระบบที่ใช้งานบ่อยมาไว้ด้วยกัน ตัวปุ่มหลักที่มีขนาดใหญ่สุดใช้สำหรับการเข้าถึงเมนูต่างๆ ผ่านการหมุน, โยก และกด แบบเดียวกับระบบ iDrive ของ BMW เลยทีเดียว

 

     ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติพร้อมฮีทเตอร์ในตัว ควบคุมด้วยปุ่มขนาดใหญ่ ใช้งานง่าย ให้ความเย็นได้รวดเร็วทันใจ มาพร้อมที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบอัตโนมัติ (รุ่น 2.0S ขึ้นไป) ด้านหลังแบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้

     ส่วนระบบส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ติดตั้งไฟอ่านแผนที่แยกซ้าย-ขวาด้านหน้า พร้อมไฟอีก 1 ดวงบริเวณกลางหลังคา กระจกหน้าต่างเป็นแบบไฟฟ้า 4 บาน สามารถปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติได้ 1 บานฝั่งผู้ขับ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ Jam Protection แผงบังแดดทั้งสองข้างติดตั้งกระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิด พร้อมที่วางแก้วน้ำบริเวณแผงประตูและบริเวณด้านข้างของเบรกมือ กุญแจแบบอัจฉริยะทำงานควบคู่กับปุ่มสตาร์ทบริเวณใกล้กับพวงมาลัย

 

     ทางฝั่งผู้ขับติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง ซึ่งออกแบบให้มีร่องนิ้วเพื่อให้จับได้กระชับขึ้น ปุ่มควบคุมต่างๆถูกจัดวางไว้ฝั่งซ้ายมือ ชุดมาตรวัดความเร็วเป็นแบบดิจิตอลเรืองแสง โดยแยกเข็มวัดรอบไว้ตรงกลาง ขณะที่จอทั้งสองด้านไว้สำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่ ฝั่งซ้ายสำหรับแสดงตำแหน่งเกียร์และระยะทาง ฝั่งขวาสำหรับแสดงปริมาณน้ำมันในถัง, อุณหภูมิภายนอก รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่างๆ ที่เลือกแสดงผลได้จากพวงมาลัย ด้านบนเป็นหน้าจอ Active Driving Display สำหรับแสดงความเร็วและระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDWS)

     เมื่อพูดถึงระบบความปลอดภัยใน Mazda CX-3 ใหม่ ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของมาสด้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายในขณะนี้เลยก็ว่าได้ เพราะฟังก์ชั่นบางอย่างไม่มีในรุ่นพี่อย่าง Mazda 3 และ CX-5 ด้วยซ้ำไป



     เริ่มจากอุปกรณ์มาตรฐานที่มีให้ทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS รวมถึงจิปาถะอย่างระบบล็อคประตูอัตโนมัติ, คานเหล็กกันกระแทก, ระบบสัญญาณกันขโมยและกุญแจแบบ Immobilizer

     ทุกรุ่นยังมาพร้อมเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุดทั้ง 5 ที่นั่ง ด้านหน้าสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ พร้อมจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

     ในรุ่น 2.0 S มีทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น เพิ่มเติมด้วยเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลังแบบ 4 จุด และกล้องมองหลังมาให้

     ส่วนรุ่น 2.0 SP รวมถึง 1.5 XDL ติดตั้งระบบ i-ACTIVSENSE ที่ประกอบไปด้วย 5 ระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบเตือนรถบริเวณจุดอับสายตา ABSM - Advanced Blind Spot Monitoring, ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS - Lane Departure Warning System, ระบบเตือนรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง RCTA - Rear Cross Traffic Alert, ระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ SCBS - Smart City Brake Support รวมถึงระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ HBC - High Beam Control

     ซึ่งถือเป็นมาสด้ารุ่นแรกในเมืองไทยที่มีระบบความปลอดภัยระดับสูงมาให้มากมายถึง 5 ระบบ

 

     การทดสอบในครั้งนี้มีรูปแบบเส้นทางที่หลากหลาย นับตั้งแต่การขับขี่ในเมือง นอกเมือง รวมถึงการขับขึ้นไปถึงยอดดอยอินทนนท์ที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมาสด้ามั่นใจว่าสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ใน CX-3 ใหม่ ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องถึงกับเครื่องยนต์แรงบิดสูงอย่างดีเซล SKYACTIV-D 1.5 ลิตรแต่อย่างใด

 

     เราเริ่มต้นออกสตาร์ทจากโรงแรมแชงกรี-ล่า บริเวณถนนช้างคลานของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ที่มีการจราจรคับคั่งพอประมาณ มาสด้าเลือกใช้ถนนเส้นรองผ่านตามซอกซอยต่างๆ ทำให้สัมผัสได้ถึงความคล่องตัวของ CX-3 พวงมาลัยมีน้ำหนักเบา อัตราทดพวงมาลัยกระชับดีมาก หมุนพวงมาลัยนิดหน่อยก็เลี้ยวได้อย่างใจต้องการ

     ประกอบกับตัวถังที่มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถซอกแซกได้อย่างมั่นใจ รวมถึงได้ทัศนวิสัยแบบเอสยูวีที่เหนือกว่ารถเก๋งทั่วไป ความคล่องตัวในเมืองจึงถือว่าสอบผ่านอย่างที่เราหวังไว้แต่แรก

 

     เมื่อหลุดออกมายังทางหลวงหมายเลข 108 เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปขึ้นยังดอยอินทนนท์นั้น เราสัมผัสได้ถึงแรงบิดของ CX-3 ที่มีให้เค้นถึง 204 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 2,800 รอบต่อนาที ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟของมาสด้า ที่จะมีบุคลิกคล้ายกับเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล

     ถ้าพูดง่ายๆก็คือ เรี่ยวแรงในย่านความเร็วปกติประมาณ 40-120 กม./ชม.นั้น มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือโดยไม่ต้องคิกดาวน์เค้นรอบกันบ่อยๆ การเติมคันเร่งเพียง 1/4 ก็พอให้แซงรถคันอื่นได้อย่างสบายๆ

     ขณะที่การเก็บเสียงนั้นถือว่าทำได้ดีมาก แม้ว่าจะวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แต่ก็ปรากฏเสียงลมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากบริเวณเสาบีกลางรถ ขณะที่เสียงจากช่วงล่างและพื้นถนนถูกเก็บเรียบ

     ส่วนเสียงเครื่องยนต์นั้น หากเดินรอบเบาถือว่าอยู่ในระดับปกติ แต่หากเค้นรอบสูงๆ จะได้ยินเสียงคำรามเข้ามาพอสมควร ซึ่งวิศวกรระบุว่าเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการขับขี่แบบสปอร์ต จึงปล่อยให้เสียงเครื่องยนต์สามารถเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องโดยสารได้ ซึ่งจุดนี้ต้องยอมรับว่าเสียงของเครื่องยนต์ SKYACTIV นั้น ให้ความไพเราะเร้าใจอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ

 

     ช่วงล่างของ CX-3 ถูกเซ็ทมาค่อนข้างหนึบหนับ ติดกระด้างให้เห็นเล็กๆ แต่ก็ถือว่านิ่มกว่ามาสด้ารุ่นก่อนที่จะกลายมาเป็น SKYACITV อยู่โข ซึ่งผู้โดยสารอาจรู้สึกกระเด้งกระดอนให้เห็นกว่าคู่แข่งอย่าง Honda HR-V อยู่บ้าง  แต่สำหรับผู้ขับที่ชื่นชอบการขับขี่เป็นชีวิตจิตใจนั้น จะรู้สึกได้เลยว่าเป็นช่วงล่างที่เซ็ทมาอย่างเหมาะเจาะพอดิบพอดี ไม่นิ่มไปไม่แข็งไป เกาะถนนได้อย่างหนึบหนับ รวมถึงควบคุมได้อย่างง่ายดาย จนเราขอยกย่องให้มันเป็นช่วงล่างที่ดีที่สุดในบรรดาคู่แข่งทั้งหมดขณะนี้

     เมื่อเราเดินทางมายังดอยอินทนนท์ แม้ว่ารถที่ใช้ทดสอบครั้งนี้เป็นเครื่องยนต์เบนซิน ที่ยังไงก็คงสู้แรงบิดของเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลไม่ได้ แต่เรากลับไม่รู้สึกว่ามันขาดเรี่ยวแรงเลย กำลังเครื่องยนต์ยังคงมีให้เรียกอย่างเหลือเฟือ จะมีก็เพียงแต่จุดที่ชันมากๆ ที่เราต้องลดเกียร์เพื่อช่วยเรียกรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมา

     CX-3 ยังมีโหมด Sport ที่สั่งงานด้วยปุ่มบริเวณใกล้กับคันเกียร์ ซึ่งโหมดนี้จะปรับการทำงานของเกียร์ให้ลากรอบเครื่องยนต์มากขึ้น ทำให้ได้แรงบิดอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งหากเปิดโหมดนี้ไว้ขณะขึ้นเขา เราก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์เองเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะช่วยเลือกเกียร์ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้แรงบิดมากที่สุดในขณะนั้น

 

     ส่วนการลัดเลาะไปตามโค้งขึ้นเขาบนดอยอินทนนท์นั้น แม้บางจังหวะเราจะใช้ความเร็วสูง แต่ช่วงล่างยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี อาการตัวรถขณะเข้าโค้งค่อนข้างเป็นกลางคล้ายกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ AWD ยังไงยังงั้น กล่าวคือ มันแทบไม่มีอาการโอเวอร์สเตียร์หรืออันเดอร์สเตียร์ให้เห็นเลย จนเราเดาไม่ถูกเลยว่า หากเราเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เกินขีดจำกัดจริงๆนั้น ตัวรถจะหน้าดื้อหรือท้ายปัดก่อนกัน

     ซึ่งอาการที่ว่านี้ ชวนให้ผมนึกถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ใน Subaru Forester และโรดสเตอร์ช่วงล่างเทพอย่าง Porsche Boxster ที่เคยขับมาแล้วก่อนหน้านี้ จริงอยู่ที่ช่วงล่างของ CX-3 จะไปเทียบ 2 รุ่นนั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงจะไม่แฟร์นัก แต่ก็พูดได้เต็มปากเลยว่าแค่นี้ก็ดีกว่ารถทั่วไปในท้องตลาดมากมายแล้ว

 

     สรุป Mazda CX-3 เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร เป็นครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว เอาใจคนรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ให้สมรรถนะดี แรงบิดเยอะและมาตั้งแต่รอบต่ำ ช่วงล่างเน้นความหนึบหนับ หนักแน่น ขับสนุก ห้องโดยสารออกแบบพิถีพิถัน ใส่ใจรายละเอียด ฟังก์ชั่นเยอะกว่าที่ตาเห็น ระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มเหนือคู่แข่ง เป็นรถที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการขับขี่ ได้ความนอเนกประสงค์แบบเอสยูวีแต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรนะการขับขี่แบบรถเก่ง

     ส่วนจุดที่น่าสังเกต คือ พื้นที่ภายในห้องโดยสารด้านหลังค่อนข้างแคบ หากใช้เป็นรถครอบครัวที่มีผู้ใหญ่นั่งโดยสารไปด้วยหลายคนบ่อยๆ คงต้องพิจารณาจุดนี้เป็นพิเศษ หากรับได้ คุณก็จะได้ข้อดีอย่างที่กล่าวมาข้างต้นไปทั้งหมดครับ


     ราคาจำหน่าย Mazda CX-3 ใหม่ มีดังนี้:

  • 2.0 E ราคา 835,000 บาท
  • 2.0 C ราคา 910,000 บาท
  • 2.0 S ราคา 975,000 บาท
  • 2.0 SP ราคา 1,045,000 บาท (รุ่นที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้)
  • 2.0 XDL ราคา 1,155,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดทุกท่าน ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

     เขียนและเรียงเรียง: เอกไชย สุขสมกิจ

 

 

Advertisement Replay Ad
Honda N-Box Slash 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เคาะเริ่ม 3.9 แสนบาท

Honda N-Box Slash 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เคาะเริ่ม 3.9 แสนบาท

Suzuki Swift 2018 ใหม่ เปิดรับจองแล้วที่อินเดียพร้อมขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร

Suzuki Swift 2018 ใหม่ เปิดรับจองแล้วที่อินเดียพร้อมขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร

Datsun Cross 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ราคาประหยัดเปิดตัวแล้วที่อินโดฯ

Datsun Cross 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ราคาประหยัดเปิดตัวแล้วที่อินโดฯ

ซูบารุเปิดตัวระบบ EyeSight คาดเตรียมติดตั้งใน Forester 2019 พร้อมขายจริงในไทย

ซูบารุเปิดตัวระบบ EyeSight คาดเตรียมติดตั้งใน Forester 2019 พร้อมขายจริงในไทย

Nissan Road Trip ราชบุรี Let's go for a ride

Nissan Road Trip ราชบุรี Let's go for a ride

Mitsubishi Eclipse Cross 2018 คว้าคะแนนเต็ม 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

Mitsubishi Eclipse Cross 2018 คว้าคะแนนเต็ม 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติ

ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติ

โหดจัด! Toyota Vellfire Pickup จับแวนหรูแต่งเป็นรถกระบะที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน 2018

โหดจัด! Toyota Vellfire Pickup จับแวนหรูแต่งเป็นรถกระบะที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน 2018

BMW X2 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ดีไซน์คูเป้รุ่นล่าสุดเปิดตัวแล้ว

BMW X2 2018 ใหม่ ครอสโอเวอร์ดีไซน์คูเป้รุ่นล่าสุดเปิดตัวแล้ว

Honda Civic Hatchback 2018 มีเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรให้เลือกแล้วที่อังกฤษ

Honda Civic Hatchback 2018 มีเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรให้เลือกแล้วที่อังกฤษ

Toyota Avalon 2018 ใหม่ ปรับดีไซน์เฉียบหรูพร้อมลุยตลาดมะกัน

Toyota Avalon 2018 ใหม่ ปรับดีไซน์เฉียบหรูพร้อมลุยตลาดมะกัน

Mercedes-Benz G-Class 2018 ใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

Mercedes-Benz G-Class 2018 ใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

Nissan Xmotion Concept 2018 ใหม่ ต้นแบบเอสยูวีดีไซน์สุดล้ำเผยโฉมแล้ว

Nissan Xmotion Concept 2018 ใหม่ ต้นแบบเอสยูวีดีไซน์สุดล้ำเผยโฉมแล้ว

Volkswagen Jetta 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คขายดีรุ่นล่าสุดเปิดตัวในสหรัฐฯ เริ่มเพียง 5.91 แสนบาท

Volkswagen Jetta 2018 ใหม่ รถคอมแพ็คขายดีรุ่นล่าสุดเปิดตัวในสหรัฐฯ เริ่มเพียง 5.91 แสนบาท

‘ฟอร์ด’ จ่อลงทุนหมื่นล้านดอลลาร์ทำรถยนต์ไฟฟ้า

‘ฟอร์ด’ จ่อลงทุนหมื่นล้านดอลลาร์ทำรถยนต์ไฟฟ้า

Toyota C-HR Sonic Emotion 2018 ใหม่ เผยโฉมที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน

Toyota C-HR Sonic Emotion 2018 ใหม่ เผยโฉมที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน

Honda Gold Wing 1800 รุ่นปี 2018 ใหม่ ปรับโมเดลเชนจ์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี เคาะเริ่ม 7.82 แสนบาท

Honda Gold Wing 1800 รุ่นปี 2018 ใหม่ ปรับโมเดลเชนจ์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี เคาะเริ่ม 7.82 แสนบาท

Ford Ranger 2018 ใหม่ เปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ พร้อมขุมพลังเบนซิน 2.3 ลิตรเทอร์โบ

Ford Ranger 2018 ใหม่ เปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ พร้อมขุมพลังเบนซิน 2.3 ลิตรเทอร์โบ

Suzuki Swift 2018 ใหม่ เคาะวันเปิดตัวในไทย 8 กุมภาพันธ์นี้

Suzuki Swift 2018 ใหม่ เคาะวันเปิดตัวในไทย 8 กุมภาพันธ์นี้

Vespa 946 Red 2018 รุ่นพิเศษเพื่อการกุศล ราคา 599,000 บาท

Vespa 946 Red 2018 รุ่นพิเศษเพื่อการกุศล ราคา 599,000 บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์