รีวิว Mazda MX-5 SKYACTIV โรดสเตอร์ขับมันส์ ฟังก์ชั่นไฮเทคกว่าเดิม

รีวิว Mazda MX-5 SKYACTIV โรดสเตอร์ขับมันส์ ฟังก์ชั่นไฮเทคกว่าเดิม
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หากถามคุณผู้อ่านว่ารถสปอร์ตในดวงใจของคุณคือรุ่นไหน? หลายคนคงนึกถึงรถคูเป้หรูสัญชาติยุโรป ที่ใส่เครื่องยนต์เทอร์โบแรงๆ ท็อปสปีดยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณมองข้ามสปอร์ตโรดสเตอร์คันเล็กๆอย่าง ‘Mazda MX-5’ ที่ถือเป็นรถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดคันหนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย


     หลังจากที่ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเปิดตัวรถสปอร์ต All-new Mazda MX-5 ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่รอช้ารีบเชิญสื่อมวลชน รวมทั้งทีมงาน Sanook! Auto เข้าร่วมทดสอบกันไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ที่เขาใหญ่นี่เอง

     Mazda MX-5 ใหม่ นับว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 หลังจากโฉมแรกถูกเปิดตัวเมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยมาสด้าตั้งใจพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ ให้เป็นรถสปอร์ตเปิดหลังคาน้ำหนักเบา สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน ภายใต้คอนเซ็พท์ที่เรียกว่า ‘จินบะ-อิตไต’



     จนเมื่อพัฒนามาถึงโมเดลใหม่ล่าสุด ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี ‘SKYACTIV’ ที่ช่วยแจ้งเกิดให้มาสด้ามาแล้วหลายรุ่น บวกกับปรัชญาการออกแบบ ‘Kodo Design’ อันเลื่องชื่อ จึงทำให้ MX-5 โฉมใหม่ กลายเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ขับสนุกที่สุดเท่าที่มาสด้าเคยผลิตมา

 

     รูปลักษณ์ภายนอกของ MX-5 ใหม่ ถูกออกแบบมีสัดส่วนหน้า-หลังลงตัว ระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าที่สั้น เน้นให้ผู้โดยสารอยู่จุดกึ่งกลางของตัวรถ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของบาลานซ์ขณะขับขี่

     ไฟหน้าเป็นแบบ Four-lamp LED คือเป็น LED ทั้งไฟต่ำ-ไฟสูง ออกแบบกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนไฟ Daytime Running Light แบบ LED ติดตั้งอยู่บริเวณมุมกันชนทั้งสองข้าง ขณะที่ใต้กันชนจะมีลิ้นสีดำเล็กๆ ตกแต่งให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น

 

     ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายแบบ LED ส่วนไฟถอยหลังเลื่อนไปอยู่บริเวณกันชน ขณะที่ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ติดตั้งไว้บริเวณเหนือฝากระโปรงท้าย ติดตั้งเสาอากาศสีดำขนาดเล็กไว้ทางด้านขวา ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีเทาและสีเมทัลลิค

     นอกจากนั้น มาสด้ายังพัฒนา MX-5 ใหม่ ให้มีน้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นเดิมถึง 100 กิโลกรัม ด้วยการใช้ชิ้นส่วนน้ำหนักเบามากขึ้น และตัดทอนส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้รถคันนี้ขับได้สนุกสนานมากขึ้น

 

     เข้ามาภายในห้องโดยสาร ยังคงสัมผัสได้ถึงคุณภาพตามฉบับมาสด้ายุคใหม่ โดยยังถูกพัฒนาเพื่อเน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ตกแต่งภายในด้วยสีดำทั้งหมด ตัวเบาะนั่งเป็นแบบปรับมือธรรมดาหุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง แผงประตูตกแต่งด้วยสีเดียวกับตัวถังภายนอกเพื่อให้ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้า, กระจกมองข้างและเซ็นทรัลล็อค จะอยู่บนแผงประตูทั้งหมด

     ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ตกแต่งด้วยสีเงิน ตัวพวงมาลัยมีกริปให้ยึดพอประมาณ เส้นรอบวงมีขนาดเล็ก กระฉับกระเฉง สวิตช์ฝั่งซ้ายสำหรับควบคุมเครื่องเสียง, โทรศัพท์ และจอ MID ฝั่งขวาสำหรับระบบครูซคอนโทรล และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ติดตั้งไว้ด้านหลังพวงมาลัย

 

     มาตรวัดความเร็วเป็นแบบอนาล็อก 3 หน้าปัด โดยติดตั้งมาตรวัดรอบไว้ตรงกลางตามฉบับรถสปอร์ตที่เน้นการใช้รอบเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ส่วนมาตรวัดความเร็วไว้ทางฝั่งขวา และจอ MID แบบดิจิตอลอยู่ทางด้านซ้าย ซึ่งแม้จะดูไม่หวือหวาเหมือนรถบางค่าย แต่ก็จัดวางได้อย่างลงตัว อ่านง่าย และชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมรถ

     MX-5 ใหม่ ยังมาพร้อมระบบอินโฟเทนเม้นท์ที่คุ้นเคยกันดีจาก Mazda2 และ Mazda3 ติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งไว้เหนือคอนโซล สั่งงานได้ทั้งระบบสัมผัสและปุ่ม Commander Control บริเวณเบรกมือ รองรับการเชื่อต่อ Bluetooth ติดตั้งพอร์ต USB มาให้ 2 พอร์ต ช่องเสียบ AUX และช่อง SD Card สำหรับระบบนำทาง ทั้งหมดติดตั้งไว้ใต้คอนโซลด้านล่างใกล้กับคันเกียร์

 

     เครื่องเสียงใน MX-5 ใหม่ ยังมีจุดเด่นที่การเลือกใช้ระบบเสียงจาก BOSE ด้วยลำโพงถึง 9 ตัว รวมถึงยังติดตั้งลำโพงไว้บริเวณพนักพิงศีรษะเบาะนั่งทั้ง 2 ฝั่ง ช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงได้ชัดเจนขณะกำลังเปิดหลังคา
นอกจากนั้น ยังติดตั้งที่วางแก้วแบบถอดออกได้จำนวน 2 ชิ้น ซึ่งสามารถติดตั้งไว้ระหว่างตัวเบาะนั่งทั้งสองข้างก็ได้ หรือจะถอดออกมาติดตั้งบริเวณใกล้กับหัวเข่าฝั่งผู้โดยสารก็ได้เช่นกัน

     กระโปรงท้ายสามารถยกขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับกลไกเปิดหลังคา ซึ่งห้องสัมภาระแน่นอนว่าไม่ใหญ่จุใจขนาดรถเก๋งทั่วไป แต่ก็พอให้ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดที่สามารถติดตัวขึ้นเครื่องบินได้จำนวน 2 ใบ แต่ถ้าเป็นกระเป๋าแบบผ้าก็น่าจะใส่ได้ถึง 3 ใบ เอาไว้สำหรับเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด

 

     Mazda MX-5 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรานั้น เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ความจุ 2.0 ลิตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ให้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (ดังนั้น หากเป็นรถเกรย์ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ก็จะได้เครื่องยนต์บล็อก 1.5 ลิตรมาแทน) เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 160 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล และปุ่ม Sport

 

     มาถึงจุดนี้หลายคนคงถามว่า ทำไมรถสปอร์ตโรดสเตอร์ถึงเลือกใช้เป็นเกียร์อัตโนมัติ แทนที่จะเป็นเกียร์ธรรมดา ซึ่งหากเป็นสมัยเมื่อสัก 5 ปีที่แล้ว เราก็คงคิดเหมือนกับผู้อ่านนั่นแหละครับ แต่สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใน MX-5 ใหม่ลูกนี้  ต้องบอกเลยว่ามันเป็นเกียร์แบบ AT ทำงานได้ฉลาดและรวดเร็วระดับน้องๆ เกียร์ Dual Clutch ด้วยซ้ำไป แถมยังได้ปุ่ม Paddle Shift ไว้ขับมันส์ๆอีกด้วย แบบนี้จะยังเสียดายเกียร์ธรรมดาอยู่ไหมครับ?

     ช่วงล่างด้านหน้าใน MX-5 ใหม่ เป็นแบบปีกนกสองชั้น (Double-wishbone) ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ ระบบพวงมาลัยเปลี่ยนจากไฮโดรลิกส์มาเป็นแบบไฟฟ้า ขณะที่ระบบเบรกเป็นดิสก์ทั้ง 4 ล้อ พร้อมจานเบรกมีช่องระบายความร้อนด้านหน้า

 

     ด้านระบบความปลอดภัยถือว่าจัดเต็มไม่เบา ด้วยถุงลมนิรภัยด้านหน้าและข้างรวม 4 ตำแหน่ง, ระบบเบรก ABS/EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพ Dynamic Stability Control, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ ฯลฯ

     ขณะที่ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ประกอบไปด้วย 3 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวโค้ง Adaptive Front Lighting System, ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Control System ที่จะช่วยเปลี่ยนจากไฟสูงเป็นไฟต่ำให้อัตโนมัติหากมีรถสวนมา และระบบเตือนเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจ Lane Departure Warning System ซึ่งจะส่งเสียงผ่านลำโพงภายในรถหากมีการขับคร่อมเลน (แต่จะไม่มีการสั่นหรือดึงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติแบบในรถยุโรปราคาแพงๆแต่อย่างใด)

 

     หลังคาของ MX-5 ใหม่ เลือกใช้เป็นแบบ Soft-top สีดำ สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยด้วยมือ โดยใช้วิธีง้างคันล็อคภายในห้องโดยสาร ซึ่งจะอยู่บริเวณไฟอ่านแผนที่ แล้วจึงผลักชุดหลังคาไปทางด้านหลังจนสุดกระทั่งเข้าล็อค เบ็ดเสร็จใช้เวลาราว 3-5 วินาที จะเร็วจะช้าก็สุดแต่กำลังแขนของแต่ละคน ซึ่งถือว่าสะดวกและรวดเร็วทันใจ ต่างจากระบบไฟฟ้าที่อาจต้องรอไม่ต่ำกว่า 15 วินาทีขึ้น

     ส่วนหากจะปิด ก็ใช้วิธีกดชุดหลังคาลงหนึ่งครั้งจนกระทั่งคลายล็อค แล้วดึงขึ้นมาให้ชนกับคานเสาหน้า แล้วง้างคันล็อคกลับเข้าไปจนสนิท ง่ายๆแค่นั้นเอง

 

     เริ่มออกเดินทางทดสอบ


     ในวันที่เราร่วมทดสอบนั้น เป็นช่วงที่อากาศเย็นลงพอดี เราจึงไม่พลาดที่จะทดสอบรถคันนี้แบบเปิดหลังคา รับอากาศเย็นๆของเขาใหญ่ ซึ่งสัมผัสแรกหลังจากที่เข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ MX-5 ก็คือตำแหน่งของเบาะโดยสารที่ค่อนข้างต่ำ ให้อารมณ์ขับขี่อย่างที่รถสปอร์ตควรจะเป็น

     เบาะนั่งค่อนข้างกระชับ ไม่อึดอัด พวงมาลัยตั้งชันกำลังดี รอบวงพวงมาลัยมีขนาดเล็ก ช่วยให้ควบคุมง่าย ปุ่มควบคุมต่างๆถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและใกล้มือ ไม่ต่างกับมาสด้ารุ่นอื่นๆ ที่เราเคยทดสอบมา ซึ่งเป็นจุดเด่นของการออกแบบภายในห้องโดยสารของมาสด้ารุ่นใหม่ๆอยู่แล้ว

 

     เริ่มต้นออกเดินทางจากจุดสตาร์ท ก็สัมผัสได้ถึงอัตราเร่งจากแรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ที่ดึงให้หลังติดเบาะอยู่เหมือนกัน ยิ่งเมื่อรอบเครื่องยนต์พ้น 2,500 รอบต่อนาทีขึ้นไป เสียงท่อไอเสียจะเริ่มแผดคำรามให้ได้ยินอย่างชัดเจน ขณะที่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานได้อย่างฉับไวดั่งใจสั่ง สามารถควบคุมผ่านแป้น Paddle Shift ได้ทันที หากต้องการลดเกียร์เพื่อเร่งแซง ก็กดแป้นฝั่ง ‘-‘ ซึ่งก็ตอบสนองเกือบจะในทันที

     แม้เส้นทางจะไม่เอื้ออำนวยให้ใช้ความเร็วสูงมากนัก แต่ด้วยธรรมชาติของรถโรดสเตอร์ที่ไม่ได้เน้นความแรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นความสนุกสนานในการเข้าโค้ง ซึ่ง MX-5 ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยพวงมาลัยที่มีอัตราทดแคบ ให้ความรู้สึกกระชับ มีชีวิตชีวา เข้าโค้งได้อย่างสนุกสนาน ประกอบกับตัวถังที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้รู้สึกถึงความเกาะถนน มั่นใจ ช่วงล่างสามารถควบคุมอาการตัวรถไม่ให้ท้ายปัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลจากการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

     จากเดิมที่เราคาดว่าช่วงล่างของ MX-5 จะออกไปในแนวแข็งกระด้างตามฉบับรถสปอร์ต แต่เมื่อลองขับจริงก็พบว่ามันนิ่มกว่าที่คิด ให้ความรู้สึกหนึบหนับ ไม่กระด้างจนน่ารำคาญ สามารถใช้เป็นรถในชีวิตประจำวันได้สบาย

     ขณะที่ลมวนภายในห้องโดยสารขณะเปิดหลังคานั้น ถือว่าจัดการได้ค่อนข้างดี จะมีลมไหลผ่านบริเวณศีรษะ และช่วงไหล่ซึ่งพัดเข้ามาจากด้านข้าง แต่หากปิดกระจกขึ้น ก็จะเหลือเฉพาะลมบริเวณศีรษะ ซึ่งก็แล้วแต่อารมณ์ของคุณผู้อ่านเลยว่าจะอยากรับลมมากน้อยแค่ไหน

 

     จากนั้นเราลองขับรถแบบปิดหลังคาดูบ้าง เพราะเชื่อว่าส่วนมากผู้ใช้คงปิดหลังคาเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งการเก็บเสียงก็ใช้ได้ทีเดียวแม้ว่าวัสดุหลังคาจะเป็นแบบผ้า แต่ก็มีการเพิ่มที่คลุมแบบอลูมิเนียมไว้ภายใน ช่วยให้หลังคาไม่มีการกระพือในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ขณะที่ชุดหลังคาก็ไม่มีเสียงก๊อกแก๊กให้น่ารำคาญใจ

 

     สรุป Mazda MX-5 ถือเป็นโรดสเตอร์น้ำหนักเบาที่ได้คุณลักษณะที่ดีของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟแบบเดียวกับมาสด้ารุ่นใหม่ๆ  จึงทำให้กลายเป็นรถสปอร์ตที่ขับได้สนุกสนาน เครื่องยนต์แรงพอตัว เกียร์ทำงานได้ฉับไว ช่วงล่างแน่น หนึบ เกาะถนน เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆมากมาย ทั้งระบบอินโฟเทนเม้นท์ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย ใช้งานง่าย รวมถึงระบบความปลอดภัยระดับสูง i-ACTIVSENSE ช่วยให้ MX-5 ใหม่ กลายเป็น MX-5 ที่ครบเครื่องที่สุด และน่าคบหาที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา

     แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยค่าตัวเฉียด 3 ล้านบาท แต่คุณก็จะได้รถสปอร์ตเปิดหลังคาสมรรถนะยอดเยี่ยม ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ขับไปเที่ยวเสาร์-อาทิตย์ก็ดี ยิ่งถ้าช่วงไหนอากาศเย็นๆขับรถเปิดหลังคาแล้วล่ะก็ รับรองว่าใครก็ต้องหันมามองคุณเป็นสายตาเดียวเลยล่ะครับ

     ราคาจำหน่าย Mazda MX-5 รุ่น 2.0S อยู่ที่ 2,700,000 บาท


     ขอขอบคุณผู้บริหารและทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญทีมงานเข้าร่วมทดสอบ และอำนวยความสะดวกตลอดทริปเป็นอย่างดี

 

 

Advertisement Replay Ad
เจ๋ง! นักขับไทยคว้ารางวัลตรวจเช็ครถยอดเยี่ยม UD Extra Mile Challenge 2018

เจ๋ง! นักขับไทยคว้ารางวัลตรวจเช็ครถยอดเยี่ยม UD Extra Mile Challenge 2018

ของจริง! MG E ZS 2019 ใหม่ เวอร์ชั่นไฟฟ้าใหม่ วิ่งไกลถึง 428 กิโลเมตร

ของจริง! MG E ZS 2019 ใหม่ เวอร์ชั่นไฟฟ้าใหม่ วิ่งไกลถึง 428 กิโลเมตร

“รถนำเข้า กับ รถประกอบไทย” แบบไหนดีกว่ากัน?

“รถนำเข้า กับ รถประกอบไทย” แบบไหนดีกว่ากัน?

ชำระภาษีรถยนต์ปี 2561-2562 ได้ที่ไหนบ้าง?

ชำระภาษีรถยนต์ปี 2561-2562 ได้ที่ไหนบ้าง?

Lamborghini Urus 2019 ใหม่ ประกาศเตรียมเปิดตัวจริงในไทย 26 พ.ย.นี้

Lamborghini Urus 2019 ใหม่ ประกาศเตรียมเปิดตัวจริงในไทย 26 พ.ย.นี้

Triumph Scrambler 1200 XC และ 1200 XE 2019 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

Triumph Scrambler 1200 XC และ 1200 XE 2019 ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

Toyota Camry TRD 2019 เผยโฉมในสหรัฐฯ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Toyota Camry TRD 2019 เผยโฉมในสหรัฐฯ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ไขปริศนา! ทำไมชุดแต่งรถจึงทำให้ไอเสียเข้ามาในห้องโดยสารได้

ไขปริศนา! ทำไมชุดแต่งรถจึงทำให้ไอเสียเข้ามาในห้องโดยสารได้

สยอง! Nissan Frontier โฉมเก่าได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 0 ดาว

สยอง! Nissan Frontier โฉมเก่าได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 0 ดาว

ของจริง! Toyota Altis 2019 ปล่อยทีเซอร์คันจริงก่อนเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

ของจริง! Toyota Altis 2019 ปล่อยทีเซอร์คันจริงก่อนเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

ชุดแต่ง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

ชุดแต่ง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

Toyota Corolla Twin Engine E+ 2019 ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

Toyota Corolla Twin Engine E+ 2019 ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

MG E ZS 2019 ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้าล้วนเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

MG E ZS 2019 ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้าล้วนเตรียมเปิดตัว 16 พ.ย.นี้

เทียบสเป็ค Mitsubishi Triton กับ Toyota Revo 2019 ใหม่ รุ่นท็อปทั้งคู่ สเป็คใครดีกว่า?

เทียบสเป็ค Mitsubishi Triton กับ Toyota Revo 2019 ใหม่ รุ่นท็อปทั้งคู่ สเป็คใครดีกว่า?

Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ซิงเกิ้ลแค็บขับสี่ใหม่ ราคา 654,000 บาท

Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ซิงเกิ้ลแค็บขับสี่ใหม่ ราคา 654,000 บาท

Mazda CX-5 2019 ใหม่ พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 2.5 ลิตร เผยโฉมในสหรัฐฯ

Mazda CX-5 2019 ใหม่ พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 2.5 ลิตร เผยโฉมในสหรัฐฯ

ทีเซอร์ Toyota Corolla Altis 2019 ใหม่ ก่อนเปิดตัวจริง 16 พ.ย.นี้

ทีเซอร์ Toyota Corolla Altis 2019 ใหม่ ก่อนเปิดตัวจริง 16 พ.ย.นี้

ชมคันจริง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ สวยยิ่งกว่างานเปิดตัว

ชมคันจริง Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ สวยยิ่งกว่างานเปิดตัว

เปิดราคา Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะรุ่นท็อป 1,099,000 บาท

เปิดราคา Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะรุ่นท็อป 1,099,000 บาท

Mitsubishi Triton 2019 รุ่นพิเศษพร้อมตัวถังสีส้มใหม่เผยโฉมในงานเปิดตัว

Mitsubishi Triton 2019 รุ่นพิเศษพร้อมตัวถังสีส้มใหม่เผยโฉมในงานเปิดตัว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์