5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับไฟ Daytime Running Light ของคนไทย

5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับไฟ Daytime Running Light ของคนไทย

5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับไฟ Daytime Running Light ของคนไทย

S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน หรือ Daytime Running Light ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานกันมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ แถมยังเป็นช่องทางให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความสวยงามให้กับตัวรถได้มากขึ้น นับเป็นจุดขายอย่างหนึ่งด้วย

     ซึ่ง Daytime Running Light หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า '' นั้น ถูกนำมาบังคับใช้เป็นกฎหมายในยุโรปมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งรถยนต์นั่งทุกคันที่ผลิตขึ้นสำหรับวางจำหน่ายในยุโรปหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2011 เป็นต้นไป จะต้องติดตั้งระบบไฟดังกล่าวมาจากโรงงาน ส่วนรถที่ผลิตไปแล้วก่อนหน้าไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่ว่านี้แต่อย่างใด

 

     คุณลักษณะของไฟ DRL ว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัย UNECE Reg 87 และ 48 กล่าวโดยสรุป คือ จะต้องมีความสว่างจนสามารถเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวัน และจะต้องหรี่หรือดับลงอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้ารถ หาก DRL ถูกติดตั้งไว้ใกล้กับสัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องมีการหรี่หรือดับ DRL ข้างที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติเมื่อยกก้านไฟเลี้ยว เพื่อป้องกันการรบกวนทำให้ผู้ใช้ถนนไม่สามารถเห็นไฟเลี้ยวได้อย่างชัดเจน เป็นต้น

     ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ถนนคันอื่นสามารถเห็นรถที่ติดตั้ง DRL ได้อย่างชัดเจนขึ้นแม้ในเวลากลางวัน ช่วยให้สามารถกะระยะห่างและความเร็วที่แล่นมาของรถได้ดียิ่งขึ้น คล้ายกับกฎหมายที่มีการบังคับรถมอเตอร์ไซค์ให้เปิดไฟหน้ารถไว้ตลอดเวลาขณะขับขี่นั่นเอง ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้ผลิตรถยนต์ในบ้านเราหันมาให้ความสนใจกับฟังก์ชั่นที่ว่านี้กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

     แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Daytime Running Light ของผู้ใช้รถในบ้านเราอยู่ไม่น้อย ซึ่ง Sanook! Auto รวบรวมมาไว้ดังนี้ครับ

 

     1.ต้องเป็นไฟสีขาวเสมอ

     ไฟ DRL ที่พบเห็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเป็นแบบ LED ที่ให้แสงสีขาว สวยงาม สะดุดตา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไฟ DRL จะต้องเป็นแบบแอลอีดีเสมอไป รถบางรุ่นยังคงใช้หลอดแบบฮาโลเจนที่ให้แสงสีขาวนวลอมเหลือง ซึ่งก็สามารถใช้ได้เช่นกันหากให้ความสว่างเพียงพอ

 

     2.กินแบตโดยใช่เหตุ

     จริงอยู่ที่ถ้ารถมีอุปกรณ์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะส่งผลให้กินแบตมากขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับไฟ DRL นั้นถือว่ากินแบตน้อยมาก โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นแบบ LED แต่ถ้าเป็นหลอดแบบฮาโลเจนก็ใช้พลังงานไม่ต่างไปจากหลอดไฟเบรก (แบบไส้) เลย ดังนั้น จึงตัดกังวลไปได้เลยว่าเปิดไฟเดย์ไลท์แล้วจะทำให้เปลืองแบตรถเปล่าๆ

     ทางที่ดีถ้ารถคันไหนมีมาให้ ก็ใช้ไปเถอะครับ เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องไปปิดหรือเปิดไฟหรี่แทน ซึ่งวิธีนั้นเผลอๆจะกินแบตมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะไฟรถจะสว่างทั้งคัน ไม่เว้นแม้แต่ภายในห้องโดยสาร

 

     3.ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร

     อย่างที่บอกไปว่า DRL ถูกกำเนิดขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้น การที่เปิดไฟ DRL ทิ้งไว้ จะทำให้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นรถของคุณได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ในกรณีที่คุณขับรถเร็วอยู่ในช่องทางขวา หากมีรถกำลังจะแซงมาจากเลนซ้าย เขาก็จะสามารถคาดคะเนความเร็วของรถคุณได้ดีขึ้นด้วย เป็นต้น

 

     4.สว่างไม่ต้องมากก็ได้

     ถ้าเป็นไฟ DRL ที่ติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิต พวกนี้จะมีความสว่างในระดับมาตรฐานอยู่แล้ว แต่รถบางรุ่นที่ไม่ได้ติดตั้งมาให้ เจ้าของอาจนำไปติดตั้งเองจากร้านอุปกรณ์ประดับยนต์ ซึ่งถ้าเลือกซื้อแบบราคาถูกจากจีนหรือไต้หวัน ไฟ DRL พวกนี้ก็มักไม่สว่างเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์จริง เน้นติดเอาแฟชั่นเสียมากกว่า ยิ่งถ้าใช้สีอื่นนอกเหนือไปจากสีขาวหรือสีขาวอมเหลืองแล้วละก็ ยังถือว่าผิดกฎหมายอีกด้วย

 

     5.ใช้แทนไฟหน้ายามค่ำคืนได้

     รถยนต์บางรุ่นถูกออกแบบไฟ DRL มาอย่างสวยงาม จนทำให้เจ้าของรถบางคนใช้วิ่งยามค่ำคืนโดยไม่เปิดไฟหน้า เพราะต้องการความโดดเด่น แต่รู้ไหมว่านี่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อผู้ร่วมทางมาก เพราะไฟเดย์ไลท์จะมีความสว่างมากในเวลากลางคืน เนื่องจากลำแสงจะถูกตั้งให้ส่องไปด้านหน้าเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนขณะวิ่งกลางวัน ทำให้แยงสายตาผู้ขับขี่คนอื่นๆในเวลากลางคืน รวมถึงไฟตำแหน่งต่างๆ เช่น ไฟท้าย ไฟส่องทะเบียน ฯลฯ ก็จะไม่สว่างขึ้นมา เสี่ยงต่อการโดนชนท้ายอีกต่างหาก

     ดังนั้น เราควรใช้ Daytime Running Light ไม่เพียงเพราะเหตุผลด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอันเป็นจุดประสงค์หลักของมันควบคู่กันไปด้วยครับ

 

 

Advertisement Replay Ad
"ลมยางอ่อน" เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด

"ลมยางอ่อน" เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด

รวม 7 อะไหล่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ

รวม 7 อะไหล่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ

แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว สาเหตุเกิดจากอะไร?

แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว สาเหตุเกิดจากอะไร?

กรองน้ำมันเครื่องตัน จะส่งผลเสียอะไรบ้าง?

กรองน้ำมันเครื่องตัน จะส่งผลเสียอะไรบ้าง?

สายพานเสียงดัง แก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้!

สายพานเสียงดัง แก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้!

แบบไหนดีกว่ากันระหว่าง ดิสก์เบรก กับ ดรัมเบรก?

แบบไหนดีกว่ากันระหว่าง ดิสก์เบรก กับ ดรัมเบรก?

หัวเทียน Iridium ดีกว่าของธรรมดายังไง?

หัวเทียน Iridium ดีกว่าของธรรมดายังไง?

ยางรถยนต์บวม เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?

ยางรถยนต์บวม เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?

รวมวิธีผ่านด่านเป่าแอลกอฮอล์สุดแป้ก!

รวมวิธีผ่านด่านเป่าแอลกอฮอล์สุดแป้ก!

รถมีเสียงดังผิดปกติแบบนี้ รีบตรวจเช็กด่วน!

รถมีเสียงดังผิดปกติแบบนี้ รีบตรวจเช็กด่วน!

เสร็จไว! DIY เปลี่ยนไส้กรองอากาศแค่ 2 นาที

เสร็จไว! DIY เปลี่ยนไส้กรองอากาศแค่ 2 นาที

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

สาเหตุที่ทำให้รถ เบรกแตก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

รถสตาร์ทติดยาก อาจเป็นเพราะ ขั้วแบตเตอรี่ สกปรก!!!

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

เช็คระยะ 'อู่นอก' กับ 'เข้าศูนย์' แบบไหนดีกว่ากัน?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

ขับผ่านช่อง 'อีซี่พาส' อย่างไรให้ผ่านฉลุยทุกครั้ง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

8 สัญลักษณ์บนหน้าปัดรถที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

5 สิ่งไม่ควรทำในรถเกียร์ธรรมดา

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

วิธีป้องกัน 'รถกระตุก-มีเสียงดัง' เมื่อปลดเกียร์ P

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

รถวิ่งสะดุด ติดยาก “ปั๊มติ๊ก” พัง จริงหรือมั่ว!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์