รีวิว Mitsubishi Attrage และ Mirage ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ อีโคคาร์อ็อพชั่นเพียบ

รีวิว Mitsubishi Attrage และ Mirage ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ อีโคคาร์อ็อพชั่นเพียบ
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     แม้ว่ากระแสรถยนต์อีโคคาร์จะแผ่วลงไปต่างกับสมัยที่เริ่มบุกตลาดในยุคแรกราว 3-4 ปีที่แล้ว แต่รถยนต์กลุ่มนี้ก็ยังมีจุดเด่นที่ความคุ้มค่า เน้นขับง่าย เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่าเป็นพิเศษ

     มิตซูบิชิที่ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอีโคคาร์ มาวันนี้ได้ส่ง Attrage และ Mirage โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ลงตลาดเป็นที่เรียบร้อย ชูจุดเด่นที่ความคุ้มค่า ให้อุปกรณ์มาตรฐานชนิดรถใหญ่ยังอาย แถมยังผ่านมาตรฐานอีโคคาร์เฟส 2 ที่เข้มงวดกว่าเดิม การันตีถึงความประหยัดแบบไม่ต้องพึ่งพาระบบไฮบริด

 

     ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงเชิญทีมงาน Sanook! Auto เข้าร่วมทดสอบ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ บนเส้นทางกทม. – ฉะเชิงเทรา เพื่อพิสูจน์ว่าทั้ง 2 รุ่นใหม่ จะคุ้มค่าเงินที่เสียไปสักแค่ไหน

     มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2555 และ 2556 โดยปัจจุบันมียอดขายรวมแล้วกว่า 550,000 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขายสะสมในประเทศถึง 126,000 คัน นอกนั้นเป็นยอดส่งออกทั้งหมด นับได้ว่าเป็นรถยอดนิยมรุ่นหนึ่งของไทยเลยทีเดียว

     ก่อนอื่นเรามาอธิบายถึง Attrage และ Mirage โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ กันก่อนดีกว่า ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง



     ในรุ่น Mirage ถูกออกแบบใหม่ให้ดูหรูหรา พรีเมี่ยมขึ้นอย่างชัดเจน ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-Xenon และไฟหรี่ Spectrum LED ที่มีลักษณะเป็นเส้นดูสวยงาม ขณะที่ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายแบบ LED ชุดกันชนหน้า-หลังถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยกันชนหน้าถูกตกแต่งด้วยแถบโครเมี่ยมชิ้นยาวพร้อมไฟตัดหมอก ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วแบบทูโทน พร้อมยางขนาด 175/55 R15

 

     ขณะที่รุ่น Attrage มีการเปลี่ยนแปลงน้อยหน่อย โดยยังคงดีไซน์ไฟหน้า-ไฟท้ายเช่นเดิม แต่มีการปรับส่วนกันชนใหม่ ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมบริเวณไฟตัดหมอก พร้อม Daytime Running Light แบบ LED กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยมรมดำเพิ่มความดุดันมากขึ้น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วสีเงินรมดำ และยางขนาด 185/55 R15

     โดยรวมแล้ว Mirage ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ จะถูกออกแบบให้ดูหรูหรามากขึ้น ขณะที่ Attrage จะดูให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่า

 

     ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบภายในคล้ายกัน โดย Attrage ใหม่ ติดตั้งเบาะหนังสีดำเย็บด้ายสีแดง พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ขณะที่ Mirage จะเป็นเบาะผ้า พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังเช่นกัน

     ทั้งคู่ติดตั้งหน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว รองรับ CD/DVD/MP3 รองรับ Bluetooth และมีระบบนำทางให้ในตัว โดยมีปุ่มควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ที่พวงมาลัยให้ด้วย

     จุดเด่นของ Attrage และ Mirage ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ คือ ระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ไม่มีในรถรุ่นใหญ่กว่าบางรุ่นด้วยซ้ำไป โดยทั้งคู่มาพร้อมระบบเตือนกันชนด้านหน้าตรงพร้อมชะลอความเร็ว FCM-LS หรือ Forward Collision Mitigation System – Low Speed ซึ่งเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งบริเวณกระจกหน้า จะคอยตรวจจับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ด้านหน้า และจะสั่งการเบรกจนหยุดสนิทให้อัตโนมัติที่ความเร็วไม่เกิน 15 กม./ชม. ซึ่งแม้ว่าจะเป็นความเร็วที่ไม่มากนัก แต่ก็ช่วยป้องกันในกรณีเผลอปล่อยเบรกขณะใส่เกียร์ D ได้

 

     นอกนั้นยังระบบตัดกำลังชั่วคราวเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง RMS – FORWARD หรือ Radar Sensing Misacceleration Mitigation System – Forward ช่วยป้องกันในกรณีที่เผลอเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง ขณะที่มีสิ่งกีดขวางด้านหน้าอยู่ ป้องกันให้รถไม่พุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจเมื่อมีสิ่งกีดขวาง ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นอีโคคาร์เจ้าเดียวในตลาดที่ติดตั้งมาให้

     Attrage และ Mirage ยังมีระบบควบคุมความปลอดภัยต่างๆให้ครบครันไม่แพ้รุ่นใหญ่ ได้แก่ ระบบควบคุมการเสถียรภาพการทรงตัว ASC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TLC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน เป็นต้น

 

     ทั้งสองรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส 3A92 ความจุ 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Invect III CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก

     แม้ว่าจะใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิม แต่ถูกปรับปรุงให้มีอัตราสิ้นเปลืองต่ำลง เพื่อให้ผ่านมาตรฐานอีโคคาร์เฟส 2 โดยรุ่น Mirage มีตัวเลขอยู่ที่ 23.3 กม./ลิตร ขณะที่ Attrage มีตัวเลขด้อยกว่าเล็กน้อยที่ 23.8 กม./ลิตร ซึ่งเป็นผลมาจากตัวถังที่มีขนาดใหญ่กว่า ต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่านั่นเอง ซึ่งการใช้งานจริงไม่ต่างกันเท่าใดนัก ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่เสียมากกว่า

 

     ระบบความปลอดภัยนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ทั้งคู่มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCL เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อยตั้งแต่ตัวล่างสุดขึ้นมา แต่ถ้าเป็นรุ่น Attrage จะได้กล้องมองหลังเพิ่มขึ้นมาด้วย

     เส้นทางทดสอบในครั้งนี้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรานี่เอง โดยขาไปเราได้ทดสอบตัว Attrage รุ่นท็อปสุดก่อน



     เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสารของแอททราจใหม่ ก็รู้สึกถึงความกว้างขวาง โปร่งสบาย รวมถึงห้องโดยสารด้านหลังที่สามารถนั่งได้สบายเช่นกัน เหมาะสำหรับการใช้งานในแบบครอบครัว

     อัตราเร่งของ Attrage ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไปตามสไตล์เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แต่การใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เปลี่ยนอัตราทดได้ต่อเนื่อง ก็ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบลื่น ไม่มีอาการสะดุด รวมถึงกำลังที่มีให้อย่างต่อเนืองเช่นกัน

 

     เราลัดเลาะขึ้นทางด่วน เพื่อจะมุ่งหน้าไปยังถนนมอเตอร์เวย์ชลบุรี ซึ่งการจราจรบนทางด่วนช่วงเช้าค่อนข้างติดขัด แต่ด้วยบอดี้ที่มีขนาดกะทัดรัดก็ช่วยให้คล่องตัว มุดไปตามการจราจรได้สบาย แต่จุดสังเกตคือพวงมาลัยที่เซ็ตอัตราทดมาค่อนข้างกว้าง ทำให้การเปลี่ยนเลนแต่ละครั้งนั้น รู้สึกว่าต้องหมุนพวงมาลัยมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งอาจลดความสนุกในการขับขี่ในเมืองไปบ้าง แต่เมื่อถึงย่านความเร็วสูง ก็จะช่วยให้พวงมาลัยไม่ไวจนเกินไป โดยเฉพาะสำหรับรถที่มีขนาดเล็กเช่นนี้

     เมื่อมาถึงช่วงถนนมอเตอร์เวย์ที่พอใช้ความเร็วได้นั้น พบว่าแอททราจสามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างสบายใจ เสียงภายนอกเล็ดลอดพอให้ได้ยินบ้าง ส่วนใหญ่มาจากพื้นถนนและกระจกบังลมหน้า แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด

     ถือเป็นอีโคคาร์ที่สามารถใช้งานได้ทั่วไทย  ไม่จำกัดว่าจะต้องขับขี่ในเมืองเพียงอย่างเดียว เพียงแต่อาจต้องไปแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เน้นเอาความประหยัดเสียมากกว่า

 

     หลังจากมาถึงจุดหมายแวะทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย ขากลับผู้เขียนได้มีโอกาสนั่งโดยสาร Mirage ตัวท็อปสุดกลับมายังกรุงเทพฯ ทำให้เห็นว่าช่วงล่างของมิราจจัดว่าเซ็ทมาแบบพอดีๆ ไม่แข็งหรือนิ่มยวบจนเกินไป โดยสารทางไกลได้อย่างสบาย ขณะที่ฟังก์ชั่นภายในก็มีให้แบบเหลือๆ จะต่อบลูธูทฟังเพลงจากมือถือก็ทำได้

     แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหน้าตาของมิราจใหม่ ที่ออกแบบให้ดูลงตัวมากขึ้น จากเดิมที่อาจดูประหยัดไปสักหน่อย มาคราวนี้ถูกปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัย มีทั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์แบบเดียวกับรถรุ่นใหญ่ รวมถึงไฟท้ายแบบ LED ทำให้มิราจ ไมเนอร์เชนจ์ กลับมาดูน่าสนใจกว่ารุ่น 4 ประตู อย่าง แอททราจด้วยซ้ำไป

 

     สรุป Mitsubishi Attrage และ Mirage ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในด้านอ็อพชั่นเป็นหลัก ด้วยฟังก์ชั่นที่จัดเต็มเหนือคู่แข่ง ระบบความปลอดภัยที่รถ C-Segment หลายรุ่นยังไม่มีด้วยซ้ำไป เครื่องยนต์บล็อกเดิม แต่ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น รวมถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยงามลงตัวกว่าโฉมเดิมอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นรถที่ดึงดูดลูกค้าให้สามารถตัดสินใจซื้อหาได้ง่ายขึ้น ส่วนรุ่น 4 ประตู หรือ 5 ประตู รุ่นไหนน่าสนใจกว่ากันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของแต่ละคนเลยครับ เพราะทั้งคู่ใช้พื้นฐานเดียวกัน ภายในก็แทบจะเหมือนกันทุกประการ เอาเป็นว่ามันเป็นรถที่น่าใช้กว่าเดิมเยอะเลยครับ

 

     ราคาจำหน่าย

     Mitsubishi Attrage ไมเนอร์เชนจ์

  • GLX MT - 456,000 บาท
  • GLX CVT - 490,000 บาท
  • GLS CVT - 545,000 บาท
  • GLS-LTD - 594,000 บาท


     Mitsubishi Mirage ไมเนอร์เชนจ์

  • GL MT - 383,000 บาท
  • GLX MT - 439,000 บาท
  • GLX CVT - 473,000 บาท
  • GLS CVT - 539,000 บาท
  • GLS-LTD - 567,000 บาท

 

     ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ และอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

 

 

Advertisement Replay Ad
รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์