เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ทำอย่างไร

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ทำอย่างไร

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ทำอย่างไร

mcot

สนับสนุนเนื้อหา

 

เมื่อเกิดรถชน ไม่ว่าเราจะเป็นคนขับ ผู้โดยสารหรือผู้เห็นเหตุการณ์ เราควรปฎิบัติอย่างไร

1.   ถ้าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ควรเข้าช่วยเหลือคนป่วยเจ็บตามสมควร และเราจะต้องแสดงตัวเป็นพลเมืองดี โดยยินดีที่จะเป็นพยานในคดีให้ สมมุติว่าเราเห็นรถคันหนึ่งชนคนแล้วหนี สิ่งที่เราควรช่วยหลือจับกุมคนที่ทำผิดได้ก็คือพยายามจดทะเบียนรถ ชื่อยี่ห้อ สีรถที่ชนไว้ได้แล้วรีบแจ้งให้ตำรวจทราบเพื่อติดตามจับกุมต่อไป มีพลเมืองดีบางท่านถึงกับขับรถตามจับคนขับที่ชนคนแล้วหนีได้ คนประเภทนี้ควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสังคม

2.   ถ้าท่านเป็นคนเจ็บเพราะรถชน ท่านจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 1. สิ่งแรกคือท่านจะต้องขอร้องให้คนอื่น หรือตำรวจนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ก่อน ส่วนเรื่องคดีนั้นเอาไว้พิจารณาภายหลัง แต่ถ้าเจ็บเล็กน้อยพอยอมความได้ก็ยอมเสีย เพื่อมิให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ แต่จะต้องพยายามขอชื่อหรือจำทะเบียนรถคันที่ชนเราไว้ให้ได้ เพราะถ้าหากผู้ขับขี่เบี้ยวเราภายหลังเราจะได้จัดการเรียกค่าเสียหายได้ตาม กฎหมาย มิฉะนั้นแล้วจะไม่รู้ว่าจะไปฟ้องร้องเขาจากใคร ที่ไหน

3.   ถ้าท่านเป็นคนขับ ถ้าท่านเป็นคนขับรถชนกัน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ  อย่าหนีเป็นอันขาด เพราะความผิดฐานขับรถประมาทนั้นไม่ใช่เรื่องเจตนา ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากร โทษก็ไม่มากมายอะไร ควรจะอยู่เพื่อต่อสู้กับความจริง มิฉะนั้นท่านจะต้องหลบหนีนานถึง 15 ปี ถ้าท่านขับรถชนคนตาย แต่ถ้าท่านมอบตัวสู้คดี บางทีท่านก็ไม่มีความผิด หรือมีความผิดศาลก็ปรานีลดโทษให้ ถ้าท่านเป็นคนดีมีน้ำใจ

หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันนั้น กฎหมายกำหนดไว้ดังนี้

  •     ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เช่น ขับรถชนคนก็ต้องหยุดรถ ช่วยเหลือคนที่ถูกชน นำส่งโรงพยาบาลเท่าที่จะทำได้
  •     ต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือต้องรีบไปแจ้งตำรวจที่ใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกตำรวจด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร

    แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่หมายเลขทะเบียนรถ แก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย

  •     ถ้าผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้สันนิฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด และตำรวจมีอำนาจยึดรถที่ขับไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่หรือจนกว่าคดีจะถึง ที่สุด
  •     ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามข้อ (1), (2) และ (3) แล้วจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือตาย ต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท


4.   ถ้ารถท่านมีประกันท่านตัองรีบติดต่อกับบริษัทประกันของท่านทันที เพราะบริษัทประกันเขาจะมีเจ้าหน้าที่มาตามที่เกิดเหตุ พร้อมทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมมูลเพื่อเอาไว้ต่อสู้คดี

5.   ถ้ามีกล้องถ่ายรูปหรือหากล้องถ่ายรูปใกล้ที่เกิดเหตุได้ต้องรีบถ่ายรูปรถ และที่เกิดเหตุไว้ให้พร้อม
เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานการต่อสู้คดีต่อไป และหากมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งหรือมูลนิธิร่วมกตัญญูถ่ายภาพศพหรือ ที่เกิดเหตุไว้ ก็ให้ติดต่อขอภาพที่ถ่ายเก็บไว้ให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่รูปคดีในภายหลัง

6.   ควรช่วยเหลือคนเจ็บหรือค่าทำศพของผู้เสียชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คนขับรถ มักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ของการช่วยเหลือเหล่านี้ ความจริงเมื่อเราขับรถชนคนตาย บาดเจ็บ หรือการขับรถโดยประมาทนั้น เรามีความผิดทั้งทางกฎหมายแพ่ง และอาญา

ทางอาญา  เราอาจจะต้องรับโทษติดคุกติดตะราง
ทางแพ่ง  เราจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับเขาอีก คือติดคุกแล้วยังจะต้องเสียเงินให้กับฝ่ายคนเจ็บ คนตายเขาอีก ทีนี้ถ้าหากเราช่วยเหลือคนเจ็บ หรือใช้ค่าทำศพคนตายแล้ว มีผลดียังไง ตอบได้ว่า มีผลดีมาก ยกตัวอย่างเช่น

เราขับรถชนคนบาดเจ็บไปโรงพยาบาล ต่อมาอัยการฟ้องเราต่อศาล เราก็แถลงต่อศาลว่า เราช่วยเหลือคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนมาก ศาลจะเห็นว่า เราเป็นคนดีมีน้ำใจ ศาลก็อาจจะรออาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ถ้าเราชนแล้วหนี ส่วนมาก ศาลมักจะจำคุกเราเลย เพราะเห็นว่าเราเป็นคนแล้งน้ำใจ

การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มากยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไม่พยายามตกลงใช้ค่าเสียหายให้กับคนเจ็บ ตำรวจเขาจะมีระเบียบไว้ว่า ไม่ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ต้องหา จนกว่า ผู้ต้องหา จะพยายาม ตกลงกับฝ่ายผู้เสียหาย และถ้าหาก เราชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายค่าทำศพให้เขา คดีแพ่งก็ระงับ เพราะถือว่า ยอมความคดีแพ่งกันแล้ว จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเราในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว และถ้าเราถูกฟ้อง คดีอาญาต่อศาล ผู้เสียหาย จะมาแถลงต่อศาลว่า เราได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เขาแล้ว ส่วนมากแล้ว ศาลจะปรานีจำเลย โดยตัดสินให้รออาญาแก่จำเลย เห็นหรือยังว่า การช่วยเหลือคนเจ็บ และการมีน้ำใจนั้นดีอย่างไร

Advertisement Replay Ad
วิธีเลือกซื้อผ้าเบรก ให้เหมาะกับรถของคุณ

วิธีเลือกซื้อผ้าเบรก ให้เหมาะกับรถของคุณ

ระวัง! ซื้อรถมือสองอาจไม่ประหยัดเงินอย่างที่คิด

ระวัง! ซื้อรถมือสองอาจไม่ประหยัดเงินอย่างที่คิด

ด่วน! สอบใบขับขี่ต้องทำอะไรบ้าง?

ด่วน! สอบใบขับขี่ต้องทำอะไรบ้าง?

เทคนิคขับรถเกียร์ธรรมดาขึ้นทางชันไม่ให้รถไหล

เทคนิคขับรถเกียร์ธรรมดาขึ้นทางชันไม่ให้รถไหล

สาเหตุและวิธีแก้ไข ไฟหน้าไม่สว่าง!!!

สาเหตุและวิธีแก้ไข ไฟหน้าไม่สว่าง!!!

ขับเกียร์ CVT อย่างไรให้ทนทานเหมือนเกียร์ออโต้ทั่วไป

ขับเกียร์ CVT อย่างไรให้ทนทานเหมือนเกียร์ออโต้ทั่วไป

4 อ็อพชั่นในรถที่เหมาะสำหรับเปิดใช้ในวันฝนตก

4 อ็อพชั่นในรถที่เหมาะสำหรับเปิดใช้ในวันฝนตก

4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณควรซื้อรถใหม่ได้แล้ว

4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณควรซื้อรถใหม่ได้แล้ว

ซ่อมหรือเปลี่ยน? หากยางรถยนต์ชำรุด

ซ่อมหรือเปลี่ยน? หากยางรถยนต์ชำรุด

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อน้ำมันกำลังจะหมด!!!

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อน้ำมันกำลังจะหมด!!!

4 สิ่งที่ควรเช็คหลังจากกลับเที่ยวปีใหม่

4 สิ่งที่ควรเช็คหลังจากกลับเที่ยวปีใหม่

4 สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา "พวงมาลัยสั่น" มีอะไรบ้าง?

4 สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา "พวงมาลัยสั่น" มีอะไรบ้าง?

นอนหลับในรถอย่างไรไม่ให้ "ตาย" โดยไม่รู้ตัว

นอนหลับในรถอย่างไรไม่ให้ "ตาย" โดยไม่รู้ตัว

หน้าจอน้ำมันขึ้นเลข "0" จะขับต่อได้อีกกี่กิโลเมตร?

หน้าจอน้ำมันขึ้นเลข "0" จะขับต่อได้อีกกี่กิโลเมตร?

จอดรถทางลาดชันอย่างไรไม่ให้เกียร์พังเร็ว

จอดรถทางลาดชันอย่างไรไม่ให้เกียร์พังเร็ว

น้ำมันเครื่องแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันเครื่องแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

สิ่งที่ควรตรวจเช็กให้พร้อม!!! ก่อนขับรถเดินทางไกล

สิ่งที่ควรตรวจเช็กให้พร้อม!!! ก่อนขับรถเดินทางไกล

อ่านให้เป็น! 6 สัญญาณไฟจากรถคันอื่นแปลว่าอะไร

อ่านให้เป็น! 6 สัญญาณไฟจากรถคันอื่นแปลว่าอะไร

7 ขั้นตอนเช็ครถระดับเซียนใน 10 นาทีก่อนออกเที่ยวปีใหม่

7 ขั้นตอนเช็ครถระดับเซียนใน 10 นาทีก่อนออกเที่ยวปีใหม่

น้ำมันเครื่องแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันเครื่องแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์