รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

     Honda Mobilio เป็นรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ชูจุดเด่นด้านความอเนกประสงค์และราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายมาโดยตลอด ล่าสุดมีการปรับไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อกลางปี 2560 ที่ผ่านมา จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

233

     Honda Mobilio 2017 โฉมไมเนอร์เชนจ์ถูกเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแบบบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ ด้วยรูปลักษณ์หน้าตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยยังคงมีให้เลือกทั้งรุ่น 2 แถว 5 ที่นั่ง และ 3 แถว 7 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าต่างกันไป

231_1

     ฮอนด้า โมบิลิโอ 2017 ใหม่ มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรทุกรุ่น ประกอบด้วย:-

- Honda Mobilio 1.5 S (5 ที่นั่ง)
- Honda Mobilio 1.5 V (7 ที่นั่ง)
- Honda Mobilio 1.5 RS (7 ที่นั่ง)

     โดยฮอนด้ายังคงวางรุ่น RS ไว้เป็นรุ่นท็อปสุด มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในมาให้มากที่สุด

     ขณะที่รุ่นเริ่มต้นอย่างรุ่น 1.5 S ถูกวางไว้เป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานธุรกิจ SME ได้ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขวาง สามารถพับเบาะแถวที่ 2 เพื่อขยายพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกิจการร้านขายของตามตลาดนัดเก๋ๆ ในวันหยุดก็สามารถใช้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวได้ เรียกว่าสามารถทดแทนรถกระบะได้เลยทีเดียว

200

     สำหรับรุ่นที่ Sanook! Auto ทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่น RS ซึ่งมีอุปกรณ์มาให้ครบครันที่สุด ในค่าตัวประมาณ 7 แสนกลาง ซึ่งเป็นราคาในกลุ่ม B-Segment ตัวท็อปที่สามารถจับต้องได้ง่าย

224

     Mobilio 2017 ใหม่ มีดีไซน์ด้านหน้าที่ต่างไปจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์อย่างชัดเจน ติดตั้งไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ดีไซน์ใหม่ (ไม่มี Daytime Running Light มาให้นะครับ) กระจังหน้าในรุ่น RS เป็นสีดำเงา Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS สีแดง ขณะที่กันชนหน้าถูกยกชุดมาจากรุ่นเดิมพร้อมไฟตัดหมอกทรงรี

     ดีไซน์ด้านข้างไม่ต่างไปจากเดิม โดยรุ่น RS จะถูกติดตั้งสเกิร์ตข้างมาให้จากโรงงาน ช่วยให้รถไม่ดูสูงเก้งก้าง ติดตั้งที่เปิดประตูโครเมียม, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว เสริมด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 185/65 R15

232

     ขณะที่ด้านท้ายยกชุดมาจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟท้าย, กันชนท้าย, สปอยเลอร์เหนือประตูหลังในรุ่น RS และติดเสาอากาศวิทยุแบบเสาสั้นมาให้ทุกรุ่นย่อย

204

     ภายในห้องโดยสารมีการเปลี่ยนแผงแดชบอร์ดใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่ใช้ดีไซน์ยกชุดจาก Brio/Brio Amaze คราวนี้มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ที่ดูหรูหรามีราคามากขึ้น ช่องแอร์ด้านหน้าถูกเปลี่ยนเป็นแบบเหลี่ยมทั้ง 4 ช่อง ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมหน้าจอ (เฉพาะรุ่น RS)

     ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth ได้ มีช่อง USB, AUX และ HDMI มาให้อย่างละ 1 ช่อง โดยที่ตำแหน่งของพอร์ตทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้กับฟร้อนท์ มาพร้อมลำโพงให้ทั้งหมด 4 จุดรอบคัน และช่องจ่ายไฟสำรองจำนวน 1 ตำแหน่ง

210

     ทั้งนี้ ชุดเครื่องเสียงที่ติดตั้งใน Mobilio RS เป็นขนาดมาตรฐาน 2DIN ดังนั้นหากใครอยากไปอัพเกรดเพิ่มเติมในภายหลังก็สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องเจาะคอนโซลหรือเปลี่ยนแผงหน้ากากใหม่ให้วุ่นวาย

     ด้านผู้ขับขี่ติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้านดีไซน์เดียวกับ Jazz/City โฉมที่แล้ว ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงไว้ทางซ้ายมือ ติดตั้งมาตรวัดความเร็วแบบเรืองแสงดีไซน์ใหม่ พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) ขนาดใหญ่ มีแถบวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเรียลไทม์มาให้ด้วย

212

     ในรุ่น RS ถูกติดตั้งกุญแจ Honda Smart Key System ทำงานคู่กับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ One Push Ignition System ที่ติดตั้งไว้ฝั่งขวามือของผู้ขับ ซึ่งแทบจะกลายเป็นอ็อพชั่นพื้นฐานไปแล้วสำหรับรถยุคนี้

240

     ห้องโดยสารของ Mobilio RS ตกแต่งด้วยโทนสีดำ ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าตกแต่งด้วยสีส้มเข้ม ขณะที่รุ่นอื่นจะเป็นสีเทาล้วนทั้งหมด ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับตลบในจังหวะเดียว (One Motion) เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกเบาะนั่งตอนหลัง สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง, ปรับความเอนของพนักพิงได้ 3 ระดับ และยังปรับพับแยกแบบ 60:40 ได้ ติดตั้งช่องแอร์เหนือศีรษะมาให้ สามารถปรับระดับความแรงลมได้

     ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 (เฉพาะรุ่น V และ RS) เป็นแบบปรับพับ 50:50 สามารถปรับความเอนได้ 2 ระดับ และสามารถพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้

216

     พื้นที่ห้องโดยสารเบาะนั่งแถวที่ 3 ไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ โดยยังคงสามารถนั่งโดยสารได้อย่างไม่อึดอัด หากเป็นผู้โดยสารผู้ใหญ่ สามารถปรับเลื่อนเบาะนั่งแถวที่ 2 ขึ้นไปข้างหน้าเพื่อขยายพื้นที่วางขาได้ แต่ก็ต้องทำใจว่าพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็เหลือค่อนข้างจำกัด

     แต่อย่างไรก็ดี ความกว้างขวางของห้องโดยสารด้านหลังของ Mobilio ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกับบอดี้ขนาดนี้ หากต้องการความใหญ่โตกว่านี้คงต้องขยับไปเล่นพวก PPV หรือ MPV แท้ๆ ที่มีระดับราคาเกินล้านแทบทั้งนั้น

218

     ด้านขุมพลัง Honda Mobilio 2017 ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ทุกรุ่นย่อย รองรับเชื้อเพลิงทางเลือกสูงสุด E85

     ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทอิสระพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม H-shape ติดตั้งระบบเบรกแบบหน้าดิสก์หลังดรัมทุกรุ่นย่อย

     ด้านระบบความปลอดภัยในทุกรุ่นย่อยถูกติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง VSA, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมเสียงเตือน, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทุกที่นั่ง, เบาะนั่งพร้อมจุดยึด ISOFIX ส่วนรุ่น RS จะถูกติดตั้งกล้องมองภาพขณะถอยหลังมาให้ด้วย

226

     สำหรับเส้นทางทดสอบในครั้งนี้ เราออกเดินทางจากร้านกาแฟย่านซอยแบริ่ง มุ่งหน้าไปยัง อ.สามพราน จ.นครปฐม ให้เราได้สัมผัสรถคันนี้กันพอหอมปากหอมคอ

     สมรรถนะการขับขี่ของ Mobilio 2017 ไมเนอร์เชนจ์นั้น แทบไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์เลย ทั้งการตอบสนองของคันเร่ง พวงมาลัย และการทรงตัวของช่วงล่าง อัตราเร่งของ Mobilio 1.5 RS ในช่วงความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. สามารถตอบสนองได้ดี ให้ความแรงค่อนข้างทันใจ การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลตามสไตล์ CVT แต่เมื่อความเร็วพ้น 60 กม./ชม. ขึ้นไป จะเริ่มออกอาการเอื่อยให้เห็นบ้าง ทำให้โมบิลิโอเป็นรถที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในเมืองได้ดีกว่าเวลาวิ่งต่างจังหวัด

     แต่กระนั้น การขับขี่ด้วยความเร็วสูงไม่เกิน 120 กม./ชม. ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไรนัก เพียงแต่จังหวะเร่งเซงบนถนนแบบเลนสวน อาจต้องเผื่อระยะเอาไว้นิดหน่อยเพื่อให้ทันกับรถที่วิ่งสวนมา

230

     ด้านช่วงล่างยังคงเซ็ทมาตามสไตล์ฮอนด้า คือ นุ่มนวลในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ แต่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงจะมีอาการโยนให้เห็นบ้าง ซึ่งก็เป็นธรรมดาสำหรับรถที่มีตัวถังค่อนข้างสูงเช่นนี้ ขณะที่ความเงียบของห้องโดยสารก็อยู่ในระดับดี หากวิ่งไม่เกิน 120 กม./ชม. ก็สามารถสนทนากับคนในรถได้โดยไม่ต้องเพิ่มเสียงพูดให้ดังขึ้นแต่อย่างใด

     ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ Honda Mobilio 2017 ใหม่ น่าจะเหมาะสมกับผู้ที่มองหารถครอบครัวในราคาประหยัด สมรรถนะการขับขี่ในระดับปานกลาง แต่โฟกัสที่ความคุ้มค่า สามารถโดยสารเต็มคัน 7 ที่นั่งในวันหยุดพักผ่อน และขับไปทำงานในวันธรรมดาได้อย่างไม่เทอะทะ ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง และประหยัดน้ำมันในระดับรถซิตี้คาร์ครับ

 201

     ราคาจำหน่าย Honda Mobilio 2017 ไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้

- Honda Mobilio S ราคา 659,000 บาท
- Honda Mobilio V ราคา 699,000 บาท
- Honda Mobilio RS ราคา 763,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

ลองขับ Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ดีไซน์สวย-ช่วงล่างเยี่ยม-ราคาถูกใจ

ลองขับ Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ดีไซน์สวย-ช่วงล่างเยี่ยม-ราคาถูกใจ

รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์