พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

     Toyota C-HR 2018 ถือเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนกำลังเฝ้ารอวางจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยกระแสความนิยมของรถครอสโอเวอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับดีไซน์สุดเฉียบที่สลัดภาพลักษณ์โตโยต้าแบบเดิมๆ ทิ้งไปจนหมด จึงเป็นโอกาสอันดีที่ Sanook! Auto ได้สัมผัสกับรถคันนี้ก่อนใครไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

105

     ตลาดรถยนต์เอสยูวี-ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กกำลังเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่บ้านเรา อันจะเห็นได้จากยอดจำหน่ายรถประเภทนี้ที่เติบโตสวนทางกับรถประเภทอื่นอย่างน่าตกใจ เนื่องจากรถครอสโอเวอร์มีจุดเด่นด้านความอเนกประสงค์มากกว่ารถเก๋ง แต่ก็ไม่เทอะทะเหมือนกับเอสยูวีขนาดใหญ่ จึงสามารถดึงดูดลูกค้าทั้งเพศหญิงและเพศชายได้อย่างไม่ยากเย็น

     ค่ายญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าก็เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่เข้ามาร่วมเล่นตลาดกลุ่มนี้ด้วย แม้ว่าจะทิ้งช่วงให้คู่แข่งโกยกอบยอดขายไปนานพอสมควร แต่การเปิดตัวทีหลัง ก็เป็นโอกาสให้โตโยต้าทุ่มเวลาพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ให้ดึงดูดลูกค้าได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

106

     Toyota C-HR เวอร์ชั่นต้นแบบถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Paris Motor Show 2014 ขณะที่โฉมโปรดัคชั่นถูกเปิดตัวตามมาให้หลังที่งาน Geneva Motor Show 2016 ซึ่งแม้ว่าจะมีการปรับเส้นสายให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น แต่ก็ยังคงให้ซึ่งดีไซน์อันเย้ายวนน่าดึงดูดตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น

     Toyota C-HR ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม TNGA (Toyota New Global Architecture) ซึ่งถูกใช้กับ Prius เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดนั่นเอง และยังจะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นอื่นๆ ของโตโยต้าในอนาคต เช่น Corolla/Auris หรือแม้กระทั่ง Camry ใหม่อีกด้วย เนื่องจากแพล็ตฟอร์มชุดนี้มีความยืดหยุ่น สามารถประยุกต์ใช้กับรถที่มีขนาดต่างกันไป อีกทั้งยังพัฒนาให้รองรับการติดตั้งขุมพลังไฟฟ้า ทำให้ TNGA กลายเป็นแพล็ตฟอร์มที่ทันสมัยและดีที่สุดของโตโยต้าในขณะนี้

144

     สำหรับ Toyota C-HR ในตลาดบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขุมพลังด้วยกัน เริ่มต้นที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200 – 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้อัตราสิ้นเปลือง 15.4 กม./ลิตร

     แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น ก็คือ ขุมพลังแบบไฮบริดที่จะวางจำหน่ายในบ้านเราด้วย ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ซีวีทีแบบไฟฟ้า และมีให้เลือกเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ซึ่งหากเทียบกับสเป็คเครื่องยนต์ของ Prius ใหม่ จะเห็นว่าตัวเลขสมรรถนะออกมาเท่ากันพอดี

101

     สำหรับแบตเตอรี่ของ C-HR Hybrid 2018 ใหม่ เป็นแบบ Nickel-metal Hydride (Ni-MH) ความจุ 6.5 แอมป์แปร์-ชั่วโมง (Ah) ให้แรงดันไฟสูงถึง 201.6 โวลต์ มีประสิทธิภาพการชาร์จเพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ แต่มีขนาดเล็กลงจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์

     ซึ่งหลายคนยังคงถกเถียงว่าทำไมโตโยต้าไม่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน เช่นเดียวกับค่ายอื่นๆ ยังใช้แบตเตอรี่แบบ Ni-MH ที่ดูเหมือนจะล้าหลังกว่าชาวบ้านเขา ประเด็นนี้โตโยต้าเคยให้คำตอบว่าความจริงแล้วโตโยต้ามีแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนให้เลือกใน Prius ด้วย (เฉพาะตลาดญี่ปุ่น) แต่ยอดขายส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบตเตอรี่แบบ Ni-MH อยู่ดี ซึ่งแบตเตอรี่ทั้งสองแบบมีข้อดี-ข้อด้อยต่างกันไป เช่น...

     แบตเตอรี่แบบนิกเกิลให้ประสิทธิภาพการปล่อยประจุไฟฟ้าดีกว่าแบบลิเธียม ในขณะเดียวกันแบตลิเธียมก็ให้ประสิทธิภาพการชาร์จไฟดีกว่า ส่วนประสิทธิภาพด้านอื่นๆ เช่น ขนาด, ความทนทาน, ราคา และความปลอดภัย อยู่ในระดับเดียวกัน

100

     ขณะเดียวกันหากพูดถึงกระบวนการรีไซเคิลแบตเตอรี่นั้น โตโยต้าระบุว่าแบตเตอรี่แบบนิกเกิล สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีเพียงพอในการกำจัดหรือนำกลับมาใช้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลว่าในระยะยาวนั้น แบตเตอรี่แบบนิกเกิลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า บนพื้นฐานของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

     ตัวแบตเตอรี่ถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้เบาะนั่งด้านหลัง ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น และยังช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลงได้ อันเป็นผลจากการพัฒนาแพล็ตฟอร์ม TNGA ให้เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

159

     ด้านดีไซน์ของ Toyota C-HR 2018 ถูกติตดั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อม Daytime Running Light ซึ่งหากเป็นรุ่น LED Edition ก็จะได้ไฟเลี้ยวแบบ LED ด้วย ซึ่งเป็นไฟเลี้ยวแบบไดนามิคที่จะสว่างขึ้นจากด้านในสู่ด้านนอก ดูสวยงาม ขณะที่ไฟท้ายก็จะเป็น LED แบบเส้น พร้อมไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังแบบ LED ทั้งหมด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อวางจำหน่ายในบ้านเราแล้ว จะได้ไฟแบบไหนเข้ามา

154

146

     ขณะที่ไฟท้ายแบบปกตินั้น จะมีเฉพาะหลอดไฟหรี่และไฟเบรกที่เป็นแบบ LED แต่ยังคงสะท้อนผ่านโคมแบบมัลติรีเฟลกเตอร์เหมือนกับหลอดไส้ปกติ ดังนั้น หากดูเผินๆ ก็จะเหมือนเป็นไฟธรรมดาที่ไม่ใช่แบบ LED

122

     ดีไซน์ตัวถังเน้นความโฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าทรงเรียวยาวต่อเนื่องกับกระจังหน้า เส้นสายแนวประตูออกแบบให้ดูเว้าลึกชัดเจน ซึ่งไม่ค่อยจะพบเห็นนักจากค่ายโตโยต้า โป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ช่วยเสริมให้รถดูมั่นคง แข็งแรง แนวหลังคาลาดเทไปทางด้านหลัง พร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่เหนือประตูท้าย ขณะที่ไฟท้ายถูกออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมกันชนท้ายที่ตกแต่งให้ดูบึกบึน ประตูคู่หลังถูกออกแบบที่เปิดไว้บริเวณขอบหน้าต่าง เน้นความเป็นรถคูเป้สองประตู

118

     เข้ามาภายในห้องโดยสารที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ ซึ่งในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีเฉพาะเบาะผ้า ตำแหน่งที่นั่งฝั่งคนขับถูกออกแบบในสไตล์ค็อกพิท ให้ความรู้สึกกระชับ ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกจัดวางไว้ใกล้มือ โดดเด่นด้วยหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาดใหญ่ที่วางเหนือแผงคอนโซล

     ซึ่งห้องโดยสารด้านหน้าให้ความรู้สึกเหมือนกับนั่งอยู่ในรถระดับ B-Segment ทั่วไป ความกว้างแม้จะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด ตำแหน่งเบาะนั่งค่อนข้างสูงตามสไตล์รถครอสโอเวอร์ พื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือเพียงพอ

112

121

     แต่สำหรับเบาะนั่งด้านหลังนั้น กลับรู้สึกว่ามีความอึดอัดเล็กน้อย ด้วยแนวขอบหน้าต่างที่หนาเป็นพิเศษ ทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารด้านหลังค่อนข้างอึมครึม พื้นที่เหนือศีรษะสำหรับผู้เขียนที่มีความสูง 173 เซนติเมตรพบว่า เมื่อนั่งหลังชิดพนักพิงเบาะนั่ง จะเหลือพื้นที่พอให้สอดนิ้วได้ประมาณ 3 นิ้ว ซึ่งพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดนี้ แลกมาด้วยดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวตามสไตล์รถสปอร์ต

     มาถึงจุดนี้จึงอาจพูดได้ว่า Toyota C-HR เป็นรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ที่เน้นการนั่งโดยสารเบาะหน้ามากกว่า ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังมาในสไตล์รถคูเป้สองประตู คือ เพียงพอให้สามารถโดยสารในระยะทางใกล้ๆ แต่หากเดินทางไกลๆ อาจรู้สึกอึดอัดได้

134

     สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ เราไม่ได้มีโอกาสทดสอบขับ แต่เป็นการทดสอบนั่ง โดยมีทีมงานชาวญี่ปุ่นของโตโยต้าเป็นผู้ขับให้

     สำหรับเส้นทางการทดสอบครั้งนี้ อยู่ใกล้กับสนาม Central Circuit ห่างจากเมืองโกเบประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ โดยมีระยะทางทดสอบทั้งสิ้นเพียง 17 กิโลเมตร พอให้ได้หอมปากหอมคอ ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสได้เป็นผู้โดยสารตอนหลังของรถคันนี้

     เมื่อขบวนเริ่มออกตัว สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการทำงานของระบบไฮบริดที่ไม่ต่างไปจากไฮบริดรุ่นก่อนหน้าของโตโยต้า โดยช่วงออกตัวจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเคลื่อนที่ออกจากจุดหยุดนิ่ง จากนั้นเครื่องยนต์จะเริ่มทำงานเพื่อเสริมกำลังให้รถพุ่งไปข้างหน้า ความเร็วเฉลี่ยในการทดสอบถูกจำกัดไว้ที่ 60 กม./ชม. ตามกฎหมายจราจรอันเข้มงวดของญี่ปุ่น

132

     ช่วงล่างของ Toyota C-HR ถูกเซ็ทมาค่อนข้างหนึบและหนักแน่นกว่าที่คิดไว้ แต่ยังเหลือความนุ่มไว้ซับแรงสะเทือนได้บ้าง ตัวรถสามารถลัดเลาะไปตามแนวเขาได้อย่างมั่นคง แต่ทว่าความเร็ว 60 กม./ชม. ก็ไม่สูงพอที่จะให้ช่วงล่างได้แสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่นัก แต่ก็พอจะบอกได้ว่าช่วงล่างของ C-HR ถูกเน้นความสปอร์ต แน่นหนึบ ตามที่มันควรจะเป็นตั้งแต่แรก

153

     หลังจากเดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้นที่สนาม Central Circuit เราก็มุ่งหน้าต่อเพื่อไปทดสอบสมรรถนะบนสนามแข่ง โดยจะมีทั้งการขับขี่แบบปกติและแบบ Hot Lap เพื่อรีดสมรรถนะของรถคันนี้ให้ได้ออกมามากที่สุด โดยที่เรายังคงเป็นเพียงผู้โดยสารเช่นเคย

     ซึ่งการขับขี่บนสนามดังกล่าว ผู้เขียนได้ขยับมาเป็นผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อให้ได้ความรู้สึกใกล้เคียงกับผู้ขับขี่มากที่สุด ซึ่งช่วงล่างของ C-HR สามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและง่ายดาย ขณะที่อาการโคลงมีให้เห็นน้อยกว่าที่คิดไว้ แม้ว่าตัวบอดี้จะค่อนข้างสูงในลักษณะครอสโอเวอร์ก็ตาม

150

     ขุมพลังของเครื่องยนต์ไฮบริดให้อัตราเร่งอย่างที่คาดหวังไว้ แม้จะไม่ได้พุ่งจนหลังติดเบาะ แต่ก็สามารถแตะความเร็ว 120 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งอัตราเร่งจะมาในแนวราบเรียบตามฉบับเกียร์ E-CVT

     สำหรับอัตราสิ้นเปลืองหลังจากทดสอบวิ่งบนถนนจริงพบว่าได้ตัวเลข 27.1 กม./ลิตร กับการขับขี่ด้วยความเร็วจำกัด ซึ่งถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย เมื่อเทียบว่านี่คือรถครอสโอเวอร์ที่มีล้อและยางขนาดใหญ่ พร้อมทั้งบอดี้ที่ต้านลมมากกว่ารถเก๋งทั่วไป

149

     สรุป Toyota C-HR 2018 ใหม่ เป็นรถที่มีดีไซน์ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยลง โดดเด่นด้วยขุมพลังแบบไฮบริดที่ให้ความประหยัด ช่วงล่างเน้นความสปอร์ตแน่นหนึบ สามารถเข้าโค้งหนักๆ ได้ใกล้เคียงกับรถซีดาน พื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้าให้ความกว้างขวางใกล้เคียงรถ B-Segment แต่ต้องทำใจว่าพื้นที่ด้านหลังอาจนั่งไม่สบายนัก แลกมากับดีไซน์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว

     ส่วนบ้านเราคาดว่าจะเริ่มส่งมอบกันภายในปี 2018 นี้ โดยจะจัดแสดงคันจริงให้ได้สัมผัสกันที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

160

     หากใครสนใจก็เตรียมเก็บเงินได้เลย!

 

Advertisement Replay Ad
ลองขับ Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ดีไซน์สวย-ช่วงล่างเยี่ยม-ราคาถูกใจ

ลองขับ Mitsubishi Triton 2019 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ดีไซน์สวย-ช่วงล่างเยี่ยม-ราคาถูกใจ

รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว Nissan Terra 2019 ใหม่ เห็นเรียบๆ แต่เทอร์โบคู่แรงเพียบนะจ๊ะ

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว FOMM One 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าขายจริงในไทย คุ้มไหมกับราคา 6.64 แสนบาท

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Mazda CX-5 2.2 SKYACTIV-D 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยหิมะของจริงที่นอร์เวย์

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ใหม่ นี่มัน BMW M เวอร์ชั่นกระบะชัดๆ!

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว Mitsubishi Xpander 2018 ใหม่ สวย คุ้มค่า น่าใช้ พ่วงฟังก์ชั่นหลากหลาย

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะ

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์