รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

     รถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่ม B-SUV/Crossover กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังมีแววว่าจะโตได้อีกไกล เนื่องจากค่ายรถต่างๆ มีแผนส่งรถยนต์กลุ่มนี้เข้ามาชิงส่วนแบ่งอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ที่เราจะมารีวิวในครั้งนี้นั่นเอง

     MG ZS 2018 เป็นรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวีพิกัด 1,500 ซีซี ซึ่งวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า MG GS ในปัจจุบัน ถูกพัฒนาให้พลิกโฉมแบรนด์เอ็มจีรุ่นเดิมๆ ทั้งหมด ชูจุดขายด้วยคีย์เวิร์ดว่า “สมาร์ทเอสยูวี” เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่ไม่เพียงต้องการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B เท่านั้น แต่ยังต้องมีฟีเจอร์เท่ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายด้วย

239

     ปัจจุบัน MG ZS 2018 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น C, รุ่น D และรุ่น X เป็นรุ่นท็อปสุด แต่ละรุ่นมีราคาต่างกันอยู่ 50,000 – 60,000 บาท

     เมื่อพูดถึงราคา ก็คงนับว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ MG ZS เลยก็ว่าได้ เพราะรถคันนี้ถูกวางราคายั่วยวนใจเป็นอย่างมาก โดยราคารุ่น C เริ่มต้นที่ 679,000 บาท ตามด้วยรุ่น D อยู่ที่ 729,000 บาท ขณะที่รุ่นท็อปสุดก็มีราคาเพียง 789,000 บาทเท่านั้น ทำให้ MG ZS เป็นรถกลุ่ม B-SUV ที่มีราคาจำหน่ายทั้งตัวเริ่มต้นและตัวท็อปต่ำสุดในตลาดขณะนี้ แถมยังสดใหม่ที่สุดด้วย! แต่นั่นก็แลกมาด้วยอะไรบางอย่างที่เราจะค่อยพูดถึงต่อไป

234

     MG ZS 2018 ยังคงแนวทางการออกแบบที่เรียกว่า Brit Dynamic อันเป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจีมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็ได้มีการปรับปรุงดีไซน์ให้ดูเป็นสากลมากขึ้นเพื่อเอาใจคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีเชื้อชาติจีนมาแต่กำเนิดเพียงอย่างเดียว

     ด้านหน้าถูกติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ฮาโลเจนทุกรุ่นย่อย พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ในรุ่น D ขึ้นมา ขณะที่รุ่น X มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแสงให้ กระจังหน้ารูปทรง 6 เหลี่ยมดีไซน์ตะแกรงไขว้สีดำช่วยทำให้รถดูดีมีราคามากขึ้น บริเวณกันชนติดตั้งไฟตัดหมอกคู่หน้าในรุ่น D ขึ้นมา พร้อมตกแต่งกันชนด้วยชิ้นส่วนสีดำตามสไตล์รถเอสยูวี

235

     ดีไซน์ด้านข้างถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่ก็มีเส้นสายที่ช่วยให้รถดูบึกบึนแข็งแรง โป่งซุ้มล้อถูกตกแต่งด้วยสีดำ พร้อมตกแต่งขอบหน้าต่างประตูด้วยสีเงินเพิ่มความหรูขึ้นอีกนิด ติดตั้งราวหลังคาสีเงินตัดกับตัวรถ ซึ่งลูกค้าสามารถประยุกต์ใช้เพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับวางจักรยาน หรือกล่องอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้

237

     ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายแบบ LED ตามสมัยนิยม ที่เปิดประตูท้ายถูกซ่อนไว้ในโลโก้เอ็มจี โดยจะต้องใช้นิ้วกดด้านบนของตัวโลโก้แล้วจึงยกประตูขึ้น กันชนถูกตกแต่งด้วยสีดำและเงินพร้อมไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ทุกรุนย่อย

230

     ในรุ่นท็อปสุด (รุ่น X) ถูกติดตั้งล้ออัลลอยแบบ Bi-colour ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50 R17 มาให้ ขณะที่รุ่น D ลงมาเป็นล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/60 R16

211

     ขณะที่ไฮไลท์สำคัญอย่างพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่ (Panoramic Sunroof) มีให้เลือกในรุ่น X เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น โดยตัวซันรูฟมีความยาวไปจนถึงประมาณเสา C-Pillar มาพร้อมม่านกรองแสงสีครีมช่วยกันความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าให้ดีควรติดฟิล์มกรองแสงบริเวณกระจกซันรูฟไปด้วยก็จะลดความร้อนเข้ามายังห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งม่านที่ว่านี้สามารถเปิดออกได้จนสุด เพื่อให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถรับแสงแดดหรือมองเห็นภายนอกได้อย่างเต็มที่

247

     ห้องโดยสารของ MG ZS 2018 ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ในรุ่น X ถูกตกแต่งด้วยสีทูโทนระหว่างสีเทาดำและน้ำตาลให้ความรู้สึกหรูหรา เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ที่ให้ผิวสัมผัสค่อนข้างละเอียดนุ่มนวล และยังมีการบุวัสดุหนังบริเวณแผงประตูทำให้สามารถวางแขนได้อย่างสบาย ไม่แข็งกระด้าง เบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับมือสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับแยก 60:40 ได้ แต่ไม่สามารถปรับเอนได้ มาพร้อมพนักพิงศีรษะ 2 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเบาะหลังออกแบบให้มีเว้ารับกับร่างกายอย่างกระชับพอดี ไม่เรียบจนเกินไป ถือว่าเป็นเบาะที่สามารถนั่งโดยสารได้ค่อนข้างสบายหายห่วง

     อย่างไรก็ดี วัสดุที่เป็นพลาสติกบริเวณแผงคอนโซลและแผงประตูยังดูบางและค่อนข้างก๊องแก๊ง ไม่ได้แน่นหนาอย่างที่คิด แต่หากเทียบกับระดับราคาและอุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้นั้น หากมองข้ามไปบ้างคงจะไม่เสียหายเท่าไหร่นัก

215

     ฝั่งผู้ขับขี่ติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้านดีไซน์อวบกระชับ ออกแบบให้มีเว้ากริปช่วยให้จับได้อย่างกระชับมือ ปุ่มควบคุมฝั่งซ้ายใช้สำหรับควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ ฝั่งขวาใช้ควบคุมหน้าจอแสดงผลและปุ่มสั่งงานด้วยเสียง

     มาตรวัดความเร็วขนาดใหญ่สามารถอ่านตัวเลขได้ง่าย คั่นกลางด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ โดยมาตรวัดแสดงปริมาณน้ำมันในถังจะอยู่บนหน้าจอที่ว่านี้ด้วย ขณะที่ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ติดตั้งไว้ทางซ้ายมือหลังพวงมาลัย

02
     บริเวณคอนโซลกลางถูกติดตั้งหน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน   Bluetooth ได้ พร้อมช่อง USB จำนวน  2 ช่องที่ติดตั้งไว้ใกล้กับช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และยังสามารถรองรับ Apple CarPlay ได้อีกด้วย

     ไล่ลงมาเป็นปุ่มช็อตคัทสำหรับควบคุมเครื่องเสียง โดยปุ่มหมุนสีเงินใช้สำหรับควบคุมระดับเสียง แต่หากกดปุ่มลงไป จะไม่ใช่การปิดเสียงเหมือนกับรถรุ่นอื่น แต่จะมีหน้าที่เป็นปุ่มโฮมสำหรับกลับไปยังหน้าแรกเหมือนกับสมาร์ทโฟนนั่นเอง โดยที่ปุ่มปิดเสียงจะถูกแยกไว้ต่างหากอีกปุ่มนึง

223

     รองลงมาเป็นแผงควบคุมระบบปรับอากาศ ซึ่งแม้ว่าหน้าตาจะดูหรูหราเอาการ แต่ระบบปรับอากาศใน MG GS ไม่ใช่แบบอัตโนมัติเนื่องจากเอ็มจีได้ตัดระบบฮีทเตอร์ออกเพื่อให้สามารถทำความเย็นสู้อากาศร้อนระอุในบ้านเราได้อย่างเต็มที่ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลด้วยว่าทำไมระบบปรับอากาศของรถรุ่นนี้ถึงไม่แสดงอุณหภูมิเป็นตัวเลข แต่จะใช้เป็นแถบสีฟ้าในการบ่งบอกระดับความเย็นแทน

     หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วชุดนี้ ยังมาพร้อมอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์ของ MG ZS นั่นคือ ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงเป็นภาษาไทยได้ ซึ่งการสั่งงานด้วยเสียงสามารถทำได้โดยพูดว่า “ฮัลโหล เอ็มจี” เมื่อระบบมีการตอบสนอง จึงจะสามารถสั่งงานตามที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดซันรูฟ, เปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งผู้ขับ, ปรับความแรงลมและอุณหภูมิแอร์, สั่งโทรออก-รับสาย, สั่งงานระบบเครื่องเสียง และสั่งงานระบบนำทาง

219_1

     ซึ่งคำสั่งเสียงไม่จำเป็นต้องใช้เป็นคำเฉพาะเจาะจงเหมือนกับระบบสั่งงานด้วยเสียงทั่วไป แต่สามารถใช้คำพูดหรือประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เช่น "ร้อนจังเลย", “เปิดซันรูฟให้หน่อย” หรือ “อยากฟังเพลง” เป็นต้น

     จากการใช้งานจริงพบว่า ตัวระบบเองยังตอบสนองต่อคำสั่งเสียงได้ไม่ดีเท่าที่ควรนัก และมีอาการ Lag นานพอสมควรก่อนที่ระบบจะเข้าใจคำสั่งและปฏิบัติตาม หรือแม้แต่คำสั่งเริ่มต้นอย่าง “ฮัลโหล เอ็มจี” ก็สั่งติดบ้างไม่ติดบ้าง ซึ่งจุดนี้เอ็มจีระบุว่าจำเป็นต้องให้ระบบมีการเรียนรู้น้ำเสียงของผู้ใช้งานไปสักระยะจึงจะใช้งานได้คล่องมากขึ้น

217

     ขณะที่คำสั่งหลายอย่าง เช่น เปิด-ปิดซันรูฟ, ปรับแรงลมแอร์, เปิดวิทยุ ฯลฯ หากเอื้อมมือไปกดด้วยตัวเองดูเหมือนจะสะดวกรวดเร็วกว่าการสั่งงานด้วยเสียงมาก จนผู้เขียนเองยังคิดว่าระบบสั่งงานด้วยเสียงแทบจะไม่มีประโยชน์เลยหากว่าระบบตอบสนองได้ช้าขนาดนี้ จนกระทั่งเพื่อนร่วมทริปที่นั่งไปด้วยกันบอกว่า ระบบนี้น่าจะมีประโยชน์จริงๆ ในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุใดๆ ที่ทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้ แต่หากยังสามารถใช้เสียงพูด ก็จะกลายเป็นอีกช่องทางในการขอความช่วยเหลือได้ อืม... จริงแฮะ!

     ขณะที่ระบบ i-SMART on Touchscreen จะเป็นการสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัส โดยสามารถใช้งานระบบนำทางพร้อมข้อมูลจราจรแบบ Real-time, ระบบแนะนำร้านอาหารและที่พักบนแผนที่นำทาง, ระบบเลขาส่วนตัว i-Call และระบบโทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉินได้

200

201_2

     ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถโทรออกไปยังคอลเซ็นเตอร์ของเอ็มจี เพื่อให้ค้นหาตำแหน่งร้านอาหารหรือสถานที่ที่เราต้องการไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ลงบนระบบนำทางด้วยตัวเอง จากนั้น ทางคอลเซ็นเตอร์จะส่งโลเคชั่นมาให้บนหน้าจอรถ เราก็เพียงกดเริ่มนำทางเท่านั้นเอง ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกได้ดี โดยเฉพาะเวลาค้นหาสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

     นอกจากนั้นยังมีระบบ i-SMART Mobile Application ที่สามารถโหลดแอพลงบนสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS เพื่อสั่งงานรถยนต์ได้จากที่ใดก็ตาม ซึ่งสามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบแอร์เพื่อทำความเย็นก่อนขึ้นรถได้, สั่งล็อค-ปลดล็อคประตู, ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan, ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และระบบค้นหารถ Find My Car รวมถึงสามารถแสดงสถานะรถและความผิดปกติได้ ขอให้มีสัญญาณ 3G หรือ 4G บนโทรศัพท์เท่านั้น ซึ่งเท่าที่ทดลองใช้งานระบบล็อค-ปลดล็อค และสตาร์ทเครื่องยนต์ ก็ถือว่าไม่มีปัญหาใดๆ เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ครบถ้วน

243

     สำหรับระบบความปลอดภัยของ MG ZS 2018 ถูกติดตั้งมาให้อย่างครบครัน โดย ZS มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Synchronized Protection System ที่ประกอบด้วยระบบความปลอดภัยถึง 9 ระบบ ได้แก่

•    ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
•    ระบบกระจายแรงเบรก EBD
•    ระบบเสริมแรงเบรก EBA
•    ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
•    ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC
•    ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลื่นไถล TCS
•    ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS
•    ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS
•    ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS

     ขณะที่ระบบความปลอดภัยพื้นฐานก็มีให้อย่างครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 ใบ (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม), เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 5 ที่นั่ง, กล้องมองหลัง, สัญญาณกะระยะถอยหลัง และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นต้น

220

     ด้านขุมพลัง MG ZS ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อม Manual Mode มาให้ รองรับเชื้อเพลิงได้ถึง E85

     ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม ติดตั้งพวงมาลัยแบบไฟฟ้า EPS สามารถปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ จากหน้าจอสัมผัสภายในรถ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเช่นกัน

210

     สำหรับการทดสอบครั้งนี้เป็นเส้นทาง กทม. – ระยอง เพื่อพิสูจน์ว่ารถเกียร์ออโต้ 4 สปีด ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด!

     เมื่อก้าวเข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ MG ZS ก็รู้สึกถึงความโอ่โถง ไม่อึดอัด พื้นที่เหนือศีรษะมีอย่างเหลือเฟือ ขณะที่วัสดุและคุณภาพการประกอบก็ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับรถที่มีราคาใกล้เคียงกัน ขณะที่การตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยสีน้ำตาล-ดำ ช่วยสร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความพรีเมียมอยู่นิดๆ

208

     เรามุ่งหน้าออกจากโรงแรม So Sofitel บนถนนสาทร เพื่อมุ่งหน้าไปขึ้นทางด่วนบริเวณถนนพระราม 4 ซึ่งแน่นอนว่าการจราจรช่วงสายมีรถอย่างหนาแน่น ซึ่งตัวถังของ MG ZS ก็สามารถซอกแซกไปตามการจราจรได้อย่างราบรื่น แต่อย่างไรก็ดี อาการ Lag ของคันเร่งไฟฟ้าและจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่เคยพบเห็นมาในเอ็มจีแทบทุกรุ่น ก็คงยังปรากฏให้เห็นใน MG ZS แต่น้อยลงกว่าพอสมควร

     อาการที่พบเจออย่างแรกก็คือ ทันทีที่กดคันเร่งลงไป จะต้องใช้เวลาประมาณ 1 วินาที ก่อนที่เครื่องยนต์จะเริ่มสร้างกำลังให้รถพุ่งไปข้างหน้า ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในรถยุโรป แต่ก็มักไม่ Lag นานขนาดนี้

     อย่างที่สองคือ ระยะเวลาช่วงรอยต่อระหว่างเปลี่ยนเกียร์ค่อนข้างช้าหากเทียบกับรถปี 2016-2017 รุ่นอื่นๆ แต่โดยภาพรวมรู้สึกว่าการตอบสนองของเกียร์ทำได้ดีกว่า MG ที่รุ่นผ่านมาแทบทั้งหมด

201

     ด้านอัตราเร่งของ MG ZS นั้น แม้ว่าจะไม่ปรู๊ดปร๊าดทันใจ แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้แต่แรก โดยเฉพาะเมื่อคิดว่านี่คือรถเอสยูวีพิกัด 1.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ แถมยังใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ การเร่งความเร็วด้วยระยะคันเร่งประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ตามการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไปนั้น สามารถไต่ระดับไปแตะ 100 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่หากเป็นคนเท้าหนักจริงๆ คงต้องหนีไปเล่นเอสยูวีพิกัด 1.8 ลิตรขึ้นไป ซึ่งมีระดับราคาตัวเริ่มต้นเฉียดล้านเข้าไปแล้ว

     สำหรับใครที่กังวลว่าเกียร์ 4 จังหวะ จะสามารถขับออกต่างจังหวัดไหวหรือไม่นั้น เราได้ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและรอบเครื่องยนต์เอาไว้ดังนี้

     - ที่ 100 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 2,500 รอบต่อนาที (เกียร์ 4)
     - ที่ 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องยนต์ 3,000 รอบต่อนาที (เกียร์ 4)

209

     ซึ่งตัวเลขที่ได้นี้ก็จัดว่าไม่แย่นัก แม้จะเทียบกับเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ก็ตาม แต่ก็เพียงพอในการขับทางไกลโดยไม่ต้องหักโหมเครื่องยนต์มากจนเกินไป แต่หากเป็นการเร่งแซงนั้น อาจจะต้องกะระยะรถที่สวนมาให้ดีเสียหน่อย เพราะการไต่ความเร็วในช่วงเร่งแซงก็ต้องใช้เวลาพอสมควรอยู่เหมือนกัน

     ด้านช่วงล่างยังคงเป็นจุดเด่นของ MG เพราะตัวรถสามารถซับแรงสะเทือนจากหลุมบ่อ หรือฝาท่อบนถนนได้เป็นอย่างดี แรงสะเทือนเข้ามายังห้องโดยสารค่อนข้างต่ำ ขณะที่การขับขี่ด้วยความเร็วสูงนั้น MG ZS ก็ให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี แม้ว่าบางช่วงเราจะใช้ความเร็วถึงระดับ 140 กม./ชม. ช่วงล่างยังคงนิ่งและไว้ใจได้ อาการโคลงมีให้เห็นอยู่บ้างตามสไตล์รถที่มีตัวถังค่อนข้างสูง แต่ก็ยังเก็บอาการได้จนไม่รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงอะไรเลย ผมขอถือว่าช่วงล่างเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของ MG ZS เลยก็แล้วกัน

207

     สรุป MG ZS 2018 ใหม่ เป็นรถกลุ่ม B-SUV ที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องราคาเท่านั้น แต่มันยังมีคุณงามความดีในแบบของมัน ทั้งด้านดีไซน์ที่สวยลงตัว อ็อพชั่นที่ให้มาแน่นเต็มคัน ความอรรถประโยชน์ที่เหนือกว่ารถเก่งทั่วไป และช่วงล่างที่ไว้ใจได้ตามฉบับ MG

     แต่ถึงอย่างไร ก็ยังต้องแลกมาด้วยข้อติบางอย่าง เช่น อัตราเร่งที่เชื่องช้าไปนิด หรืออาการ Lag ของคันเร่งและจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่มีให้เห็นอยู่บ้าง หากสามารถมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้...

     นี่คือรถเอสยูวีในราคาที่จับต้องง่ายและคุ้มค่าที่สุดในตลาดขณะนี้ครับ

 233

ราคาจำหน่าย MG ZS 2018 มีดังนี้

- MG ZS 1.5C ราคา 679,000 บาท
- MG ZS 1.5D ราคา 729,000 บาท
- MG ZS 1.5X ราคา 789,000 บาท

 

ขอขอบคุณผู้บริหารและทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

Advertisement Replay Ad
วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์