รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Suzuki Swift 2018 เป็นรถอีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด ซูซูกิประเทศไทยเปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดหลังจากทำตลาดโฉมก่อนหน้ามานานกว่า 6 ปี ซึ่งไม่เพียงปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่ยังปรับปรุงให้ดีขึ้นในแทบทุกด้าน

143

     Suzuki ใหม่ ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ในตลาดเมืองไทย และเป็นรุ่นที่ 5 ในตลาดโลก ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มที่เรียกว่า HEARTECT ร่วมกับรุ่น Baleno และ Ignis ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่การรีดน้ำหนักตัวลงถึง 30 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว แต่เพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีก็จะช่วยให้รถกระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม

144

     สำหรับ ซูซูกิ สวิฟท์ 2018 มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย

- GA CVT
- GL CVT
- GLX CVT
- GLX-Navi CVT

     จะเห็นได้ว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาที่เคยมีให้ในโฉมที่แล้วหายไป ซึ่งคุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาดของซูซูกิ ประเทศไทย ระบุว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่ Swift ใหม่ จะเพิ่มเกียร์ธรรมดาเข้ามาเป็นทางเลือกในอนาคต ซึ่งโฉมที่แล้วก็มีการเพิ่มรุ่นเกียร์ธรรมดาในภายหลังเช่นเดียวกัน ดังนั้น แฟนพันธุ์แท้ซูซูกิที่หลงใหลการสับเกียร์ก็ยังมีลุ้น ซึ่งคงต้องดูความต้องการของตลาดควบคู่กันไปด้วย เอาไว้มีความคืบหน้าอย่างไรเราจะนำมาแจ้งให้ทราบกัน

111

     Suzuki Swift 2018 ถูกพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอีโคคาร์เฟสที่ 2 จึงมีการติดตั้งเครื่องยนต์บล็อกใหม่ รหัส K12M พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ Dualjet ใหม่ ซึ่งทำให้ละอองน้ำมันเชื้อเพลิงมีความละเอียดมากขึ้น พร้อมกับเทคโนโลยี EGR ที่นำเอาไอเสียมาหมุนเวียนเพื่อเผาไหม้อีกครั้ง ทำให้ Swift 2018 มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 23 กม./ลิตร ตามมาตรฐานการทดสอบ UN R101 พร้อมทั้งผ่านค่ามาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5 ด้วย

     เครื่องยนต์บล็อกใหม่นี้ มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ลูกใหม่ ซึ่งไม่มีอาการเกียร์กระตุกในย่านความเร็วต่ำให้เห็นเหมือนกับรุ่นที่แล้ว

119

     Swift 2018 ยังมาพร้อมระบบช่วยดับเครื่องยนต์ขณะติดไฟแดง Idling Stop เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย พร้อมปุ่มปิดการทำงานเมื่อไม่ต้องการให้เครื่องยนต์ดับ สามารถรองรับเชื้อเพลิงทางเลือกสูงสุด E20
ช่วงล่างด้านหน้าของ Swift 2018 เป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมและคอยล์สปริง นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อ (เฉพาะ GLX และ GLX-Navi) เช่นเดียวกับรถรุ่นใหญ่

145

     มิติตัวถังของ Swift 2018 มีดังนี้

- ความยาว 3,840 มม. (-10 มม.)
- ความกว้าง 1,735 มม. (+40 มม.)
- ความสูง 1,495 มม. (-15 มม.)
- ความยาวฐานล้อ 2,450 มม. (+20 มม.)
- ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,520 มม. (+30 มม.)
- ความกว้างช่วงล้อหลัง 1,525 มม. (+30 มม.)

     จะเห็นได้ว่าโดยรวมแล้ว Swift ใหม่ มีการปรับปรุงความกว้างตัวถังและช่วงล้อเพิ่มขึ้น เพิ่มความยาวฐานล้อ โอเวอร์แฮงก์สั้นลง จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ซึ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน ทำให้ขับสนุกมากยิ่งขึ้น

146 

     อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกของรุ่น GLX-Navi ที่เรามาทดสอบในครั้งนี้ ประกอบด้วย

- ไฟหน้าแบบ LED Projector
- LED Daytime Running Light ที่สามารถลดความสว่างลงเพื่อเป็นไฟหรี่
- กระจังหน้าทรงตะแกรงไขว้ตกแต่งด้วยเส้นสีแดง
- ไฟตัดหมอกคู่หน้า
- กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
- ไฟท้าย LED (ทุกรุ่นย่อย)
- ล้ออัลลอยสีเงินขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R16 (รุ่น GLX, GLX-Navi)

     147

     Swift ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ด้วยเสา A-pillar คู่หน้าสีดำ พร้อมทั้งย้ายมือเปิดประตูด้านหลังไปซ่อนไว้บริเวณกรอบหน้าต่าง ซึ่งเป็นดีไซน์ที่หลายคนชื่นชอบ

122

     ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยสีดำตัดกับสีขาวบริเวณแผงประตู เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้า ฝั่งผู้ขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงศีรษะทั้ง 3 ตำแหน่งปรับสูง-ต่ำได้ทั้งหมด

     พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ถูกดีไซน์ให้เป็นรูป D-shape เพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างขาและเบาะนั่ง สามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ปุ่มควบคุมฝั่งซ้ายใช้สำหรับระบบเครื่องเสียงและจอ MID ฝั่งขวาใช้สำหรับระบบ Cruise Control รวมถึงมีปุ่มควบคุมโทรศัพท์และระบบสั่งงานด้วยเสียงมาให้

124

     ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start ถูกติดตั้งไว้บริเวณขวามือ ใกล้กันเป็นปุ่มปิดการทำงานระบบ Idling Stop และปุ่มปรับระดับสูง-ต่ำของไฟหน้า (เฉพาะรุ่น GLX, GLX-Navi ที่ใช้ไฟหน้า LED Projector) ต่างจาก Swift RX-II รุ่นที่แล้วที่เป็นระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ

     มาตรวัดความเร็วขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วง อ่านตัวเลขได้ง่าย พร้อมมาตรวัดแสดงอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมาให้ ซึ่งรถเล็กสมัยนี้แทบจะไม่มีให้แล้ว ติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาดใหญ่แบบ LCD ไว้ตรงกลาง สั่งงานด้วยปุ่ม ‘INFO’ บริเวณพวงมาลัย พร้อมสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งเกียร์ขนาดใหญ่

127

     สวิฟท์ 2018 ใหม่ ถูกติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ซึ่งมีดีไซน์เหมือนกับที่พบใน Ciaz RS แม้ว่าจะไม่สามารถเล่นแผ่นซีดีได้ แต่ก็มาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX รวมถึงสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อเล่นเพลงจากมือถือและโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรีได้ อีกทั้งยังสามารถเสียบสาย USB เข้ากับไอโฟนเพื่อเรียกใช้งาน Apple CarPlay ได้ ขณะที่สาวก Android ก็ยังต้องรอกันต่อไป เพราะทางกูเกิ้ลยังไม่เปิดใช้ Android Auto อย่างเป็นทางการในไทยเสียที

     ขณะที่รุ่น GLX-Navi มาพร้อมระบบนำทางให้ในตัว ซึ่งเก็บข้อมูลแผนที่เอาไว้ในแผ่น SD Card

134

     เครื่องเสียงของ Swift 2018 ถูกติดตั้งลำโพงมาให้ทั้งหมด 6 ตัว (เฉพาะรุ่น GLX, GLX-Navi) โดยมีลำโพงหน้า-หลังอย่างละ 2 ตัว พร้อมทวีตเตอร์ด้านหน้าอีก 2 ตัว ซึ่งคุณภาพเสียงถือว่าใช้ได้ทีเดียว สามารถปรับให้มีมิติทุ้มลึก ขณะที่เบสก็มีมาให้เหลือเฟือ หากไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มหูทิพย์แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

141

     เลื่อนลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฮีตเตอร์ ให้ความเย็นรวดเร็วทันใจดี สามารถปรับอุณหภูมิขึ้นลงได้ทีละ 0.5 องศาเซลเซียส ซึ่งแผงสวิตช์แอร์ของสวิฟท์ถูกปรับปรุงให้ดูหรูหราน่าใช้ขึ้นกว่าเดิมพอสมควร
ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาดใหญ่ขึ้น 58 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อันเป็นผลจากการพัฒนาแพล็ตฟอร์มใหม่ เมื่อยกพื้นห้องเก็บสัมภาระขึ้นจะพบกับชุดซ่อมยางฉุกเฉิน โดยไม่มีล้ออะไหล่มาให้

132

     ด้านระบบความปลอดภัยของทุกรุ่นย่อย ถูกติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบเบรก ABS/EBD, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง คู่หน้ามีระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ, จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นต้น

     ขณะที่รุ่น GLX และ GLX-Navi จะมาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ใบ ประกอบด้วย ถุงลมคู่หน้า, ถุงลมด้านข้างคู่หน้า และม่านถุงลม

131

     สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ เราจะมุ่งหน้าออกจากโรงแรม Flora Creek ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพื่อมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะกลับมายังโรงแรมอีกครั้ง ทำให้เราได้สัมผัสรถคันนี้ทั้งบนทางชันที่มีโค้งสลับไปมา และถนนเรียบในตัวเมือง

     เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ของ Swift 2018 ใหม่ สามารถปรับระดับให้ต่ำได้พอสมควร ซึ่งผู้เขียนเองชอบตำแหน่งการนั่งต่ำอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่าร่างกายถูกแนบไปกับถนนมากยิ่งขึ้น ขณะที่การตกแต่งภายในห้องโดยสารถูกเน้นโทนสีดำ ช่วยสร้างบรรยากาศสปอร์ตได้พอสมควร

132_1

     พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง พร้อมองศาพวงมาลัยที่ตั้งชันอย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้รู้สึกกลมกลืนไปตัวรถได้ง่าย ขณะที่พวงมาลัยเองถูกออกแบบให้มีกริปช่วยให้จับได้อย่างกระชับมือ

102

     เราเริ่มออกเดินทางจากตัวโรงแรม ฝ่าโค้งเพื่อลงไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ ก็สัมผัสได้ถึงช่วงล่างที่เซ็ทให้นุ่มนวลขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งตัวรถยังให้ความรู้สึกเบา แต่ก็ยังสามารถสาดโค้งได้อย่างกระชับและมั่นใจสมกับชื่อสวิฟท์ ขณะที่ฐานล้อและโอเวอร์แฮงค์ที่สั้น ทำให้สามารถลัดเลาะไปตามโค้งได้อย่างสนุกสนานและเป็นไปตามใจสั่ง

     การดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมมาก ช่วงที่ผ่านหลุมหรือรอยต่อของถนนก็สามารถเก็บอาการตัวรถได้ดี เช่นเดียวกับเสียงรบกวนที่เบาลงกว่ารุ่นเดิม โดยขณะที่ใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. จะได้ยินก็เพียงเสียงจากพื้นถนนคำรามอยู่เบาๆ เท่านั้น ขณะที่เสียงลมปะทะกลับได้ยินน้อยมาก ทำให้การขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นไปอย่างสบายๆ

105

     ขณะที่การตอบสนองของเครื่องยนต์แม้ว่าจะมีตัวเลขสมรรถนะลดลงจากรุ่นที่แล้วเล็กน้อย (แรงม้าลดลง 7 ตัว แรงบิดลดลง 10 นิวตัน-เมตร) แต่การขับขี่จริงกลับไม่รู้สึกต่างกันมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวรถที่เบาลงด้วย

     อัตราเร่งของ Swift 2018 มาในรูปแบบรถอีโคคาร์เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร คือ ไม่ถึงกับปรู๊ดปร๊าดมากนัก แต่ก็ไหลมาได้เรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อนนัก ขณะที่เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้ความลื่นไหลไร้รอยต่อ แต่หากวันไหนใจร้อนจริงๆ ก็สามารถปรับไปตำแหน่งเกียร์ S ซึ่งอยู่ข้างคันเกียร์ จะช่วย Hold รอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ทำให้สามารถตอบสนองได้ทันใจมากขึ้น แต่กระนั้น หากเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป โหมด D ปกติก็เพียงพอแล้ว

118

     สรุป Suzuki Swift 2018 รุ่น GLX-Navi ใหม่ มีดีกว่าที่ตาเห็นเยอะ ช่วงล่างถูกปรับปรุงไปในแนวรถยุโรป คือ ลดความแข็งกระด้างลง เพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้น แต่ยังคงให้การเกาะถนนแบบหนึบหนับ ปรับปรุงข้อด้อยในด้านต่างๆ เช่น เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เบาลง, แรงสั่นสะเทือนที่น้อยลง ฯลฯ รวมถึงติดตั้งฟีเจอร์ภายนอก-ภายในมาให้มากขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตกับรถคันนี้รื่นรมย์มากยิ่งขึ้น

     น่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถคันแรก หรือเปลี่ยนรถคันเดิมที่ใช้มานานหลายปี เน้นความสนุกสนานในการขับขี่ ใช้งานเพียงคนเดียวหรือสองคนเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นอีโคคาร์ที่น่าสนใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งในขณะนี้เลยทีเดียวครับ

114

     ราคาจำหน่าย Suzuki Swift 1.2 GLX-Navi 2018 ใหม่ อยู่ที่ 629,000 บาท

 

ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้เป็นอย่างสูง

 

Advertisement Replay Ad
วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

วิเคราะห์ให้ถึงแก่น รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มกับค่าดูแลแค่ไหน

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ขับดีกว่าที่คิดมาก!

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Honda Connect ใหม่ อ็อพชั่นล้ำเชื่อมรถกับสมาร์ทโฟนในราคาแค่หลักพัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2018 ใหม่ สมรรถนะเดิมแต่เสริมความหล่อดุดัน

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ใหม่ เอสยูวีหรูขับสนุกสำหรับครอบครัว

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

รีวิว Suzuki Swift 2018 ใหม่ อีโคคาร์ขับมันส์-ปรับปรุงดีขึ้นในทุกด้าน

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

ลองขับ Honda CR-V 1.6 ดีเซล i-DTEC 2018 ใหม่ ขับชิลล์ข้ามประเทศเที่ยวลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Ford Everest 3.2 Titanium+ 2018 ใหม่ ซิ่งตะลุยฝุ่นฝ่าขุนเขาที่ลาวใต้

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2018 ใหม่ อีโคคาร์พร้อมแอร์หลังในราคาเท่าเดิม

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

รีวิว MG ZS 2018 ใหม่ แม้ว่ายังดีไม่สุด แต่นี่คือเอสยูวีคุ้มค่าที่สุดแห่งปี

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

พรีวิว Toyota C-HR 2018 ใหม่ สัมผัสครอสโอเวอร์ดีไซน์เฉียบก่อนใครถึงญี่ปุ่น

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Toyota Yaris 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับดีไซน์-แต่ขับดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Honda Clarity Fuel Cell และ Clarity Electric 2018 ใหม่ สองขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอนาคต

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport 2017 ใหม่ เพิ่มอ็อพชั่นล้ำเน้นความคุ้มค่า

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

พรีวิว Mazda CX-5 2018 ใหม่ ลองของจริงก่อนเข้าไทยปลายปีนี้

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Chevrolet Trailblazer Z71 2017 ใหม่ ปรับหรู-เน้นความสปอร์ต

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว Honda Mobilio RS 2017 ใหม่ สวยลงตัว-อเนกประสงค์เหมือนเคย

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว BMW 430i Coupe/Convertible 2017 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แรง-หล่อ-หรู ถูกใจสายซิ่ง

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Suzuki Ciaz RS 2017 อีโคคาร์อ็อพชั่นครบ มีดีที่ความประหยัด

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

รีวิว Mitsubishi Mirage/Attrage 2017 ใหม่ ปรับย่อยเพิ่มอ็อพชั่นสุดคุ้ม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์