PROTON EXORA เน้นความคุ้มค่า ถ้าไม่เน้นแบรนด์!!

PROTON EXORA เน้นความคุ้มค่า ถ้าไม่เน้นแบรนด์!!

PROTON EXORA เน้นความคุ้มค่า ถ้าไม่เน้นแบรนด์!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

เมื่อหลายวันก่อนได้รถคันนี้มา จากบริษัท พระนครยนตรการฯ ของเสี่ยธวัชชัย จึงสงวนพรสุข บอสใหญ่ของบริษัทนี้เพื่อนำมาทดลองขับแล้วรายงานต่อมาถึงท่านผู้อ่านอีกที หนึ่ง ทั้งๆ ที่รถยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ได้เปิดตัวขายกันมาหลายเดือนแล้ว

แต่ก็ไม่น่าจะนานเกินไปหรอกครับ เพราะเจ้าโปรตอน เอ็กซ์โซร่า รถนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียคันนี้ยังได้รับความนิยมร้อนแรงมากเหลือเกิน เมื่อเทียบกับคู่แข่งของเขาโดยตรงคือฮอนด้า ฟรีด

ตั้งแต่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปช่วง ปลายปีที่ผ่านมาที่รถคันนี้เปิดตัวขายอย่างเป็นทางการ จนถึงงานมอเตอร์โชว์ที่เพิ่งจบงานไปหมาดๆนี่คุณธวัชชัยบอกว่ามียอดจองค้าง ส่งหรือที่เรียกกันว่าแบล็คออเดอร์นั้นล่อเข้าไปสามสี่พันคันเข้าให้แล้ว ช่วงนี้จึงต้องเร่งทางฟากมาเลย์ฯ ให้เร่งส่งมอบเป็นการด่วน

หลายท่านอาจจะรู้จักคุ้นเคยกันมา บ้างแล้วกับรุ่นนี้ ยี่ห้อนี้ แต่เราก็จะพยายามขัดขืน ยัดเยียดให้กับท่านที่รู้และยังไม่รู้ทราบอีกว่ารถโปรตอน เอ็กซ์โซร่า น้องใหม่ในวงการของบ้านเรานี้ เป็นรถยนต์สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนามาจากพื้นตัวถังรุ่นใหม่ของ โปรตอน เขาผลิตออกมาเพื่อเจาะตลาดมินิแวนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเจ้าของแบรนด์ใช้เวลาวิจัยและพัฒนาเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่งและถูกใจลูกค้ามากที่สุด จนกระทั่งมีการเปิดตัวทำตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศมาเลเซียตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา

รูปลักษณ์ภายนอกจะบอกว่ารถคันนี้ รูปร่างหน้าตาดีก็ไม่น่าเกลียดนัก ทั้งด้านหน้า-ด้านข้าง หรือด้านท้าย แม้จะดูไม่ล้ำยุคสุดโต่งนัก แต่ก็ไม่เชยซะจนขี้เหร่ ตัวถังรถมีความยาว 4,600 มิลลิเมตร กว้าง 1,809 มิลลิเมตร สูง 1,691 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,730 มิลลิเมตร ทำให้ห้องโดยสารมีความกว้างพอที่จะวางเบาะนั่งแบบ 3 แถวลงไป โดยเบาะนั่งมาในรูปแบบ 2-3-2 หรือ 7 ที่นั่ง ที่สำคัญเลือกพับได้ตามใจชอบ ( รูปตัวรถทั้งคัน )

เครื่องยนต์มีเพียงแบบเดียวเป็นเบนซิน 4 สูบ 1,600 CC. ซึ่งรีดกำลังออกมาได้ 125 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังทั้งแบบธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 4 จังหวะ มีการปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้ดีขึ้นเพื่อสอดคล้องกับรูปแบบการใช้งาน นั่นก็คือ การเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) และเทคโนโลยีท่อไอดีแปรผัน (Variable Intake Manifold Technology) ทำให้กำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ประหยัดน้ำมันควบคู่กันไปด้วย ( รูปเครื่องยนต์ )

ภายในคอนโซลออกแบบค่อนข้างลงตัว มาตรวัดมีสีส้มช่วยให้เตะตาดี วัสดุที่นำมาประกอบก็ใช้ได้อยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียวเชียว เมื่อเทียบกับราคาขายของเขา ภายในห้องโดยสารกว้างพอสมควร ที่นั่งแถวสองโอเค. แถวสามผู้ใหญ่นั่งได้ เด็กนั่งสบาย ไม่อึดอัดเท่าไร แต่ที่ชอบเห็นจะเป็นการติดตั้งช่องแอร์ทั้ง 3 แถว ทำให้ผู้โดยสารเย็นกันถ้วนหน้า (รูปภายในห้องโดยสาร)

นอกจากนี้ ภายในยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันอาทิ Cruise Control, เครื่องเล่นดีวีดี พร้อมจอแอลซีดี รวมถึงที่วางเครื่องดื่มมีถึง 10 จุด แต่อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในรุ่นไฮไลน์ ซึ่งนั่นก็รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า , ระบบเบรก เอบีเอส ส่วนรุ่นมีเดียมไลน์ อาจจะมีการถอดอุปกรณ์บางอย่างออกไปบ้าง

เรื่องความปลอดภัยมั่นใจได้เพราะโปรตอนนำ เอ็กซ์โซร่า ไปทดสอบการชนในยุโรป และได้มาตรฐานระดับ 4 ดาวของ EuroNCAP โดยระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้มีทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า เอบีเอส และระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EBD ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทและทอร์ชั่นบีมสำหรับด้าน หลัง

เอ็กซ์โซร่า เป็นรถเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง เก้าอี้ทั้ง 6 สามารถปรับพับได้ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น กลไกการพับพนักพิงที่นั่งแถวสองทำได้ง่าย เพียงพับเบาะพิงและกดก้านด้านข้างของเบาะเก้าอี้ก็จะเด้งขึ้นมาอัตโนมัติ เปิดช่องให้ผู้โดยสารเข้าไปยังแถวสามได้อย่างสะดวกสบาย และเมื่อพับทั้งแถวสองและแถวสามพร้อมกันจะได้พื้นที่ราบเรียบและกว้างมาก สามารถบรรทุกของได้ตามความต้องการ ส่วนประตูหลังสามารถเปิดกว้างถึง 80 องศา ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของโปรตอน เอ็กซ์โซร่าเขา ( รูปเบาะนั่งภายใน )

จุดเด่นอีกประการหนึ่งคืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์แบบ BCM หรือ The Body Control Module ซึ่งติดตั้งในรถยุโรประดับสูง BCM ทำหน้าที่ได้มากกว่า 20 ฟังก์ชัน อาทิ ไฟนำทางเข้าบ้าน, การตั้งโปรแกรมการล็อกประตู, การควบคุมการทำงานที่ปัดน้ำฝน, การทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติระหว่างการหยุดฉุกเฉินจากความเร็วที่ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ( รูปไฟหน้า ฯ )

ช่วงล่างก็เป็นสไตล์โปรตอนคือ หนึบ แน่น เกาะถนน นุ่ม ไม่แข็งเกินไป จัดอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้รู้สึกมั่นใจมากกว่าเดิม เนื่องจากโลตัสปรับเซตระบบช่วงล่างให้ใหม่ ซึ่งก็เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบการเดินทางไปต่างจังหวัด ( ช่วงล่าง – ล้อ )

โปรตอน เอ็กซ์โซร่า นี้เขามีขายอยู่ 3 รุ่นครับ สตาร์ทเริ่มต้นที่ 699,000 บาท ในรุ่น Medium Line เกียร์ธรรมดา ส่วนเกียร์ออโต้ ราคา 739,000 บาท และรุ่นท็อปสุด เกียร์ออโต้ ราคาอยู่ที่ 799,000 บาท

น่าสนใจนะครับ สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า ถ้าไม่เน้นแบรนด์!!

 


After Driving

ได้ลองขับอยู่ 3 วันเต็มๆได้มองเห็นจุดเด่นๆ ของเอ็กซ์โซร่าหลายอย่างครับ อย่างแรกคือราคาขายหกแสนกว่าบาทนั้นไม่สูงมาก อย่างที่สองคือ ภายในรถกว้างขวางดี นั่งได้สบายๆ 6 คน แต่ถ้าเต็ม 7 คนอาจจะอึดอัดหน่อย เบาะนั่งพับได้ แอร์มี 3 แถวเหมาะกับบ้านเรามาก อย่างที่สามคืออุปกรณ์ภายในมีมาให้เล่นเยอะ อย่างที่สี่คืออัตราเร่งดีพอตัว แต่เสียงเครื่องยนต์ดังไปหน่อย ช่วงต้นๆอาจจะรู้สึกอืดๆ แต่กดคิกดาวน์แก้ไปก็ชดเชยกันได้ ส่วนช่วงล่างเซ็ตมาใหม่ให้ความรู้สึกแน่นกว่าตัวเก๋ง จึงเหมาะกับการเดินทางไปต่างจังหวัด บรรทุกสัมภาระสำหรับครอบครัวได้ดีทีเดียวเชียว หากเทียบกับคู่แข่งอย่างฮอนด้า ฟรีดแล้ว โปรตอนเอ็กซ์โซร่า เป็นต่อเยอะเลยครับบอกตรงๆ...แต่ถ้าคิดถึงแบรนด์ โดยไม่คิดถึงราคาหรือความคุ้มค่าแล้วแล้วยังไงๆก็เทใจไปที่ฮอนด้าอยู่ดี

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ PROTON EXORA เน้นความคุ้มค่า ถ้าไม่เน้นแบรนด์!!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook